“ไทยเบฟ…รวมใจต้านภัยหนาว” ปิดภารกิจปีที่ 26 คาราวานผ้าห่มผืนเขียวส่งมอบความอบอุ่น 15 จังหวัดภาคเหนือ-อีสาน แจกผ้าห่มรักษ์โลก 200,000 ผืน ถึงมือคนห่างไกล-ผู้สูงอายุ
คาราวาน “ผ้าห่มผืนเขียว” โครงการ “ไทยเบฟ…รวมใจต้านภัยหนาว” ปีที่ 26 ได้เดินทางส่งมอบรอยยิ้มและความอบอุ่นครอบคลุมพื้นที่ 15 จังหวัดภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือสำเร็จลุล่วงแล้ว
ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่หุบเขา ยอดดอยสูงซึ่งมีความห่างไกล เดินทางเข้าถึงยาก และทุรกันดารต่าง ๆ ให้ถึงมือพี่น้องผู้ประสบภัยหนาว โดยเฉพาะผู้สูงอายุ เด็ก และผู้ป่วยที่ต้องดำรงชีพท่ามกลางสภาพอากาศที่หนาวเย็นตามครัวเรือนในจังหวัดต่าง ๆ ได้แก่ จังหวัดยโสธร อำนาจเจริญ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ นครราชสีมา ชัยภูมิ พิจิตร กำแพงเพชร ลำพูน ลำปาง พะเยา เชียงราย และจังหวัดเชียงใหม่
โครงการไทยเบฟ…รวมใจต้านภัยหนาว ของบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ได้ผสานความร่วมมือกับกระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พร้อมด้วยภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน เพื่อร่วมสานต่อปณิธานแห่งการ “ให้” ของนายเจริญและคุณหญิงวรรณา สิริวัฒนภักดี ที่ได้กล่าวไว้ว่า “คนไทย ให้กันได้”
อันเปี่ยมไปด้วยความห่วงใยที่มีต่อพี่น้องประชาชนจำนวนมากที่ได้รับความเดือดร้อนและผลกระทบอย่างรุนแรงจากภัยพิบัติหนาวในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
รวมถึงในอีกหลายพื้นที่ของประเทศไทยที่มีความห่างไกล ทุรกันดาร ที่ต้องดำรงชีวิตอยู่ท่ามกลางสภาพอากาศที่หนาวเย็นจัด และยิ่งทบทวีคูณยิ่งขึ้นในช่วงเวลากลางคืนของฤดูหนาว

วันนี้นับเป็นเวลา 26 ปี ของคาราวานผ้าห่มผืนเขียวที่ได้ออกเดินทางส่งมอบรอยยิ้มและความอบอุ่นภายใต้ ‘ผ้าห่มผืนเขียว’ ให้ทุกคนได้บรรเทาความหนาวเย็น ปีละจำนวน 200,000 ผืน นับตั้งแต่ปี 2543 เป็นต้นมา จำนวนกว่า 5,200,000 ผืน
พร้อมกับมอบโอกาสในการเข้าถึงความช่วยเหลือด้านต่าง ๆ มาอย่างต่อเนื่อง ทั้งอาหาร น้ำดื่ม ข้าวของเครื่องใช้ในการดำรงชีพที่มีความจำเป็น รวมถึงแผนการดูแลที่ครอบคลุมทั้งเรื่องสุขภาพ การส่งเสริมทางด้านการศึกษาและกีฬา การส่งเสริมในด้านการสร้างอาชีพเพื่อให้เกิดรายได้ให้กับชุมชนอย่างยั่งยืน

นายฐาปน สิริวัฒนภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) เผยว่า ขอเป็นตัวแทนท่านประธาน เจริญ สิริวัฒนภักดี ในนาม บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) รู้สึกความภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่โครงการ ‘ไทยเบฟ…รวมใจต้านภัยหนาว’ ได้ดำเนินการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยหนาวเคียงข้างพี่น้องคนไทย
ได้ร่วมแบ่งปันรอยยิ้มภายใต้ไออุ่นของคาราวานผ้าห่มผืนเขียวมาอย่างยาวนาน โครงการ ‘ไทยเบฟ…รวมใจต้านภัยหนาว’ ได้ริเริ่มขึ้นในปี 2543 จากปณิธานแห่งการ ‘ให้’ ของคุณเจริญและคุณหญิงวรรณา ที่ท่านได้กล่าวไว้ว่า ‘คนไทย ให้กันได้’ ด้วยความห่วงใยที่มีต่อพี่น้องชาวไทยทุกคนที่ได้รับความเดือดร้อนจากภัยหนาวในตั้งแต่ครั้งนั้นเป็นต้นมา พร้อมมุ่งมั่นดำเนินงานตามแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืน

