Skip to content

“พาณิชย์” เตรียมชง นบข.หามาตรการดูแลข้าวนาปี ดึง อคส.-อ.ต.ก.-ธ.ก.ส. รับซื้อข้าว

24 ต.ค. 2568 | 15:47น.
“พาณิชย์” เตรียมชง นบข.หามาตรการดูแลข้าวนาปี ดึง อคส.-อ.ต.ก.-ธ.ก.ส. รับซื้อข้าว

พาณิชย์” เตรียมชง นบข.พิจารณามาตรการดูแลราคาข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2568/69 เพิ่มเติม ดึง 3 หน่วนงานสำคัญคือ อคส. อ.ต.ก. ธ.ก.ส. รับซื้อข้าวในราคานำตลาด เป้าหมาย 3 ล้านตัน เผยยังมีแผนระบายข้าว ขายจีทูจีจีน 5 แสนตัน สิงคโปร์ 1 แสนตัน ดันขายข้าวเม็กซิโก บังกลาเทศ นำปลายข้าวเป็นอาหารสัตว์ ผลักดันเพิ่มมูลค่าข้าว

นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า สำหรับการดูแลผลผลิตและราคาข้าว กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าภายใน ในฐานะเลขาฯคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) ได้ทำหนังสือขอเวลานายกรัฐมนตรี ประชุมและจัดตั้งคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ซึ่งในการประชุมครั้งแรกกรมจะเสนอมาตรการเพิ่มเติมจากมติ นบข.ในรัฐบาลก่อน

สำหรับมาตรการเพิ่มเติมที่จะเสนอ ได้แก่ เสนอดูดซับและชะลอการขายข้าวอีก 3 ล้านตันข้าวเปลือก เน้นผ่านองค์การคลังสินค้า (อคส.) องค์การตลาดฯ (อ.ต.ก.) ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) โดยการรับซื้อของ 3 หน่วยงาน แต่ละหน่วยงานจะรับซื้อตามศักยภาพของแต่ละหน่วยงาน ใครมีขีดความสามารถมากก็ซื้อมาก แต่อยู่ในเป้าหมาย เป็นลักษณะการซื้อมาขายไป เพราะมีลูกค้าที่จะจำหน่ายได้อยู่แล้ว เช่น กรมราชทัณฑ์ หรือหน่วยงานอื่น ๆ หรือการจำหน่ายในตลาดปกติ ส่วนวงเงินที่ใช้รับซื้อเป็นเงินของหน่วยงานที่รัฐจะเข้ามาสนับสนุน และมีค่าบริหารจัดการให้ ซึ่ง อคส.เสนอซื้อข้าวส่งมอบและบรรจุถุงประมาณ 1 ล้านตันข้าวเปลือก

ส่วนมาตรการเดิมที่ นบข.ได้เคยอนุมัติก่อนหน้านี้คือ ให้สินเชื่อชะลอการขาย โดยเกษตรกรเก็บข้าวในยุ้งฉางได้ค่าฝากเก็บ 1,500 บาทต่อตัน เป้าหมาย 3 ล้านตัน ให้สินเชื่อรวบรวมข้าวสถาบันเกษตรกร 1.5 ล้านตัน ชดเชยดอกเบี้ยให้โรงสีเก็บสต๊อกข้าว 4 ล้านตัน

พร้อมกันนี้ ยังมีมาตรการช่วยชดเชยดอกเบี้ย 3% ให้กับโรงสี ผู้ค้าข้าว และผู้ส่งออกที่เข้าโครงการเก็บสต๊อก จำหน่ายผ่านผู้ผลิตอาหารสัตว์ รวมถึงออกมาตรการเร่งระบายข้าว อาทิ เจรจาขายข้าวให้จีน 5 แสนตัน สิงคโปร์ 1 แสนตัน ที่คาดว่าจะสรุปในวันที่ 7 พฤศจิกายนนี้ รวมถึงเจาะตลาดใหม่ เช่น เม็กซิโก บังกลาเทศ เป็นต้น ซึ่งรวมปริมาณข้าวเปลือกผ่านมาตรการชะลอขาย 11.5 ล้านตันข้าวเปลือก และปริมาณจากมาตรการเร่งระบายข้าวประมาณ 2.5 ล้านตันข้าวเปลือก

โดยคาดว่าผลผลิตข้าวนาปี 2568/69 มีประมาณ 26.99 ล้านตันข้าวเปลือก หรือ 17.54 ล้านตันข้าวสาร ผลผลิตออกสู่ตลาดแล้ว 6.05 ล้านตันข้าวเปลือก หรือ 3.9 ล้านตันข้าวสาร คิดเป็น 22% ของผลผลิตทั้งหมด คาดว่าจะออกสู่ตลาดมากช่วงเดือน พ.ย. 2568 เป็นต้นไป โดยราคาข้าวปัจจุบัน (วันที่ 22 ต.ค. 2568) ข้าวเปลือกหอมมะลิ 15,200-16,500 บาทต่อตัน ข้าวเปลือกปทุมธานี 8,200-8,700 บาทต่อตัน ข้าวเปลือกเจ้า 6,100-6,800 บาทต่อตัน ข้าวเปลือกเหนียว 8,200-9,000 บาทต่อตัน

“ คาดว่าการจัดการข้าวผ่านมาตรการชะลอขายและเร่งระบาย จะช่วยดันราคาข้าวเพิ่ม 3-5% หรือเฉลี่ยกว่า 500 บาทต่อตัน ปีนี้ต้องยอมรับว่าราคาข้าวที่ตกลงจากช่วงเดียวกันปีก่อนกว่า 40% เนื่องจากตลาดโลกแข่งขันราคาสูง สต๊อกสูง ซึ่งทุกประเทศส่งออกเจอปัญหาราคาตกลงเช่นกัน เช่น ข้าวขาวเจ้า 5% เอฟโอบีอยู่ที่ 354 เหรียญสหรัฐต่อตัน ปีก่อน 589 เหรียญสหรัฐต่อตัน เวียดนาม 374 เหรียญสหรัฐ จาก 555 เหรียญสหรัฐ ซึ่งตก 33% เป็นต้น” นายวิทยากรกล่าว

นายวิทยากรกล่าวถึงนโยบาย Quick Big Win ของกระทรวงพาณิชย์ที่จะเสนอครม. 7 พฤศจิกายนนี้ ว่าเป็นการรวบจากทุกกรมในกระทรวง เช่น ลดภาระประชาชน เพิ่มรายได้ สร้างอาชีพ และกิจกรรมพิเศษ เช่น นิวเยียร์เมกะเซล ที่จะเริ่มเดือนธันวาคมเป็นต้น