กรมอุตุนิยมวิทยา 7 วันข้างหน้า เตือนรับมือ “ภาคใต้” ฝนตกหนัก 4-8 ธ.ค.นี้
กรมอุตุนิยมวิทยา เตือนภาคใต้ฝนตกหนัก 4-8 ธ.ค.68นี้
กรมอุตุนิยมวิทยา 7 วันข้างหน้า เตือนภาคใต้เตรียมรับมือฝนกลับมาตกเพิ่ม-ตกหนักช่วง 4-8 ธ.ค.นี้ เหตุมีคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันออกเคลื่อนเข้าปกคลุมอ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามัน คลื่นลมแรง กับมีมีคลื่นสูง 1 – 2 เมตร ส่วนพื้นที่อื่นรวมกทม.และปริมณฑลยังมีอากาศเย็นในตอนเช้า ด้านเพจฟ้าฝนระบุ 5-8 ธ.ค.นี้ ฝนเพิ่มขึ้นชัดเจน ที่นครศรีธรรมราช สุราษฏร์ธานี ชุมพร พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส
กรมอุตุนิยมวิทยา คาดหมายอากาศทั่วไป 7 วันข้างหน้า หรือระหว่างวันที่ 2 – 8 ธันวาคม 2568 ว่าในช่วงวันที่ 2 – 3 ธ.ค. ประเทศไทยตอนบนมีอุณหภูมิสูงขึ้น กับมีหมอกในตอนเช้า แต่ยังคงมีอากาศเย็นถึงหนาวในภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบนมีอากาศเย็นในตอนเช้า เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นที่ปกคลุมประเทศไทยตอนบน และทะเลจีนใต้มีกำลังอ่อนลง
สำหรับภาคใต้ตอนล่างมีฝนน้อย เนื่องจากมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามันมีกำลังอ่อนลง ส่วนบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร
ส่วนในช่วงวันที่ 4 – 8 ธ.ค. ภาคใต้จะมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่ง เนื่องจากมีคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันออกเคลื่อนเข้าปกคลุมอ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามัน ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและห่างฝั่งทะเลอันดามันจะมีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูง 1 – 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
สำหรับประเทศไทยตอนบนจะมีฝน/ฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้บางพื้นที่ แต่ยังคงมีอากาศเย็นถึงหนาวในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนภาคกลาง และภาคตะวันออกมีอากาศเย็นในตอนเช้า เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางระลอกใหม่จากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และทะเลจีนใต้ ส่งผลทำให้มีคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันออกพัดปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคเหนือตอนล่าง

สอดรับกับที่ เพจฟ้าฝน พยากรณ์อากาศประเทศไทย พยากรณ์อากาศในช่วงเวลาดังกล่าวว่า วันที่ 4 ธ.ค. 68 ฝนจะเริ่มกลับมา, 5-9 ธ.ค. กลุ่มฝนวิ่งเข้าภาคใต้ฝั่งตะวันออก, 5 ธ.ค. ฝนเพิ่มขึ้นชัดเจน นครศรีธรรมราช, สุราษฏร์ธานี, ชุมพร, พัทลุง, สงขลา, 8 ธ.ค. ฝนเพิ่มขึ้นชัดเจน ปัตตานี ยะลา นราธิวาส
ส่วนพื้นที่อื่นทั้งภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง ตะวันออก รวมกทม.และปริมณฑลยังคงมีอากาศเย็นตั้งแต่วันที่ 2 ธันวาคมไปจนถึงวันที่ 16 ธันวาคม 2568 (ดูกราฟิกประกอบ)


กรมอุตุนิยมวิทยา : ข้อควรระวัง
ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบน และภาคใต้ตอนบนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงตลอดช่วง
ในช่วงวันที่ 2 – 3 ธ.ค. ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนระวังอันตรายในการสัญจรผ่านบริเวณที่มีหมอก และระวังอันตรายจากอัคคีภัยที่อาจเกิดขึ้นเนื่องจากสภาพอากาศที่แห้ง
ส่วนในช่วงวันที่ 4 – 8 ธ.ค. ขอให้ประชาชนบริเวณภาคใต้ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม และขอให้เกษตรกรบริเวณประเทสไทยตอนบนเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตร ส่วนชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองไว้ด้วย