นายฐาปนกล่าวต่อว่า โดยในปี 2563 ได้เริ่มผลิต “ผ้าห่มผืนเขียวรักษ์โลก” จากขวดพลาสติกที่ทำจากเม็ดพลาสติกรีไซเคิลหรือ rPET ภายใต้ “โครงการ เก็บกลับ-รีไซเคิล” ของบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ รีไซเคิล จำกัด ที่ยังคงคุณภาพความนุ่มและความอบอุ่นของผ้าห่มเหมือนเช่นเคย
โดยปัจจุบันสามารถเก็บกลับคืนขวดพลาสติกสู่ระบบรีไซเคิลได้แล้วกว่า 45 ล้านขวด พร้อมกับส่งมอบผ้าห่มผืนเขียวรักษ์โลกไปแล้วจำนวน 1,200,000 ผืน โดยผ้าห่ม 1 ผืน เทียบเท่ากับการรีไซเคิลขวดพลาสติกจำนวน 38 ขวด
“วันนี้ คาราวานผ้าห่มผืนเขียวของเราได้เดินทางมาถึงอำเภอแม่แตงแห่งนี้ ด้วยหัวใจอันเต็มเปี่ยมที่จะมอบความอบอุ่น ความห่วงใย ให้กับพี่น้องจังหวัดเชียงใหม่ ‘ผ้าห่มผืนเขียวรักษ์โลก’ จำนวน 15,000 ผืน ผ่านท่านผู้ว่าราชการจังหวัด
โดยได้รับความร่วมมือจากพันธมิตรจากหลายภาคส่วนที่ร่วมนำกิจกรรมสันทนาการ อาทิ กิจกรรมแยกขยะจากไทยเบฟเวอเรจ รีไซเคิล กิจกรรมการนำของเหลือทิ้งมาประยุกต์ให้เกิดประโยชน์จากน้อง ๆ Beta Young กิจกรรมส่งเสริมด้านการกีฬา Chang Mobile Football Clinic
หน่วยแพทย์เคลื่อนที่จากมูลนิธิโรงพยาบาลสวนดอกที่มาให้บริการพี่น้องชาวอำเภอแม่แตง มูลนิธิผืนป่าในใจเราที่มามอบต้นกล้าไม้ รวมถึงอาหารและขนมอีกมากมายจากโรงแรมเครือข่ายพันธมิตรที่นำมามอบให้ในวันนี้” นายฐาปนกล่าว

ด้านนายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วยข้าราชการ เจ้าหน้าที่ และประชาชนจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ท่านและคณะเดินทางมามอบผ้าห่มกันหนาวตามโครงการ ‘ไทยเบฟ…รวมใจต้านภัยหนาว ปีที่ 26 พ.ศ. 2568’ ในพื้นที่อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ในวันนี้
จังหวัดเชียงใหม่มีลักษณะภูมิประเทศโดยทั่วไปเป็นเทือกเขา คิดเป็นพื้นที่ประมาณร้อยละ 80 ของจังหวัด มีภูเขาที่สูงที่สุดในประเทศไทยคือดอยอินทนนท์ ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของจังหวัดพาดยาวจากทิศเหนือจดใต้
พื้นที่ภูเขาส่วนใหญ่เป็นป่าต้นน้ำลำธารและบางพื้นที่เป็นที่อยู่อาศัยของชาวเขาชาติพันธุ์ต่าง ๆ มีสภาพอากาศค่อนข้างเย็นเกือบตลอดทั้งปี อุณหภูมิเฉลี่ยทั้งปี 25.4 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุดจะลดลงต่ำกว่า 23 องศาเซลเซียส
ซึ่งกรมอุตุนิยมวิทยาได้ประกาศให้ประเทศไทยได้เข้าสู่ฤดูหนาวตั้งแต่วันที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2568 และคาดหมายลักษณะอากาศว่า จังหวัดเชียงใหม่จะมีอากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้าและมีฝนตกเล็กน้อยในบางช่วง ไปจนถึงประมาณเดือนกุมภาพันธ์ 2569

