เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
Super LBA : เจาะลึกกลยุทธ์ บริหารความเสี่ยงด้วยประกันภัย
Biz Movement Super LBA : เจาะลึกกลยุทธ์ บริหารความเสี่ยงด้วยประกันภัย
ARV & SKYLLER Open House 2026 โชว์ศักยภาพ โดรน-โซลูชันอัจฉริยะ เพื่อภาคอุตสาหกรรม
Biz Movement ARV & SKYLLER Open House 2026 โชว์ศักยภาพ โดรน-โซลูชันอัจฉริยะ เพื่อภาคอุตสาหกรรม
GULF ชวนชี้พิกัดพื้นที่ขาดแคลนไฟฟ้า ติดตั้งโซลาร์เซลล์ฟรี
Biz Movement GULF ชวนชี้พิกัดพื้นที่ขาดแคลนไฟฟ้า ติดตั้งโซลาร์เซลล์ฟรี
อนุทิน ท้า iLaw เปิดข้อมูลฮั้ว สว.เพิ่ม ‘ภราดร’ ยันฟ้อง ‘ยิ่งชีพ’ ภูมิใจไทยเสียหาย
Politics อนุทิน ท้า iLaw เปิดข้อมูลฮั้ว สว.เพิ่ม ‘ภราดร’ ยันฟ้อง ‘ยิ่งชีพ’ ภูมิใจไทยเสียหาย
ราคาทองวันนี้ (27 ก.ค. 69) ขยับขึ้น 150 บาท รูปพรรณบาทละ 65,800 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (27 ก.ค. 69) ขยับขึ้น 150 บาท รูปพรรณบาทละ 65,800 บาท
TISA มากกว่าสิทธิภาษี…สู่การสร้างความมั่นคงทางการเงินของคนไทย
Finance TISA มากกว่าสิทธิภาษี…สู่การสร้างความมั่นคงทางการเงินของคนไทย
สุริยะ ชง ครม. ย้ายใหญ่ 9 ตำแหน่ง กระทรวงเกษตรฯ อธิบดี-รองปลัด
Politics สุริยะ ชง ครม. ย้ายใหญ่ 9 ตำแหน่ง กระทรวงเกษตรฯ อธิบดี-รองปลัด
SET เปิดตลาดร่วงกว่า 11 จุด สวนภูมิภาค หุ้น DELTA ถูกเทขาย นักลงทุนผิดหวังงบฯ Q2
Finance SET เปิดตลาดร่วงกว่า 11 จุด สวนภูมิภาค หุ้น DELTA ถูกเทขาย นักลงทุนผิดหวังงบฯ Q2
ชมรมแพทย์ชนบท เตือน ปชน. อย่าเปิดช่องแก้กฎหมายบัตรทอง
Politics ชมรมแพทย์ชนบท เตือน ปชน. อย่าเปิดช่องแก้กฎหมายบัตรทอง
จีนรุกเชื่อม “Data Center” เข้าพลังงานสะอาด รับมือวิกฤต AI โลก
Tech จีนรุกเชื่อม “Data Center” เข้าพลังงานสะอาด รับมือวิกฤต AI โลก
ดูทั้งหมด

สิงคโปร์ ผ่านกฎหมาย ใช้ไม้แข็ง ‘เฆี่ยนสแกมเมอร์’ สูงสุด 24 ครั้ง

05 พ.ย. 2568 | 12:35น.

ประเทศสิงคโปร์กำลังเดินหน้าเข้มงวดกับอาชญากรรมทางไซเบอร์ โดยเฉพาะ ‘ขบวนการสแกม’ ที่แพร่ระบาดในสังคมออนไลน์อย่างหนัก หลังรัฐบาลเสนอแก้ไขกฎหมายอาญาฉบับใหม่ให้สามารถ ‘เฆี่ยน’ ผู้ที่กระทำผิดเกี่ยวกับการหลอกลวงออนไลน์ รวมถึงผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทางอ้อม เช่น ผู้จัดหาซิมการ์ด บัญชีธนาคาร หรือเอกสารระบุตัวตนให้กับขบวนการสแกม 

จากสถิติของสำนักงานตำรวจสิงคโปร์ระบุว่า ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2025 ประชาชนสูญเสียเงินจากคดีสแกมรวมกว่า 456.4 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ (ประมาณ 350.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) แม้ว่าตัวเลขนี้จะลดลง 12.6% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า แต่รัฐบาลยังคงมองว่าปัญหาสแกมเป็น “อาชญากรรมที่พบบ่อยและสร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจและความไว้วางใจของสังคมอย่างรุนแรง”

เฆี่ยนจริง ลงโทษสูงสุด 24 ครั้ง

ตามข้อเสนอแก้ไขกฎหมาย ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการหลอกลวงทางออนไลน์โดยตรง เช่น ผู้ก่อคดีสแกม (scammers) สมาชิกในขบวนการสแกม (scam syndicates) หรือผู้รับสมัครบุคคลเข้าสู่เครือข่าย

