การทางพิเศษแห่งประเทศไทย เดินหน้าพัฒนาพื้นที่ใต้ทางด่วนกว่า 1.3 แสนตารางวาให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม ล่าสุดเปิดสนามบาสเกตบอลที่ลานกีฬาวังทองหลาง ใต้ทางพิเศษฉลองรัช ชูแนวคิดเปลี่ยนพื้นที่ร้างให้กลายเป็นพื้นที่แห่งโอกาสสำหรับเยาวชนและชุมชนรอบข้าง
การทางพิเศษแห่งประเทศไทย หรือ กทพ. ภายใต้กระทรวงคมนาคม เปิดตัวโครงการ “ลานสร้างสุขพิเศษ รวมใจ โดยการทางพิเศษฯ” โดยปรับปรุงพื้นที่ใต้ทางพิเศษฉลองรัชให้กลายเป็นสนามบาสเกตบอลมาตรฐานที่ลานกีฬาวังทองหลาง ฝั่งเหนือ เพื่อส่งเสริมการออกกำลังกายและสร้างพื้นที่แห่งโอกาสให้กับชุมชนรอบข้าง
พร้อมเชิญนักกีฬาบาสเกตบอลทีมชาติไทย ได้แก่ ณัฐกานต์ เมืองบุญ สุขเดฟ โคเคอร์ และศิลปินนักกีฬา เศรษฐพงศ์ เพียงพอ มาถ่ายทอดประสบการณ์และเทคนิคการเล่นให้กับเยาวชนในพื้นที่ โดยมีนายสุรเชษฐ์ เหล่าพูลสุข ผู้ว่าการ กทพ. ผู้แทนกลุ่มงานวิชาการกรุงเทพมหานคร และประชาชนจาก 4 ชุมชนประกอบด้วย ชุมชนจันทราสุข ชุมชนสุเหร่าดอนสะแก ชุมชนลาดพร้าว 69 และชุมชนลาดพร้าว 80 เข้าร่วมงานอย่างคึกคัก

นายสุรเชษฐ์ เหล่าพูลสุข เปิดเผยว่า ในช่วงต้นปี 2569 นี้ กทพ.มอบของขวัญปีใหม่ให้กับคนไทยอย่างต่อเนื่อง หลังจากเมื่อวันที่ 6 มกราคม 2569 ได้จัดแคมเปญ EASY PASS Cashback คืนค่าผ่านทางพิเศษ 50% สำหรับผู้ใช้บริการที่ชำระค่าผ่านทางด้วย EASY PASS ครอบคลุมทางด่วนทุกสายทาง
และในวันนี้ 7 มกราคม 2569 กทพ.ส่งมอบความสุขให้กับชุมชนด้วยการเปิดโครงการลานสร้างสุขพิเศษที่เป็นกิจกรรมสร้างแรงบันดาลใจผ่านกีฬาบาสเกตบอล พร้อมมอบอุปกรณ์กีฬาให้กับชุมชนบริเวณลานกีฬาวังทองหลาง ฝั่งเหนือ ใต้ทางพิเศษฉลองรัช ซึ่งเดิมเป็นพื้นที่ที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์
ทั้งนี้ กทพ.ได้มอบพื้นที่นี้ให้กับกรุงเทพมหานครนำไปใช้ประโยชน์ในการเปลี่ยนให้เป็นพื้นที่ที่มีคุณค่าต่อชุมชน ลดปัญหาอาชญากรรม และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และในวันที่ 9 มกราคม 2569 กทพ.ยังมีกิจกรรมแบ่งปันรอยยิ้มแด่น้องริมทางด่วนประจำปีงบประมาณ 2569 มอบของขวัญวันเด็กให้กับโรงเรียนชุมชนหมู่บ้านพัฒนา เขตคลองเตย เนื่องในโอกาสวันเด็กแห่งชาติ
องค์กรมุ่งมั่นดำเนินงานควบคู่ไปกับการยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนรอบเขตทางพิเศษ โดยเฉพาะการใช้ประโยชน์จากพื้นที่ใต้ทางพิเศษให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่สาธารณะ และตอบโจทย์ความต้องการของคนในชุมชนอย่างแท้จริง ปัจจุบัน กทพ.บริหารจัดการพื้นที่ใต้ทางด่วนในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลรวมกว่า 1,348,633.81 ตารางวา โดยนำไปใช้เป็นพื้นที่เชิงพาณิชย์ 37.09%
ขณะที่พื้นที่ที่ใช้เป็นสาธารณะเพื่อประโยชน์ของชุมชน 28.7% แบ่งออกเป็น 34 ลานกีฬา และ 61 สวนหย่อมหรือสวนสาธารณะ ทั้งนี้ กทพ.ได้มอบพื้นที่จำนวน 170,356.53 ตารางวาให้แก่กรุงเทพมหานครนำไปพัฒนาเป็นพื้นที่สร้างสรรค์ต่าง ๆ
ในการได้มาซึ่งพื้นที่ทางด่วนนั้น ค่าเวนคืนคิดเป็น 70-80% ไม่ถึง 50% เป็นค่าก่อสร้าง โดยเฉพาะเส้นนี้ค่าเวนคืนเกือบ 2 เท่าของค่าก่อสร้าง เมื่อสร้างทางด่วนเสร็จแล้วพื้นที่ว่างเปล่าที่ไม่ได้ใช้ก็เสียโอกาส องค์กรจึงพยายามหาคนมาทำให้เกิดประโยชน์สูงสุด และพบว่าต้องคืนกำไรให้กับสังคมบ้าง โดยมีกรุงเทพมหานครเป็นคู่ความ ร่วมมือช่วยกันทำให้ประชาชนที่อยู่รอบข้างและชุมชนได้มีกิจกรรม แทนที่จะหันไปหาสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ เช่นมั่วสุมก็มาเล่นกีฬากันดีกว่า