จากการสำรวจความต้องการเครื่องกันหนาวสงเคราะห์ประชาชนในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ พบว่า มีประชาชนซึ่งเป็นผู้ที่จะได้รับผลกระทบจากสภาวะอากาศหนาว มีความต้องการเครื่องกันหนาวประมาณ 493,735 ผืน
“โอกาสนี้ ขอเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดเชียงใหม่ ขอขอบคุณผู้บริหารบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) เป็นอย่างสูง ที่มุ่งมั่นตั้งใจที่จะช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนแก่ประชาชน และเดินทางมายังจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อมอบผ้าห่มกันหนาวให้กับประชาชนในพื้นที่เป็นจำนวนมากถึง 15,000 ผืน” นายรัฐพลกล่าว
โดยวันนี้ได้มอบให้กับประชาชนในพื้นที่อำเภอแม่แตงจำนวน 1,000 ผืน และจะส่งมอบให้อีก 24 อำเภอต่อไป ในระหว่างวันที่ 1-19 ธันวาคม 2568

นอกจากการส่งมอบในพื้นที่หลักจังหวัดต่าง ๆ ในทุกพื้นที่ยังส่งมอบผ้าห่มให้ถึงมือผู้รับถึงครัวเรือนอีกมากมายที่เป็นพ่อเฒ่า แม่แก่ ที่ไม่สามารถจะเดินทางมารับมอบในพื้นที่ที่จัดไว้ได้
คุณยายสมคิด เชิงฉลาด อายุ 77 ปี ชาวอำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ที่อาศัยอยู่คนเดียวเพราะหลาน ๆ ต้องเดินทางมาทำงานที่กรุงเทพฯ ป่วยเป็นอัมพฤกษ์และมีปัญหาด้านการได้ยิน ซึ่งตอนนี้เดินเหินด้วยตัวเองแทบไม่ไหว ทำให้แกไม่ได้เจอใคร พอมีคนมาหาถึงบ้านและยังเอาผ้าห่มของมามอบให้ ทำให้คุณยายแทบกลั้นน้ำตาไว้ไม่ไหว ท่ามกลางกำลังใจจากทุกคน

ขณะที่แม่อุ้ยแว่น อายุ 87 ปี ชาวอำเภอทุ่งหัวช้าง จังหวัดลำพูน อาศัยอยู่บ้านคนเดียว กล่าวว่า ดีใจมาก รู้สึกเหมือนมีลูกหลานมาเยี่ยม ที่ลำพูนช่วงหน้าหนาวอากาศจะเย็นมากตอนเช้า ๆ และในตอนกลางคืน ดีใจและขอบคุณทุกคนที่เอาผ้าห่มและของกินมาให้ถึงบ้าน
และแม่อุ้ย เอ้ยถา ดวงชื่น อายุ 93 ปี ชาวอำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ คุณยายอาศัยอยู่คนเดียว เพราะลูกหลานต้องแยกย้ายกันไปทำงานกรุงเทพฯ กล่าวว่า พอเห็นไทยเบฟนำผ้าห่มไปมอบให้
ตนรู้สึกดีใจมาก เพราะเวลาหนาว เชียงใหม่ก็จะหนาวมาก ๆ ขอบคุณทุกคนที่ห่วงใยชาวบ้าน และอวยพรให้โครงการเดินหน้าเข้าถึงพื้นที่ต่าง ๆ ต่อไป เรียกว่าวันนี้แม่อุ้ยอายุมากที่สุดในพื้นที่และยังพอเดินเหินมารับมอบผ้าห่มได้ด้วยตนเองด้วยรอยยิ้มแห่งไออุ่น
วันนี้การเดินทางของคาราวานผ้าห่มผืนเขียวได้ทำหน้าที่ส่งมอบรอยยิ้มและความอบอุ่น และยังเป็นสื่อกลางของเครือข่ายความร่วมมือของทุกภาคส่วนที่ได้ร่วมกันดูแลคุณภาพชีวิตด้านต่าง ๆ ให้กับพี่น้องประชาชนในทุกพื้นที่ทั้งในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมไปถึงพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากภัยหนาวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
โดยพร้อมเดินหน้าสานต่อปณิธานแห่งการ “ให้” และการ “แบ่งปัน” ภายใต้ “ผ้าห่มผืนเขียว” สัญลักษณ์ที่เป็น “มากกว่าความอบอุ่น คือสังคมแห่งการให้ที่ยั่งยืน”