นายกฯย้ำ “คนละครึ่งพลัส” เฟส 2 มาแน่ปลาย ธ.ค. ก่อนยุบสภา เมินเสียงวิจารณ์เลียนแบบ บอกคิดแค่ทำเพื่อ ปชช. ทำให้เม็ดเงินลงสู่ระบบเศรษฐกิจ-ชม 3 รัฐมนตรี ศก.เคลื่อนงานตามกรอบ Quick Big Win
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวตอนหนึ่งบนเวทีแสดงวิสัยทัศน์ในงาน THE STANDARD ECONOMIC FORUM 2025 ในหัวข้อ “Thailand’s Next Frontier : A National Economic Vision วิสัยทัศน์ประเทศไทยในโลกใหม่” ว่า ประเด็นเศรษฐกิจ ความความสามารถในการแข่งขันในช่วงเวลา 4 เดือนนี้ โฟกัสนโยบาย Quick Big Win ซึ่งได้ทีมเศรษฐกิจ รองนายกรัฐมนตรีทั้ง 3 ท่าน นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และนายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน
ซึ่งเรื่องเศรษฐกิจทั้ง 3 ท่านมีความเข้าใจกลไกของรัฐเป็นอย่างดี และเป็นผู้ปฏิบัติซึ่งเราเน้นเรื่องปากท้องประชาชนสำคัญที่สุด เช่น นโยบายคนละครึ่งพลัสก่อนหน้านี้ถูกกล่าวหาว่าเลียนแบบคนอื่น นายกรัฐมนตรีกล่าวว่าไม่เคยคิดถึงตรงนั้น คิดแค่เพียงว่าประชาชนได้อะไร หากประชาชนได้ และกระตุ้นเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะกี่เปอร์เซ็นต์มันก็คือการกระตุ้นเศรษฐกิจ และที่สำคัญคือการมีเม็ดเงินในระบบ ไม่ใช่การแจกฟรี ประชาชนมีส่วนร่วม
ส่วนประชาชนที่อยู่ชายขอบ ก็มีโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และเติมเงินเข้าไปให้ ซึ่งก็ Win-Win จำนวนเงินที่ทุกคนจะได้เท่ากัน เฉลี่ยประมาณ 2,000 บาท ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ขวัญกำลังใจคนในประเทศดีขึ้น เพราะฉะนั้นเป็นสิ่งที่อย่างน้อย 4 เดือนก็ได้ทำ
ส่วนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังก็เดินหน้าเรื่องการแก้หนี้ครัวเรือน พยายามปรับโครงสร้างหนี้ไม่เกิน 100,000 บาทสำหรับประชาชนที่หาเช้ากินค่ำทั่วไป ถือเป็นสิ่งที่มีความหมายและความมีความสำคัญ
ส่วนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เดินหน้านโยบายไฟฟ้าชุมชน ทั้งหมด 1,500 เมกะวัตต์ทั่วประเทศ และชุมชนละไม่เกิน 5 เมกะวัตต์ หากใช้ไม่ถึงก็สามารถขายคืน นำเงินนั้นมาเป็นกองทุนหมู่บ้าน ต้องทำให้พี่น้องประชาชนเข้าใจบริบทคำว่า Green Economy เราต้องสร้างความคุ้นเคยเรื่องนี้ให้ได้ เพราะสมัยนี้เราต้องอยู่ในโลกที่กติกาใหม่ เราต้องรักธรรมชาติให้มากที่สุด สร้างความเป็นมิตรให้โลก สร้างการแข่งขันบนเวทีโลก โดยที่รัฐบาลนี้สร้างพื้นฐานไว้ให้รัฐบาลในอนาคตนำไปต่อยอด
ในช่วงท้าย นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงสิ่งที่สำคัญที่สุดที่จะทำให้สำเร็จในช่วงเวลา 4 เดือน ว่าคือการยุบสภา ในวันที่ 31 มกราคม 2569 นั้นคือเลตที่สุด ส่วนโครงการคนละครึ่งพลัส เฟส 2 ต่อได้ดำเนินการไปแล้วในช่วงที่เข้ามาเป็นรัฐบาลภายใน 3 สัปดาห์ ส่วนคนละครึ่งพลัสในเฟสที่ 2 นั้น คาดว่าจะทำได้ในช่วงครึ่งหลังของเดือนธันวาคม ซึ่งจะดำเนินการให้เสร็จก่อนยุบสภา
นอกจากนี้ ยังมีการผลักดันค่าโดยสารขนส่งสาธารณะที่ต่อยอดมาจากรัฐบาลชุดก่อน และยกระดับความเป็นอยู่ ทำให้ปากท้องของพี่น้องประชาชนดีขึ้น
นายกรัฐมนตรียังย้ำอีกว่า ตั้งแต่ตอนเข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรียังไม่เคยมีกระสุนสักลูกตกเข้ามา ไม่มีจรวด ไม่มีระเบิด ไม่มีใครขาขาด ไม่มีพี่น้องทหารบาดเจ็บ สิ่งใดที่เป็นความต้องการของพี่น้องประชาชน เช่นการเปิดด่านจะเป็นสิ่งสุดท้าย