โครงการ “พลังเปลี่ยนแปลงเพื่อสังคม” (Banpu Champions for Change : BC4C) โดย บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ ChangeFusion ชู 2 โมเดลตัวอย่างกิจการเพื่อสังคม ที่ใช้ “วิทย์+ใจ” ขับเคลื่อนไทยสู่ความยั่งยืน
หลายคนอาจมองว่า “วิทยาศาสตร์” เป็นเรื่องซับซ้อนและห่างไกลจากชีวิตประจำวัน แต่เมื่อความรู้ทางวิทยาศาสตร์ถูกผสานเข้ากับหัวใจของผู้ประกอบการเพื่อสังคม (Social Enterprise : SE) ผลลัพธ์ที่ได้กลับกลายเป็นพลังขับเคลื่อนที่สร้างการเปลี่ยนแปลงในสังคมได้อย่างเป็นรูปธรรมโดยเฉพาะด้านสิ่งแวดล้อม
ไม่ว่าจะเป็นการจัดการขยะล้นเมือง หรือการฟื้นฟูผืนป่าที่เสื่อมโทรม วิทยาศาสตร์จึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงในห้องทดลอง แต่เป็นเครื่องมืออันทรงพลังในการแก้ไขปัญหาสังคมที่เผชิญอยู่ทุกวัน

รัฐพล สุคันธี ผู้อำนวยการสายอาวุโส-สื่อสารองค์กร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บ้านปูเชื่อมั่นในศักยภาพของคนรุ่นใหม่ และเชื่อว่าความรู้ด้านวิทยาศาสตร์สามารถช่วยส่งเสริมการพัฒนาสังคมได้ในหลายมิติ ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม
หลายกิจการที่อยู่ในโครงการ ได้นำเอาองค์ความรู้และวิธีทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มาช่วยขับเคลื่อนกิจการและแก้ไขปัญหาสังคมไปได้พร้อมกัน สำหรับกิจการที่เข้าร่วมโครงการในปีนี้ อาทิ แสนบุญฟาร์ม ได้ใช้ความรู้จากด้านเทคโนโลยีการเกษตรเข้ามาช่วยเพิ่มมูลค่าผลิตผล และ DDEXP ที่ใช้เทคนิคในรูปแบบของเกม (Gamification) เข้ามาช่วยดูแลสมองผู้สูงอายุ เป็นต้น
ทุกกิโลกรัมของขยะอินทรีย์ที่ถูกแปรรูปเป็นโปรตีน และทุกต้นไม้ที่หยั่งรากลงบนผืนดิน ล้วนเป็นสัญลักษณ์แห่งการเปลี่ยนแปลงของประเทศไทย ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นพลังของผู้ประกอบการเพื่อสังคม ที่กล้าใช้ทั้ง ‘วิทย์’ และ ‘ใจ’ ขับเคลื่อนธุรกิจของตน
2 โมเดลตัวอย่างกิจการเพื่อสังคม
โครงการ “พลังเปลี่ยนแปลงเพื่อสังคม” (Banpu Champions for Change : BC4C) โดย บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ ChangeFusion มุ่งมั่นผลักดันศักยภาพผู้ประกอบกิจการเพื่อสังคมมาอย่างต่อเนื่อง 14 ปี ได้สนับสนุนผู้ประกอบการ SE รุ่นใหม่ที่กล้าใช้ทั้งวิทย์และใจสร้างสรรค์กิจการเพื่อตอบโจทย์ด้านสิ่งแวดล้อม
2 กิจการเพื่อสังคมที่โดดเด่นอย่าง “JAIKLA” (ใจกล้า) และ “The Next Forest” คือหลักฐานที่จับต้องได้ว่าวิทยาศาสตร์ไม่ใช่เพียงทฤษฎี แต่เป็นพลังที่สามารถเปลี่ยนโลกและสร้างอนาคตที่ยั่งยืนให้กับทุกคน
จากภาพของกองผักผลไม้เหลือทิ้งจากห้างสรรพสินค้าที่เคยถูกมองว่าไร้ค่าวันนี้ JAIKLA (BC4C รุ่นที่ 9) ได้พลิกโฉมกองขยะเหล่านั้นให้กลายเป็นขุมทรัพย์แห่งคุณค่า ด้วยการใช้ “หนอนแมลงวันลาย” (Black Soldier Fly : BSF) มาแปลงร่างขยะอินทรีย์ให้กลายเป็นโปรตีนคุณภาพสูงสำหรับอาหารสุนัข