คาดหมายอากาศรายภาค
วันที่ 2-8 ธันวาคม 2568
ภาคเหนือ
อากาศเย็นถึงหนาว กับมีหมอกในตอนเช้า และอุณหภูมิจะสูงขึ้น 2 – 4 องศาเซลเซียส ตลอดช่วง
โดยในช่วงวันที่ 5 – 8 ธ.ค. มีฝนร้อยละ 10 – 20 ของพื้นที่ส่วนมากทางตอนล่างของภาค อุณหภูมิต่ำสุด 12 – 22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 27 – 33 องศาเซลเซียส บริเวณยอดดอยอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 4 – 15 องศาเซลเซียส
ในช่วงวันที่ 2 – 4 ธ.ค. ลมตะวันตกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10 – 15 กม./ชม.
ในช่วงวันที่ 5 – 8 ธ.ค. ลมตะวันออก ความเร็ว 10 – 20 กม./ชม.
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ในช่วง 2 – 3 ธ.ค. อากาศเย็นถึงหนาว กับมีหมอกบางในตอนเช้า และอุณหภูมิจะสูงขึ้น 1 – 3 องศาเซลเซียส
ส่วนในช่วงวันที่ 4 – 8 ธ.ค. มีฝนร้อยละ 10 – 20 ของพื้นที่ส่วนมากทางตอนล่างของภาค โดยมีอากาศเย็นถึงหนาว กับมีหมอกบางในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 15 – 23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29 – 33 องศาเซลเซียส บริเวณยอดภูอากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 8 – 16 องศาเซลเซียส
ในช่วงวันที่ 2 – 3 ธ.ค. ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10 – 15 กม./ชม.
ในช่วงวันที่ 4 – 8 ธ.ค. ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10 – 25 กม./ชม.
ภาคกลาง
อากาศเย็น กับมีหมอกบางในตอนเช้า และอุณหภูมิจะสูงขึ้น 1 – 3 องศาเซลเซียส ตลอดช่วง โดยในช่วงวันที่ 5 – 8 ธ.ค. มีฝน/ฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 – 30 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 16 – 24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29 – 34 องศาเซลเซียส
ในช่วงวันที่ 2 – 4 ธ.ค. ลมแปรปรวน ความเร็ว 10 – 15 กม./ชม.
ในช่วงวันที่ 5 – 8 ธ.ค. ลมตะวันออก ความเร็ว 10 – 25 กม./ชม.
ภาคตะวันออก
อากาศเย็น กับมีหมอกบางในตอนเช้า และอุณหภูมิจะสูงขึ้น 2 – 4 องศาเซลเซียส ตลอดช่วง โดยในช่วงวันที่ 5 – 8 ธ.ค. มีฝน/ฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20 – 40 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 18 – 25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29 – 34 องศาเซลเซียส
ในช่วงวันที่ 2 – 3 ธ.ค. ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15 – 30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร
ในช่วงวันที่ 4 – 8 ธ.ค. ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15 – 30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ภาคใต้(ฝั่งตะวันออก)
ในช่วงวันที่ 2 – 4 ธ.ค. ตอนบนของภาค: อากาศเย็นในตอนเช้า และอุณหภูมิจะสูงขึ้น 2 – 4 องศาเซลเซียส ตอนล่างของภาค: มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 – 20 ของพื้นที่ ลมตะวันตกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15 – 30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร
ส่วนในช่วงวันที่ 5 – 8 ธ.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 – 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ลมตะวันออก ความเร็ว 15 – 35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1 – 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 18 – 26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29 – 34 องศาเซลเซียส
ภาคใต้(ฝั่งตะวันตก)
ในช่วงวันที่ 2 – 4 ธ.ค. มีฝนเล็กน้อยบางแห่ง ลมตะวันตกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15 – 30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร
ส่วนในช่วงวันที่ 5 – 8 ธ.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 – 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ลมตะวันออก ความเร็ว 15 – 30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 22 – 26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30 – 34 องศาเซลเซียส
กรุงเทพและปริมณฑล
อากาศเย็น กับมีหมอกบางในตอนเช้า และอุณหภูมิจะสูงขึ้น 2 – 4 องศาเซลเซียส ตลอดช่วง โดยในช่วงวันที่ 5 – 8 ธ.ค. มีฝน/ฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 – 30 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 20 – 25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30 – 34 องศาเซลเซียส
ในช่วงวันที่ 2 – 4 ธ.ค. ลมแปรปรวน ความเร็ว 10 – 15 กม./ชม.
ในช่วงวันที่ 5 – 8 ธ.ค. ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10 – 25 กม./ชม.

(ออกประกาศ 02 ธันวาคม 2568)