Skip to content

อินเตอร์คอนฯ ภูเก็ต ชูต้นแบบโรงแรมยั่งยืน สร้างสมดุลธุรกิจ-ชุมชน-สิ่งแวดล้อม

01 ก.ย. 2568 | 15:07น.
อินเตอร์คอนฯ ภูเก็ต ชูต้นแบบโรงแรมยั่งยืน สร้างสมดุลธุรกิจ-ชุมชน-สิ่งแวดล้อม

บียอร์น คูเรจ ประธานสมาคมโรงแรมภูเก็ต และผู้จัดการทั่วไป โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล ภูเก็ต เผยวิสัยทัศน์ ‘Inclusive Tourism’ ในงาน PHIST 2025 ชูอินเตอร์คอนติเนนตัล ภูเก็ต รีสอร์ท เป็นกรณีศึกษาโรงแรมที่ลงมือทำจริง ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม ความหลากหลาย และการพัฒนาชุมชนแบบมีส่วนร่วม

นายบียอร์น คูเรจ ประธานสมาคมโรงแรมภูเก็ต และผู้จัดการทั่วไป โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล ภูเก็ต เปิดเผยภายในงาน PHIST 2025 (Phuket Hotels for Islands Sustaining Tourism) ณ จังหวัดภูเก็ต ว่า จังหวัดภูเก็ตเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก แต่ท่ามกลางการแข่งขันของอุตสาหกรรมโรงแรมและการท่องเที่ยว มีเพียงไม่กี่แห่งที่สามารถยืนหยัดบนแนวทาง “ยั่งยืน” ได้อย่างแท้จริง หนึ่งในนั้นคือ โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล ภูเก็ต รีสอร์ท ที่ไม่เพียงมุ่งหวังผลกำไร แต่ยังให้ความสำคัญกับชุมชน สิ่งแวดล้อม และความหลากหลายอย่างแท้จริง ผ่านแนวคิด การท่องเที่ยวแบบมีส่วนร่วม (Inclusive Tourism)

เริ่มต้นด้วยแนวคิดที่ถูกต้องตั้งแต่การออกแบบ

โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล ภูเก็ต ได้รับการรับรองมาตรฐาน LEED Gold ซึ่งเป็นมาตรฐานระดับโลกด้านสิ่งแวดล้อม สะท้อนถึงความมุ่งมั่นตั้งแต่กระบวนการออกแบบอาคารที่ใส่ใจต่อธรรมชาติ และไม่ใช่เพียงเพราะเหตุผลทางเศรษฐกิจหรือเพื่อขอสินเชื่อสีเขียว (Green Financing) แต่เป็นเพราะความตั้งใจที่จะทำในสิ่งที่ถูกต้อง

“การทำในสิ่งที่ถูกต้องไม่จำเป็นต้องยากกว่าการทำในสิ่งที่ผิด หากวางแผนตั้งแต่แรก ทุกอย่างจะง่ายกว่ามากในระยะยาว”

การท่องเที่ยวเพื่อทุกคน-ไม่เว้นแม้แต่ผู้พิการ

โรงแรมให้ความสำคัญกับการเป็นพื้นที่ที่ “ทุกคน” สามารถเข้าถึงและมีประสบการณ์ที่ดีได้อย่างเท่าเทียม ตั้งแต่เด็ก ผู้สูงอายุ ไปจนถึงผู้พิการทางร่างกาย โรงแรมได้ลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ลิฟต์ชายหาดพิเศษ (METS) และสิ่งอำนวยความสะดวกอื่น ๆ เพื่อให้ผู้ที่มีข้อจำกัดในการเคลื่อนไหวสามารถเข้าถึงชายหาดได้เหมือนกับคนอื่น

นอกจากนี้ โรงแรมมีพนักงานมากกว่า 400 คน ซึ่งแต่ละคนเป็นตัวแทนของ 400 ครอบครัว และการดูแลพนักงานไม่ใช่เพียงแค่การจ่ายเงินเดือน แต่คือการสร้างระบบที่ส่งผลดีต่อชุมชนในวงกว้าง ผ่านกิจกรรมและโครงการสร้างสรรค์ที่โรงแรมร่วมมือกับท้องถิ่น เช่น โรงเรียน คามาดา และโรงพยาบาลในพื้นที่

