อลหม่าน บอร์ด กสทช. แตก 2 วง ชิงกำหนดวาระต่อเนื่อง ต่างอ้างความชอบด้วยกฏหมาย
ประชุม บอร์ด กสทช. โกลาหล นัดหมายซ้อน 2 วง วง “6 บอร์ด – วงใหญ่ นพ.สรณ” ฝั่งเลขาฯ ชิงลางาน ฝั่ง 6 บอร์ดชิงกำหนดสาระการประชุมต่อเนื่องตลอดเดือน ต.ค. ฝั่ง นพ.สรณ ย้ำไม่เกี่ยวข้องกับวงประชุมนี้ ต่างฝ่ายอ้างความชอบด้วยอำนาจ ด้าน “พิรงรอง” พ้อ เสี่ยงขัดกฎหมาย หวั่นเป็นข้ออ้างตรา พ.ร.ก. ยุบ กสทช.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เกิดความโกลาหล อีกครั้ง เมื่อวงประชุมแตกเป็นสองวง คือ วงนัดพิเศษของ 6 บอร์ด กสทช. และ วงนัด บอร์ด กสทช. ครั้งที่ 25/2569 (บอร์ดชุดใหญ่ 7 คน)
โดยสถานการณ์ในวันนี้ ยกระดับจาก “ประชุมล่ม” ซึ่งเกิดมา 12 ครั้ง ไปสู่การ “ชิงประชุม” เพื่อกำหนดวระประชุมล่วงหน้า โดยให้มีคนทำหน้าที่แทนประธาน กสทช.
หลังจากวานนี้ (1 ต.ค.) นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รักษาการ เลขาธิการ กสทช. ได้ลงนามเชิญประชุมนัดพิเศษ ให้ บอร์ด กสทช. 6 คน ในวันนี้ ตามข้อเรียกร้องของ บอร์ด กสทช. 5 คน โดยไม่มี ศ.คลินิก นพ. สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. ซึ่งยังมีความไม่ชัดเจนในสถานะจากปมคุณสมบัติ
โดยให้การประชุม 6 บอร์ด นี้ เป็น “นัดพิเศษ” เพื่อคัดเลือกประธานในที่ประชุม แทน นพ.สรณ แล้วจึงขับเคลื่อนวาระงานที่คั่งค้างต่อ
เมื่อถึงกำหนดการนัดหมายมีความแจ้งว่า นายไตรรัตน์ ขอลางาน และมอบหมายให้ นายฉันทพัทธ์ ขำโคกกรวด รักษาการ รองเลขาฯ ทำหน้าที่แทน
ต่อมา รองเลขาฯ แจ้งสำทับอีกว่า ไม่สามารถจัดประชุม นัดพิเศษ ให้กับ 6 บอร์ด กสทช. ได้ เนื่องจาก สำนักงาน กสทช. ในฐานะเลขานุการในที่ประชุม ต้องจัดประชุมบอร์ด กสทช. ครั้งที่ 25/2569 ระหว่างวันที่ 1-2 ต.ค. (บอร์ใหญ่ 7 คน) ซึ่งนัดโดย นพ.สรณ และเมื่อวานนี้ (1 ต.ค.) ยังไม่มีการแจ้งยกเลิกการประชุมดังกล่าว
ผู้สื่อข่าว รายงานด้วยว่า ด้วยการที่ยังไม่มีคำสั่งให้ยกเลิกประชุม เจ้าหน้าที่ กสทช. เตรียมความพร้อมสำหรับการประชุม บอร์ดใหญ่ปกติ กสทช. ที่ชั้น 2 ตั้งแต่วานนี้
อย่างไรก็ตาม การประชุมที่ชั้น 12 ยังคงดำเนินต่อ เช่นเดียวกับชั้น 2 แม้ไม่มีประธานในที่ประชุม แต่มีเจ้าหน้าที่ต้องรอจนกว่าจะถึง 16.30 น. ตามกำหนดการ
ชิงความชอบธรรมตามกฎหมาย
หลังประชุม 6 บอร์ด กสทช. นัดพิเศษ รศ.ดร. ศุภัช ศุชลาศัย ประธานในที่ประชุม เปิดเผยว่า การประชุมครั้งนี้มีแค่เรื่องเดียวคือการบริหารจัดการภายใน เพื่อให้มีนัดหมายประชุมครั้งต่อไปให้ได้ เพื่อสะสางวาระค้างอยู่กว่า 200 เรื่อง โดยจะเริ่มพิจารณาเรื่องเร่งด่วนที่กำหนดเวลาก่อน และจะนัดประชุม 2 ครั้งต่อสัปดาห์ ให้ต่อเนื่องตลอดเดือน ต.ค. 2569 เริ่มวันที่ 6 ต.ค. นี้
สำหรับการรับรองรายงานการประชุม บอร์ด 6 คน ดร.ศุภัช ยืนยันว่า เจ้าหน้าที่สำนักงาน ในฐานะเลขานุการ การประชุมจะทำการรับรองมติตามระเบียบ แม้ผู้ได้รับมอบหมาย คือ รักษาการรองเลขาฯ จะนั่งประจำอยู่ในห้องประชุมชั้น 2 ของ บอร์ดใหญ่ 7 คน
และว่าการประชุมนี้ มีความชอบธรรมตามกฎหมาย และ กสทช. ทุกคนมีอำนาจ ดังนั้น มติที่ออกจากการประชุมนี้ จึงชอบด้วยกฎหมาย
ขณะเดียวกัน ฝั่ง นพ. สรณ ได้ส่งบันทึกด้วย ปฏิเสธการมีส่วนร่วมกับการประชุมวง 6 คน และระบุว่าการดำเนินการประชุมล้วนเป็นอำนาจของ กสทช. แต่ต้องดำเนินการตามระเบียบ
