เป็นเพื่อนกันแล้ว! “บิ๊กตู่”เผย”อีลอน มัสก์”ชื่นชมการทำงานของไทย พร้อมพัฒนา-ศึกษาเรือดำน้ำจิ๋วต่อใช้ในอนาคต
เมื่อวันที่ 10 ก.ค. 2561 เวลา 15.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันนี้ถึงกรณีการพบปะกับอีลอน มัสก์ ภายหลังส่งเรือดำน้ำจิ๋ว หวังเข้าช่วยทีมหมูป่าที่ติดอยู่ในถ้ำ ว่าตนชื่นชมเขาตั้งแต่วันเเรกที่เขาโพสต์จะช่วยเหลือ นับว่าเป็นอีกหนึ่งบุคคลที่มีความสามารถ มีธุรกิจหลายอย่าง ซึ่งเขาเสนอตัวเองว่าพร้อมจะช่วย อีกทั้งยังชื่นชมในการทำงานของเราในการควบคุมสถานการณ์ เเละมีประสิทธิภาพในการช่วยเหลือ
โดยเมื่อคืนนี้ก่อนกลับมายังกรุงเทพฯ ตนได้มีโอกาสพูดคุยกับอีลอน มัสก์ ด้วยตนเองที่สนามบิน เขาบินตรงมาจากอเมริกามาลงเชียงรายใช้เวลาประมาณ 17 ชั่วโมง ตนได้อธิบายให้เขาฟังว่าประเทศไทยกำลังทำอะไรอยู่บ้าง ในส่วนนี้เขามีเทคโนโลยีของเขา เเละยอมรับว่าไม่เคยเห็นถ้ำ เเละสถานการณ์เช่นนี้ แต่ระบุว่ายินดีจะช่วยเหลือ เเละอาจสามารถช่วยเหลือในพื้นที่อื่นๆ ร่วมด้วย
“เครื่องมือที่เขานำเข้ามามีประโยชน์ทั้งสิ้น อย่างน้อยมันคือส่วนหนึ่งที่จะช่วยเหลือคนที่ติดอยู่ในถ้ำ เเต่ต้องดูว่าเราใช้ได้แค่ไหนอย่างไร ซึ่งเขาเข้าใจทุกอย่าง เเละได้เดินเข้าไปดูสถานที่จริง ผมคิดว่าเขาคงเกิดความคิดใหม่ๆ ในการคิดผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เเละได้ขอให้คิดมาเพื่อช่วยเหลือประเทศไทยด้วย ซึ่งไม่ใช่เเค่ไทยอย่างเดียว เเต่ยังมีประเทศอาเซียนที่มีภูมิประเทศใกล้เคียงกัน เขารับปากกับผม ซึ่งเขาก็บอกว่าประเทศไทยมีส่วนอื่นที่พร้อมในการลงทุนสนับสนุน ผมก็ได้ให้รายละเอียดเขาไป เขาสนใจ เเละบอกว่าขอเดินทางไปเจรจาธุรกิจในจีนก่อน หากมีโอกาสจะกลับมาอีกครั้งเเน่นอน” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวและว่า
นอกจากนี้ อีลอน มัสก์ ยังได้ทิ้งเรือดำน้ำจิ๋วเอาไว้ให้ไทยได้ศึกษา ซึ่งต้องดูเเละศึกษาต่อไปว่าจะสร้างประโยชน์อะไรได้บ้าง อย่างไรก็ตาม ทุกอย่างที่สร้างมาอาจมีวัตถุประสงค์ที่ใช้ต่างกันออกไป แต่สามารถเปลี่ยนเเปลงได้ในอนาคต ตนถือว่านี่คือสิ่งที่เป็นประโยชน์อย่างมากต่อไทย เราต้องคำนึงถึงภัยพิบัติอย่างอื่นอีกด้วย
“ผมรับเขาเป็นเพื่อนผม ในเมื่อเขาเสนอมาผมก็ยินดีรับ ผมอยากให้เขาคิดว่าไทยเป็นบ้านหลังที่สอง อยากมาเที่ยวก็มาได้ เราดูแลอะไรได้ก็ช่วยไป กรณีนี้มีนักดำน้ำมาจากหลายประเทศ ผมได้เจอเเล้วและได้เข้าแสดงความยินดี ขอบคุณ อยากให้เขามองว่าไทยคือบ้านหลังที่สองเช่นเดียวกัน”
ส่วนการนำทีมหมูป่าที่เหลืออกมานั้น นายกฯ กล่าวว่า ไม่ใช่เรื่องง่าย เมื่อวานกว่าจะนำออกมาก็ใช้เวลาไปกว่า 8 ชั่วโมง เเละน่าจะลดลงได้อีกเหลือ 6 ชั่วโมง มันไม่แน่นอนขึ้นอยู่กับสภาพน้ำ เดิมสัปดาห์แรกเราต้องคำนึงถึงความเสี่ยง เเต่ก็โชคดีที่น้ำมันลดลง ทำให้บางช่วงสามารถเดินออกมาได้บ้าง ความสำเร็จในครั้งนี้เกิดขึ้นจากคนทุกฝ่ายทั้งไทยเเละเทศ ตนได้ทำหนังสือขอบคุณผ่านกระทรวงการต่างประเทศไปยังผู้นำของเเต่ละประเทศ เเละยังทำประกาศนียบัตรมอบให้เจ้าหน้าที่เป็นรายบุคคล หลังจากจบภารกิจตนได้มอบหมายให้กระทรวงการท่องเที่ยวพาพวกเขาไปเที่ยวตามที่อยากไป เพราะเขาไม่ได้อยากได้เงิน
อย่างไรก็ตามทุกประเทศชื่นชมการปฏิบัติงานในครั้งนี้ หลายประเทศคิดว่า การนำทีมหมูป่าออกทางน้ำเป็นไปไม่ได้ แต่เราทำได้สำเร็จ มันเป็นความสำเร็จของทุกคน