เบื้องหลังความสำเร็จนี้คือการใช้วิทยาศาสตร์การอาหารและเทคโนโลยีที่แม่นยำ โดยใช้การออกแบบโภชนาการที่เหมาะสม (Precision Nutrition) ในการวิเคราะห์ค่ากรดอะมิโนจำเป็น ไขมัน วิตามิน และแร่ธาตุในโปรตีนจาก BSF อย่างละเอียด เพื่อให้มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์อาหารสุนัขที่ได้นั้นมีคุณค่าทางโภชนาการสูงสุดสะอาดและปลอดภัย มีกระบวนการผลิตร่วมกับโรงงานที่ได้มาตรฐาน

โด่ง-อิทธิกร เทพมณี ผู้ร่วมก่อตั้ง JAIKLA แบรนด์ขนมน้องหมาจากโปรตีนแมลง เผยว่า มีการทดสอบทางวิทยาศาสตร์อย่างเข้มข้น เพื่อให้มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์มีความปลอดภัยและได้มาตรฐานอย่างแท้จริงในด้านสิ่งแวดล้อม ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ธุรกิจเล็ก ๆ แห่งนี้สามารถลดปริมาณขยะอินทรีย์ได้กว่า 60 ตันต่อปี และยังช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ก่อให้เกิดภาวะโลกร้อน เทียบเท่าคาร์บอนไดออกไซด์กว่า 110 ตัน
สำหรับ JAIKLA วิทยาศาสตร์คือหัวใจสำคัญที่ทำให้เปลี่ยน ‘ขยะอาหาร’ ให้เป็น ‘โอกาส’ และสร้างคุณค่าที่จับต้องได้ให้กับทั้งสัตว์เลี้ยงและสิ่งแวดล้อม โดยเชื่อว่าทุกคนสามารถเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงนี้ได้
อีกฟากหนึ่งของการเดินทาง วิทยาศาสตร์ก็ถูกนำมาใช้เพื่อการดูแลผืนป่าในประเทศไทย The Next Forest (BC4C รุ่นที่ 11) คือกิจการเพื่อสังคมที่มองการปลูกป่าไม่ใช่เพียงการโปรยเมล็ดพันธุ์ลงดิน แต่เป็นกระบวนการฟื้นฟูที่ครบวงจรและสอดคล้องกับธรรมชาติอย่างแท้จริง
ปาย-จุฑาธิป ใจนวล ผู้ร่วมก่อตั้ง The Next Forest ธุรกิจฟื้นฟูป่าครบวงจร บอกเล่าว่า การฟื้นฟูป่าไม่ใช่แค่การปลูกต้นไม้ แต่คือการนำวิทยาศาสตร์มาทำความเข้าใจระบบนิเวศ และใช้ศิลปะในการสร้างความสมดุลให้ธรรมชาติกลับคืนมา เราหวังว่าเรื่องราวของเราจะเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคนหันมาใส่ใจสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
ทีมงาน The Next Forest ผสมผสานวิทยาศาสตร์ป่าไม้เข้ากับศิลปะแห่งการจัดการพื้นที่ตั้งแต่การเลือกชนิดพันธุ์ไม้ที่เหมาะสมเพื่อเพิ่มอัตรารอดของกล้าไม้ การออกแบบพื้นที่ฟื้นฟูและวางแผนการดูแลหลังปลูก ไปจนถึงการติดตามผลอย่างเป็นระบบ รวมทั้งการประเมินด้านระบบนิเวศ เช่น ปริมาณการกักเก็บคาร์บอนในต้นไม้ ความหลากหลายทางชีวภาพ ปริมาณน้ำที่กักเก็บ เพื่อสร้างระบบนิเวศที่ยั่งยืน
ต้นไม้ทุกต้นที่ลงดินจึงไม่เพียงแต่เพิ่มพื้นที่สีเขียว แต่ยังช่วยเพิ่มศักยภาพในการดูดซับก๊าซเรือนกระจก จนกลายเป็นหนึ่งในวิธีการรับมือกับวิกฤตสภาพภูมิอากาศที่จับต้องได้ที่สุดในปัจจุบัน