“ผมเติบโตมากับคำสอนของคุณย่า-เมื่อเราได้รับ เราต้องให้ เมื่อเราเรียนรู้ เราต้องแบ่งปัน”

หนึ่งในนโยบายที่โดดเด่นคือการสนับสนุน อาหารและวัตถุดิบจากท้องถิ่น 100% โดยเฉพาะที่ร้านอาหาร Giraffe ซึ่งได้รับการแนะนำใน Michelin Guide โดยไม่มีการนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศเลยแม้แต่น้อย ทุกอย่างผลิตจากภายในประเทศ ตั้งแต่น้ำดื่ม ไวน์ ไปจนถึงวัตถุดิบหลักต่าง ๆ ซึ่งนอกจากจะช่วยลดคาร์บอนฟุตพรินต์ ยังเป็นการสร้างรายได้และความเข้มแข็งให้กับเกษตรกรไทย เช่น การทำงานร่วมกับฟาร์มมุสเกเตียร์ (Musketier Farm) ในจังหวัดพังงา

โครงการ “Oceans for All”-หุ่นยนต์กำจัดขยะจากทะเล

อินเตอร์คอนติเนนตัล ภูเก็ต ยังริเริ่มโครงการรักษาสิ่งแวดล้อม เช่น “Oceans for All” ซึ่งใช้เรือเล็กที่ผลิตจากพลาสติกรีไซเคิล 100% ที่ผลิตในจังหวัดภูเก็ตเอง เพื่อเก็บขยะในทะเลก่อนที่มันจะขึ้นฝั่ง

อีกหนึ่งนวัตกรรมที่โรงแรมนำมาใช้คือเครื่องย่อยเศษอาหาร ซึ่งสามารถแปรรูปขยะอินทรีย์กว่า 600 กิโลกรัม ให้กลายเป็นปุ๋ยธรรมชาติได้ถึง 90 กิโลกรัมต่อวัน ปุ๋ยเหล่านี้นำกลับมาใช้ในสวนของโรงแรมหรือแจกจ่ายให้เกษตรกรในพื้นที่

ในโครงการกับฟาร์มบางกอง โรงแรมใช้เส้นใยจากเปลือกสับปะรด ซึ่งเดิมเคยเป็นของเหลือทิ้ง มาผลิตเป็นผ้าลินินสำหรับสปา ซึ่งไม่เพียงช่วยลดของเสีย แต่ยังส่งเสริมการใช้ทรัพยากรในท้องถิ่นอย่างสร้างสรรค์

สร้างรายได้ให้ชุมชนผ่านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

โรงแรมยังมีทัวร์จักรยาน “Kamala Bike Tour” ซึ่งพานักท่องเที่ยวเข้าไปสัมผัสชีวิตของชุมชนในตำบลกมลาอย่างใกล้ชิด สร้างทั้งประสบการณ์เชิงวัฒนธรรมให้กับนักท่องเที่ยว และรายได้ให้กับชาวบ้าน

อีกหนึ่งโครงการสำคัญคือ “Proud Kamala” ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนจากเจ้าของโรงแรมจำนวน 1 ล้านบาท เพื่อจ้างงานชาวบ้านในกมลาจำนวน 5 คน ดูแลรักษาความสะอาดของชายหาดกมลาตลอดแนว 2.5 กิโลเมตร ไม่ใช่เพียงหน้าชายหาดของโรงแรมเท่านั้น

นายบียอร์นเปิดเผยทิ้งท้ายว่า ยืนยันว่าธุรกิจโรงแรมไม่ใช่สิ่งที่สามารถย้ายไปที่อื่นได้เหมือนเครื่องบินหรือเรือยอชต์ เมื่อธุรกิจเปลี่ยนแปลง แต่คือสิ่งที่ฝังรากลึกในพื้นที่ และต้องสร้างความสัมพันธ์ในทุกมิติ เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อความยั่งยืนระยะยาว การท่องเที่ยวแบบมีส่วนร่วมที่นี่จึงไม่ใช่เพียงแค่คำพูดสวยหรู แต่เป็นการลงมือทำที่มีผลลัพธ์ชัดเจนต่อชุมชน และสร้างความหมายใหม่ให้กับการเดินทาง