“ในส่วนของการดำเนินงานและการประชุมต่างๆ ของบอร์ด กสทช. ย่อมต้องยึดถือและปฏิบัติตามระเบียบและกฎหมายที่รองรับอย่างเคร่งครัด เพื่อให้สามารถนำไปปฏิบัติใช้ได้อย่างถูกต้องตามขั้นตอน โดยการประชุมและการบรรจุวาระต่างๆ ถือเป็นงานธุรการปกติของกระบวนการปฏิบัติงานเต็มเวลา แม้ก่อนหน้านี้จะเคยมีข้อเรียกร้องจากกรรมการบางท่านที่ไม่ต้องการให้ประธาน กสทช. เข้าร่วมประชุม โดยมีการกล่าวอ้างเพิ่มเงื่อนไขและข้อทักท้วงต่างๆ ขึ้นมาตามลำดับ“
ทั้ง ยืนยันว่าตนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง หรือก้าวก่าย หรือเข้าไปแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ในการนัดหมายหรือการจัดประชุมในอีกวงหนึ่งแต่แต่อย่างใด เนื่องจากได้ยื่นลาการประชุมอย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว การดำเนินการต่างๆ ของสำนักงานและฝ่ายเลขานุการจึงเป็นไปตามขั้นตอนการปฏิบัติงานปกติภายใต้กรอบระเบียบและกฎหมาย
พร้อมกันนี้ ประธาน กสทช. ขอชี้แจงเพิ่มเติมในประเด็นของสถานะทางกฎหมายและการต่อสู้คดีของประธาน กสทช. นั้น ปัจจุบันยังอยู่ในระหว่างกระบวนการอุทธรณ์ ซึ่งตามหลักนิติธรรมถือว่าคดียังไม่ถึงที่สุด
เมื่อถามว่า เมื่อมีการประชุม 2 วงเช่นนี้ จะทำให้อีกวงประชุมหนึ่งขัดต่อกฎหมาย หรือระเบียบหรือไม่
ศ.กิตติกุณ พิรงรอง รามสูต อธิบายว่า บอร์ด กสทช. มีอำนาจในการจัดประชุม และเมื่อมีการดำเนินการประชุมถูกต้องตามระเบียบ ต้องมีการรับรองมติ และก็มีผลทางกฎหมาย กสทช. ทุกคนได้รับโปรดเกล้าฯ มาเช่นเดียวกัน
และกล่าวด้วยว่า ต้องพิจารณาจากข้อมูลรอบด้านในปัจุบันนี้ดูว่า ทั้งคำสั่งของคณะกรรมการสรรหา กสทช. คำสั่งไม่คุ้มครองของศาลปกครอง รวมถึงคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ล่าสุด นี้
“อีกประชุมหนึ่งนั้น จัดขึ้นโดยคนที่มีอำนาจทางกฎหมายหรือไม่”
และว่า เมื่อ บอร์ด กสทช. ดำเนินการประชุมแล้วหน้าที่เลขานุการ คือ สำนักงาน กสทช. และหากไม่ดำเนินการก็อาจเสี่ยงต่อการละเว้นปฏิบัติหน้าที่
หวั่น เป็นข้ออ้าง ยุบ กสทช.
อย่างไรก็ตาม ในช่วงเช้าของวันนี้ ดร.พิรงรอง ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ้ก ว่า
“ตั้งใจมาประชุมแต่เช้า แต่พอมาถึงเจอสัญญาณไม่ค่อยดีคือ
1. รักษาการเลขาธิการกสทช.ลาวันนี้ และมอบหมายให้รักษาการรองเลขาฯมาทำหน้าที่แทน
2. รักษาการรองเลขาฯ คนที่ได้รับมอบหมายทำหนังสือแจ้งกสทช.เช้านี้ว่าไม่สามารถมาทำหน้าที่เลขานุการในที่ประชุมนัดพิเศษของกสทชทั้ง 6 คนได้ เพราะติดภารกิจทำหน้าที่เลขาฯของการประชุมที่นายแพทย์สรณ นัดไว้ก่อน ทั้งๆที่นัดนั้นเริ่ม 9.30 น. ซึ่งนายแพทย์สรณแจ้งลาประชุมไว้ด้วย และนัดของกรรมการ 6 คนเริ่ม 10.30น. เป็นคนละเวลา
มีคนลงไปดูที่ห้องประชุม (9.30น.) แจ้งว่าวันนี้มีการเกณฑ์คนของสำนักงานกสทช.มาเต็มพิกัด เพื่อเตรียมชี้แจงวาระต่างๆทั้งที่ๆการประชุมครั้งก่อนหน้านี้ที่ล่มๆไป ไม่เคยมีเจ้าหน้าที่มาเตรียมชี้แจงแบบนี้เลย เพราะน่าจะรู้อยู่แล้วว่าการประชุมจะไม่เกิดขึ้นเนื่องจากองค์ประชุมไม่ครบ แต่คราวนี้ทราบว่ามาว่ามีคำสั่งให้มากันเต็มที่
ไม่แน่ใจว่า สถานการณ์แบบนี้อาจนำไปสู่การล้มการประชุม หรือ การทำให้การประชุมของกสทช. 6 คนไม่ถูกกฎหมายหรือไม่
แต่มีคนวิเคราะห์ว่า อาจเป็นเงื่อนไขเพื่อออกพรก.ล้มกสทช.ทั้งชุดหรือไม่
จึงเรียนมาเพื่อเป็นข้อมูลตามความจริงที่เกิดขึ้นค่ะ”