อาจถูกลงโทษด้วยการเฆี่ยนระหว่าง 6 ถึง 24 ครั้ง ซึ่งถือเป็นโทษ ‘บังคับใช้’ ตามกฎหมายใหม่ที่รัฐบาลต้องการให้ศาลนำมาใช้จริง เพื่อสร้างแรงยับยั้งอย่างเป็นรูปธรรม

ขณะที่ผู้ที่เกี่ยวข้องทางอ้อม เช่น ผู้ฟอกเงินจากเงินที่ได้มาจากสแกม ผู้จัดหาเอกสารระบุตัวตน (ID) หรือซิมการ์ดโทรศัพท์ให้ผู้ก่อเหตุ หรือผู้ที่ไม่ตรวจสอบว่าข้อมูลตนถูกนำไปใช้ก่ออาชญากรรม อาจถูกเฆี่ยนได้สูงสุดถึง 12 ครั้ง หากศาลเห็นว่าบุคคลดังกล่าว “ไม่ได้ดำเนินการอย่างสมเหตุสมผล” เพื่อป้องกันไม่ให้ทรัพยากรของตนถูกใช้ในกิจกรรมผิดกฎหมาย

จุดเริ่มต้นของกฎหมาย ‘เฆี่ยน’

แนวคิดการใช้ ‘โทษเฆี่ยน’ กับคดีสแกมไม่ได้เกิดขึ้นทันที แต่เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา ระหว่างการอภิปรายงบประมาณของกระทรวงมหาดไทย (Ministry of Home Affairs) ซึ่งรัฐมนตรีได้เสนอให้มีการเพิ่มบทลงโทษที่ “เด็ดขาดและเข้มข้นกว่าเดิม” หลังพบว่าคดีหลอกลวงออนไลน์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะจากกลุ่มอาชญากรข้ามชาติที่แฝงตัวในประเทศ

นอกจากปรับโทษผู้ก่อเหตุโดยตรงแล้ว รัฐบาลสิงคโปร์ยังออกมาตรการกดดันบริษัทยักษ์ใหญ่ในวงการเทคโนโลยีให้ร่วมมือป้องกันการหลอกลวงบนแพลตฟอร์มของตนเอง โดยในเดือนกันยายนที่ผ่านมา กระทรวงมหาดไทยได้ เตือนบริษัทเมตา (Meta) เจ้าของเฟซบุ๊ก หากไม่ใช้ระบบตรวจสอบใบหน้า (Facial Recognition) เพื่อป้องกันการสร้างบัญชีปลอมและแอบอ้างตัวตน อาจถูกปรับสูงสุด 1 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ และถูกปรับเพิ่มอีก 100,000 ดอลลาร์ต่อวัน หากยังเพิกเฉยหลังครบกำหนด

รัฐบาลเร่งยับยั้งขบวนการสแกม

สิงคโปร์ถือเป็นหนึ่งในประเทศที่มีระบบบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวดที่สุดในโลก และรัฐบาลได้เน้นย้ำว่า ‘การเฆี่ยน’ จะใช้เฉพาะในคดีที่มีหลักฐานชัดเจนและเกี่ยวข้องกับความเสียหายทางการเงินขนาดใหญ่ ทั้งนี้ รัฐบาลคาดว่ามาตรการใหม่นี้จะช่วยลดจำนวนคดีสแกมลงอย่างมีนัยสำคัญ

เจ้าหน้าที่กระทรวงมหาดไทยระบุว่า จุดประสงค์ของกฎหมายนี้ไม่ได้มุ่งลงโทษเพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องการ “ปลูกจิตสำนึกของประชาชนให้ระมัดระวังไม่เข้าไปเกี่ยวข้อง” ไม่ว่าจะโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม

ทำไมสิงคโปร์ต้องใช้ไม้แข็ง

การตัดสินใจเพิ่มโทษเฆี่ยนในคดีสแกมสะท้อนถึงความพยายามของรัฐบาลสิงคโปร์ในการรักษาความปลอดภัยทางดิจิทัล และสร้างสภาพแวดล้อมออนไลน์ที่ปลอดภัยสำหรับประชาชน ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา คดีสแกมมีแนวโน้มซับซ้อนมากขึ้น เช่น การหลอกให้ลงทุนในคริปโต การปลอมเว็บไซต์หน่วยงานรัฐ การหลอกผ่านระบบส่งของหรือบริการขนส่ง

แม้รัฐบาลจะออกมาตรการควบคุมทางเทคโนโลยีหลายครั้ง แต่การหลอกลวงยังดำเนินต่อเนื่อง จึงนำมาสู่การ “ยกระดับโทษทางร่างกาย” เพื่อใช้เป็นแรงกดดันสูงสุด

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กฏหมาย สิงคโปร์ สแกมเมอร์