เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ธปท. เตือนลงทุน Forex ผู้ลงทุนเสี่ยงสูญเงิน
Finance ธปท. เตือนลงทุน Forex ผู้ลงทุนเสี่ยงสูญเงิน
น้ำท่วมต้องมี ‘ท่อ AI’ ท่อรางวัล James Dyson Award 2026
Tech น้ำท่วมต้องมี ‘ท่อ AI’ ท่อรางวัล James Dyson Award 2026
กองทัพ PLA สร้างศูนย์ฝึกนักบินทหารในสปป.ลาว นักวิเคราะห์ชี้ฐานทัพจีนแห่งแรกในอาเซียน
World กองทัพ PLA สร้างศูนย์ฝึกนักบินทหารในสปป.ลาว นักวิเคราะห์ชี้ฐานทัพจีนแห่งแรกในอาเซียน
บอร์ดการบินไทย สั่งปลด CEO ‘ชาย เอี่ยมศิริ’ ตั้ง สัมฤทธิ์ นั่งรักษาการ
Business บอร์ดการบินไทย สั่งปลด CEO ‘ชาย เอี่ยมศิริ’ ตั้ง สัมฤทธิ์ นั่งรักษาการ
บ้านเราอบอุ่นที่สุด ‘วิว กุลวุฒิ’ โพสต์ภาพครอบครัวมารอรับถึงสนามบิน หลังลงเครื่องกลับถึงไทย
Biz Movement บ้านเราอบอุ่นที่สุด ‘วิว กุลวุฒิ’ โพสต์ภาพครอบครัวมารอรับถึงสนามบิน หลังลงเครื่องกลับถึงไทย
อลหม่าน บอร์ด กสทช. แตก 2 วง ชิงกำหนดวาระต่อเนื่อง ต่างอ้างความชอบด้วยกฏหมาย
Tech อลหม่าน บอร์ด กสทช. แตก 2 วง ชิงกำหนดวาระต่อเนื่อง ต่างอ้างความชอบด้วยกฏหมาย
โปรเซฟ-สาริศ เปรียบ “กอล์ฟเหมือนผู้หญิง บางวันดี บางวันก็ไม่ดี สุดท้ายเราก็รักเขา”
Biz Movement โปรเซฟ-สาริศ เปรียบ “กอล์ฟเหมือนผู้หญิง บางวันดี บางวันก็ไม่ดี สุดท้ายเราก็รักเขา”
Thai PBS ย้ำความเป็นอิสระ ปมเสนอเปลี่ยน “ภาษีบาป” 2 พันล้านสู่งบรัฐ
Politics Thai PBS ย้ำความเป็นอิสระ ปมเสนอเปลี่ยน “ภาษีบาป” 2 พันล้านสู่งบรัฐ
BlueQuest จับมือ โอโซ่-อมารี ภูเก็ต อบรมช่วยชีวิตสัตว์ทะเลเกยตื้น แจ้งเหตุผ่านแอปพลิเคชัน
SD BlueQuest จับมือ โอโซ่-อมารี ภูเก็ต อบรมช่วยชีวิตสัตว์ทะเลเกยตื้น แจ้งเหตุผ่านแอปพลิเคชัน
ไอคอนสยาม จัดแคมเปญ “FASHION ATTENTION เสิร์ฟลุคสับ รับซีซันใหม่”ตลอดเดือนต.ค.
Business ไอคอนสยาม จัดแคมเปญ “FASHION ATTENTION เสิร์ฟลุคสับ รับซีซันใหม่”ตลอดเดือนต.ค.
ดูทั้งหมด

เศรษฐกิจโตต่ำ-แรงงานขาด โจทย์ใหญ่ “ไมล์สโตน” แผนพัฒนาฯชาติ

07 ก.ค. 2560 | 11:22น.

ปี 2560 ถือเป็นขวบปีแรกของ “รถไฟขบวนที่ 12” หรือแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 ที่มีระยะเวลา 5 ปี (2560-2564) หลังประกาศใช้เมื่อเดือน ต.ค. 2559 สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้จัดสัมมนาประจำปี 2560 เมื่อวันที่ 3 ก.ค.ที่ผ่านมา เพื่อเป็นเวทีสร้างการรับรู้ความเข้าใจกระตุ้นให้ทุกภาคส่วนในสังคมให้ความสำคัญกับเป้าหมายการพัฒนาประเทศในระยะปานกลาง และระยะยาว แต่ทุกเป้าหมายก็ยังมีประเด็นความท้าทาย และการจะไปให้ถึงเป้าหมายได้มากน้อยแค่ไหน

ปักธงก้าวสู่ ปท.พัฒนาแล้ว

“พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรี ประกาศบนเวทีว่า ประเทศไทยกำลังเดินไปสู่เส้นชัย หลังจากหยุดเดิน หรือกระทั่งเดินถอยหลังมาเป็นเวลานาน ซึ่งการเดินไปสู่เส้นชัย สอดคล้องกับโรดแมป ขั้นที่ 1-3 ของรัฐบาลชุดนี้ ภายใต้วิสัยทัศน์นำประเทศไปสู่อนาคตอย่างมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน และก้าวสู่ประเทศพัฒนาแล้วภายในปี 2579 โดยปัจจุบันกำลังเดินอยู่ในขั้นที่ 2 ก่อนจะส่งไม้ต่อให้รัฐบาลชุดต่อไป โดยรัฐบาลได้จัดทำยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และแผน 12 ก็คือแผน 5 ปีแรกของยุทธศาสตร์ชาติ

“เรามีร่างพระราชบัญญัติจัดทำยุทธศาสตร์ และร่างพระราชบัญญัติแผนและขั้นตอนการปฏิรูปประเทศออกมาแล้ว โรดแมปขั้นที่ 2 มี 2 อย่าง คือการเตรียมการในเรื่องยุทธศาสตร์ชาติ และการปฏิรูปประเทศจะมีคณะกรรมการ 2 คณะ เพื่อรักษาความต่อเนื่อง ซึ่งคณะกรรมการต่าง ๆจะเริ่มทำงานได้ก็ประมาณเดือน ส.ค.นี้” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

นายกรัฐมนตรีกล่าวด้วยว่า 9 เดือนที่ผ่านมา รัฐบาลเดินตามแผน 12 มาตลอด และหาก 5 ปีนี้สามารถเดินได้ตามแผนทั้งหมด ก็จะสามารถส่งไม้ต่อไปสู่แผน 13 แผน 14 และ แผน 15 กระทั่งทำให้ประเทศไทยเกิดความเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีในระยะ 20 ปีได้อย่างที่ตั้งเป้าหมายไว้

ไมล์สโตน 5 ปีของแผน 12

“ดร.ปรเมธี วิมลศิริ” เลขาธิการ สศช. กล่าวว่า แผน 12 เป็นการวางรากฐาน 5 ปีแรก ยึดโยงกับยุทธศาสตร์ชาติ ทั้ง 6 ยุทธศาสตร์ ได้แก่ 1) ยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคง 2) ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน 3) ยุทธศาสตร์การพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพคน 4) ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างโอกาส ความเสมอภาคและเท่าเทียมกันทางสังคม 5) ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และ 6) ยุทธศาสตร์ด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ

แผน 12 มีเป้าหมายหรือ “ไมล์สโตน” ระยะ 5 ปี โดยจะมีทั้งการดูแลคนไทยตลอดช่วงชีวิต ด้วยการปรับเปลี่ยนฐานการผลิต สร้างกลไกสนับสนุนการเจริญเติบโตทางด้านเศรษฐกิจใหม่ ๆ ให้เกิดขึ้น การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานให้มีความสมบูรณ์เชื่อมโยงภายในประเทศ เชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน และเชื่อมโยงในภูมิภาค ขณะเดียวกันก็เอื้อให้เกิดความสะดวกในการลงทุน ทำธุรกิจ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

พร้อมกับการผลักดันการลงทุนของภาคเอกชนทางด้านวิจัยและพัฒนานวัตกรรมเพิ่มมากขึ้นและมีการนำไปใช้ในภาคส่วนต่าง ๆ ขณะที่ความยากง่ายในการประกอบธุรกิจประเทศไทยมุ่งมั่นจะขึ้นไปเป็นอันดับ 2 ของอาเซียน

วาดฝันเศรษฐกิจโต 5% ต่อเนื่อง

นอกจากนี้ เป้าหมายชี้วัดที่สำคัญ คือ การขยายตัวทางด้านเศรษฐกิจในช่วง 5 ปี ที่ตั้งเป้าการเติบโตไว้ 5% ต่อปี ซึ่งจะทำให้คนไทยมีรายได้ต่อหัวขยับมาอยู่ที่ 8,200 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี แต่ยอมรับว่าปี 2560 ซึ่งเป็นปีแรกของแผน ซึ่งคงมีปัจจัยลบที่ทำให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวไม่ถึง 5%

“ไมล์สโตนตามแผน 12 มีเป้าหมายการเจริญเติบโตทางด้านเศรษฐกิจ 5% แต่ว่าในปีแรกยังมีข้อจำกัด โดยเฉพาะภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ สหรัฐอเมริกาก็เพิ่งจะขึ้นอัตราดอกเบี้ย จากฐานเศรษฐกิจที่กำลังขยายตัว ฉะนั้นในปีแรกตามแผน เศรษฐกิจไทยคงยังไม่ถึง 5% แต่ก็มีสัญญาณดีขึ้นเรื่อย ๆ ปีนี้ก็อาจจะโตได้ 3.5% หรือเกินกว่านี้ ซึ่งก็เป็นฐานที่เร่งขึ้นมาจากปีก่อน และปัจจัยลบที่เริ่มหมดไป ทั้งภัยแล้ง เศรษฐกิจโลกที่กระทบในปีก่อน ดังนั้นปีนี้เศรษฐกิจก็น่าจะดีกว่า 2-3 ปีที่เป็นมา” ดร.ปรเมธีกล่าว

