มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย จัดเวทีเยาวชนแห่งชาติ 2568 เปิดพื้นที่ให้เยาวชนกว่า 60 คนจากทั่วประเทศ แสดงศักยภาพและนำเสนอแนวคิดแก้ปัญหาสังคม ท่ามกลางโลกที่เปลี่ยนแปลง
มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย องค์กรพัฒนาเอกชนที่ทำงานเชื่อมประสานความร่วมมือเพื่อลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำทางสังคม จัดงานเวทีเยาวชนศุภนิมิตแห่งชาติประจำปี 2568 ภายใต้แนวคิด “ปั้นเด็กให้เปลี่ยนโลก สนามปล่อยของสำหรับเยาวชน การพัฒนาเด็กและเยาวชน เมื่อมิติแวดล้อมเปลี่ยนแปลง” โดยมีหน่วยงานจากภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม 17 หน่วยงานเข้าร่วม พร้อมด้วยเยาวชนเครือข่ายศุภนิมิตฯ จากทั่วประเทศกว่า 60 คน มาร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และนำเสนอผลงาน
นางรสลิน โกแวร์ ผู้อำนวยการมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย ระบุถึงบริบทปัจจุบันที่โลกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในหลายมิติ ทั้งเทคโนโลยี เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม การรวมกลุ่มของเยาวชนจึงมีความสำคัญในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงเชิงบวก แต่ยังมีเยาวชนจำนวนไม่น้อยที่ขาดโอกาสในการแสดงออก เสนอแนวคิด หรือพัฒนานวัตกรรมที่ตอบโจทย์บริบทของตนเองและสังคม
รายงานสถานการณ์เด็กและครอบครัวปี 2568 โดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ร่วมกับศูนย์คิด for คิดส์ ชี้ให้เห็นว่าเยาวชนไทยกำลังเผชิญข้อท้าทายสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นความเหลื่อมล้ำด้านเทคโนโลยี การขาดแคลนแหล่งเรียนรู้นอกระบบ และระบบสนับสนุนที่ไม่เอื้อต่อความคิดสร้างสรรค์
มูลนิธิทำงานกับกลุ่มเด็กเยาวชนในทั่วประเทศกว่า 30 จังหวัด โดยเน้นการสร้างศักยภาพผ่านการพัฒนาภาวะความเป็นผู้นำ และการรับฟังเสียงของเด็ก เวทีครั้งนี้จึงเป็นโอกาสให้เยาวชนได้เรียนรู้การพัฒนาความเป็นผู้นำ พร้อมทั้งแสดงความคิดเห็นและความต้องการในการพัฒนาตนเอง เสียงสะท้อนจากเยาวชนจะถูกนำไปใช้พัฒนาและวางแผนกลยุทธ์การดำเนินงาน 5 ปีข้างหน้าของมูลนิธิ

นางรสลินเผยว่า มูลนิธิศุภนิมิตฯ ตระหนักถึงความสำคัญในการเสริมพลังและสนับสนุนให้เยาวชนได้พัฒนาศักยภาพที่จำเป็น ทั้งทักษะชีวิต ความเป็นผู้นำ และความสามารถด้านนวัตกรรม โดยเฉพาะเทคโนโลยีที่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน
เวทีนี้จึงถูกออกแบบให้เป็นพื้นที่แสดงผลงานของเยาวชนในหลากหลายประเด็น ทั้งด้านทักษะชีวิต การศึกษา การปกป้องคุ้มครองเด็ก สิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สุขภาพอนามัย และการพัฒนาชุมชนและเยาวชนจิตอาสา ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนของมูลนิธิ โดยเฉพาะในมิติการศึกษาอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม การลดความเหลื่อมล้ำ การส่งเสริมสังคมที่สงบสุขและยุติธรรม รวมถึงการส่งเสริมความร่วมมือเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน
ตะวัน เยาวชนจากจังหวัดพังงา เล่าถึงประสบการณ์การเป็นตัวแทนเยาวชนในเวทีระดับนานาชาติ ที่ได้นำเสนอเรื่องการเปลี่ยนแปลงด้านภูมิอากาศและปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ต่อตัวแทนจากหลายประเทศและองค์การสหประชาชาติ โอกาสนี้ทำให้ปัญหาในพื้นที่ถูกสะท้อนออกไปในวงกว้าง เขาฝากถึงน้อง ๆ ให้คว้าโอกาสเมื่อมีเพื่อพัฒนาตนเอง และส่งต่อโอกาสให้คนอื่นต่อไป
ขณะที่นางสาวศิริมา เยาวชนจากแม่ฮ่องสอน กล่าวถึงการนำทักษะที่ได้รับไปพัฒนาชุมชนบนพื้นที่ดอยที่เผชิญปัญหาน้ำท่วม น้ำป่าไหลหลาก และดินถล่ม เธอได้ยกปัญหาเหล่านี้มานำเสนอในที่ประชุมเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยเหลือชุมชนอย่างทั่วถึง แม้จะเป็นเสียงเล็ก ๆ แต่มูลนิธิศุภนิมิตฯ ให้โอกาสและความกล้าที่จะออกมาเป็นกระบอกเสียงสร้างการเปลี่ยนแปลงต่อไป

มูลนิธิศุภนิมิตฯ ตระหนักถึงความสำคัญในการเสริมพลังและสนับสนุนให้เยาวชนได้พัฒนาศักยภาพที่จำเป็นต่อการเติบโต ทั้งในด้านทักษะชีวิต ความเป็นผู้นำ และความสามารถด้านนวัตกรรม โดยเฉพาะ AI ที่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน และเป็นกลไกในการขับเคลื่อนพลังเยาวชน รวมถึงทักษะอาชีพในอนาคต
โดยตั้งใจให้เวทีนี้เป็นพื้นที่แสดงผลงานของเยาวชน โดยมีเนื้อหาหลากหลายประเด็น อาทิ ด้านทักษะชีวิต ด้านการศึกษา ด้านการปกป้องคุ้มครองเด็ก ด้านสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ด้านสุขภาพอนามัย และด้านการพัฒนาชุมชนและเยาวชนจิตอาสา ซึ่งจะสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนของมูลนิธิ โดยเฉพาะในมิติที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม การลดปัญหาความเหลื่อมล้ำ การส่งเสริมสังคมที่สงบสุขและยุติธรรม รวมถึงการส่งเสริมความร่วมมือเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน