ซิลเวอร์พุ่งทะลุ 40 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ครั้งแรกตั้งแต่ปี 2011 นักลงทุนแห่ซื้อ รับคาดการณ์เฟดเตรียมลดดอกเบี้ยเดือนนี้ ทำตลาดเผชิญภาวะตึงตัว
สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ซิลเวอร์ทำสถิติสูงสุดในรอบกว่า 1 ทศวรรษ ราคาปรับตัวขึ้นทะลุ 40 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2011 เมื่อเช้าที่ผ่านมา ราคาซิลเวอร์สปอตปรับขึ้นสูงสุด 1.4% แตะระดับ 40.2920 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ส่งผลให้ปีนี้ราคาพุ่งแล้วกว่า 40% เคลื่อนไหวควบคู่กับทองคำ แพลทินัม และแพลเลเดียมที่ต่างปรับตัวขึ้นเช่นกัน
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะการโจมตีซ้ำ ๆ ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กับธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จนเกิดความกังวลต่อความเป็นอิสระของนโยบายการเงิน
นักลงทุนยังจับตาตลาดแรงงานสหรัฐ ซึ่งจะประกาศข้อมูลในวันศุกร์นี้ ที่คาดว่าจะช่วยหนุนกระแสคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนนี้ ซึ่งจะยิ่งเพิ่มความน่าสนใจของโลหะมีค่า เนื่องจากเป็นสินทรัพย์ที่ไม่ก่อให้เกิดดอกเบี้ย
อุตสาหกรรมพลังงานสะอาดหนุนดีมานด์
ซิลเวอร์ไม่ได้มีเพียงบทบาทในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเท่านั้น แต่ยังเป็นวัตถุดิบสำคัญในอุตสาหกรรมพลังงานสะอาด โดยเฉพาะการผลิตแผงโซลาร์เซลล์ ขณะที่ Silver Institute ระบุว่า ตลาดซิลเวอร์กำลังเผชิญภาวะขาดดุลซัพพลายติดต่อกันเป็นปีที่ 5
ETF หนุนตลาดตึงตัว นอกจากนี้ การเข้าซื้อกองทุน ETF ที่อิงราคาซิลเวอร์ยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 7 ติดต่อกัน ซึ่งถือว่ายาวนานที่สุดนับตั้งแต่ปี 2020 ส่งผลให้สต๊อกโลหะที่หมุนเวียนอยู่ในลอนดอนลดลงต่อเนื่อง และทำให้ตลาดซิลเวอร์ทั่วโลกเผชิญภาวะตึงตัว