อย่างไรก็ตาม หากเร่งสร้างโอกาสในการลงทุน โดยเฉพาะในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) หรือสร้างฐานโอกาสใหม่ ๆ ได้ ก็ย่อมมีความเป็นไปได้ที่จะผลักดันให้เศรษฐกิจเติบโตได้ใกล้เคียงเป้าหมายมากขึ้น

ดร.ปรเมธีกล่าวอีกว่าขณะนี้แผน 12 ผ่านมากว่า 9 เดือนแล้ว แต่ละยุทธศาสตร์ก็มีความก้าวหน้าไปได้ดี โดยทาง สศช. จะประเมินผลเมื่อครบปีอีกที อย่างไรก็ตาม เนื่องจากแผน 12 มีการตั้งประเด็นท้าทายค่อนข้างมาก ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วคงไม่เกิดขึ้นง่าย ซึ่งในการประเมินผลก็ต้องพิจารณาข้อจำกัดด้วย

“ในปีแรก บางเรื่อง บางตัวชี้วัดอาจจะคาดหวังได้ยาก อย่างความเหลื่อมล้ำ หรือการเติบโตเศรษฐกิจที่ยังได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกอยู่ แต่ถ้าให้ประเมินช่วงที่ผ่านมา ส่วนตัวถือว่าพอใจมาก เพราะรัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับยุทธศาสตร์ชาติ และนโยบายต่าง ๆ ที่เป็นไปตามยุทธศาสตร์ชาติ แต่ว่าการปฏิบัติก็คงต้องผลักดันให้ไปได้เร็วขึ้นอีก อย่างเช่น การดูแลเรื่องการออมของประชาชน หรือการสร้างสตาร์ตอัพ” ดร.ปรเมธีกล่าว

จี้เตรียมพร้อมรับปัญหาแรงงานขาด

สำหรับปัจจัยผลกระทบด้านแรงงานต่อแผน12 ดร.ปรเมธียืนยันว่า ในแผน 12 ได้ตั้งโจทย์ไว้อยู่แล้วว่า แนวโน้มแรงงานจะมีลดน้อยลง โดยทุกภาคส่วนต้องเตรียมรับมือกับสถานการณ์แรงงานขาดแคลน แต่หากผู้ที่ติดตามปัญหานี้มาก่อนจะมีทางรับมือ และจะถูกผลกระทบน้อยกว่าคนอื่นในกรณีที่เริ่มขาดแรงงาน หรือกรณีที่แรงงานต่างด้าวกลับประเทศกะทันหันเหมือนในขณะนี้

“เรื่องแรงงานอยู่ในโจทย์ อยู่ในการเตรียมพร้อมอยู่แล้ว ก็ต้องปรับตัวด้วย แรงงานน้อยลง ก็ต้องทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น หรือมีการใช้เครื่องมือเครื่องจักรเข้ามาช่วยเพิ่มผลผลิตมากขึ้น ขณะที่แรงงานต่างด้าวก็ต้องจัดระบบให้ชัดเจนขึ้น ไม่ใช่อย่างที่ผ่านมาที่ไม่สามารถจัดระบบข้อมูลต่าง ๆ ได้ ก็ต้องเตรียมสำหรับอนาคต ช่วงนี้คงเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านเพื่อเข้าสู่ระบบ” เลขาธิการ สศช.กล่าว

ส่วนการลงทุนภาคเอกชนที่ยังชะลอตัวจะกระทบต่อเป้าหมายทางเศรษฐกิจของแผน 12 มากแค่ไหน เลขาธิการ สศช.ยอมรับว่า ช่วงต้นปีที่ผ่านมา เอกชนยังชะลอการลงทุน แต่ภาคอื่น ๆ ก็ขยายตัวดีขึ้นเกือบทุกภาคแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการบริโภค การส่งออก ภาคเกษตร

ดังนั้นการลงทุนเอกชนก็น่าจะตามมา หลังจากนี้เห็นได้จากเมื่อการส่งออกขยายตัวได้ดี ส่งผลให้ดัชนีการผลิตภาคอุตสาหกรรมที่เคยติดลบ ก็เริ่มกลับมาเป็นบวกในเดือน พ.ค. ขณะที่การขออนุมัติพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ก็เริ่มกลับมาเพิ่มขึ้น จึงเชื่อว่าการลงทุนเอกชนจะเริ่มฟื้นตัวตามมา