นายสุรเชษฐ์แสดงความยินดีที่เห็นนักกีฬาจากอคาเดมีต่าง ๆ และน้อง ๆ คนเก่งมาร่วมงาน พร้อมขอให้ชุมชนทุกท่านร่วมกันดูแลรักษาพื้นที่แห่งนี้ให้เป็นสมบัติของชุมชน และใช้ประโยชน์ร่วมกันอย่างยั่งยืน หวังว่าโครงการนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของความสุข สุขภาพที่ดี และความคิดสร้างสรรค์ของชุมชนตลอดไป
การพัฒนาพื้นที่ใต้ทางด่วนนี้สอดคล้องกับนโยบายสำคัญของ กทม. โดยเฉพาะนโยบายการสร้างสวน 15 นาที ที่ต้องการให้ประชาชนสามารถเข้าถึงพื้นที่สีเขียว หรือลานกีฬาได้ภายในรัศมี 15 นาทีของการเดินเท้า
โดยพื้นที่ใต้ทางด่วนของ กทพ.ที่ได้รับมอบมานั้นถูกนำไปใช้ประโยชน์ในหลากหลายมิติ ทั้งลานกีฬา สวนสาธารณะขนาดเล็กที่เป็นพื้นที่ออกกำลังกายกลางแจ้ง ตลาดชุมชน หรือเป็นพื้นที่จอดรถสำหรับบริการสาธารณะบางแห่ง

ขณะที่ พัทธกร ตั้งจิตการุญ ตัวแทนชุมชน Respect 71 เล่าว่าพื้นที่ตรงนี้เดิมเคยเป็นสนามบาสฯมาก่อนแล้ว มีกลุ่มทางด่วนจากบ้านใกล้เคียงเห็นว่าสนามค่อนข้างยูนีคและโลเกชั่นดีมากเพราะอยู่กลางเมือง จะมีนักกีฬาน้อง ๆ มาเล่นกันทุกวันทั้งวัน มีพ่อพาลูกมาเล่น สนามก็โอเค
แต่เขาเห็นว่าที่นี่ทุกคนมีไมนด์เซตเดียวกัน อยากจะพัฒนาให้พื้นที่ดีขึ้น เพราะมีประโยชน์กับคนจริง ๆ จึงมีการช่วยกันทำความสะอาดต่าง ๆ เพราะที่นี่มีคัลเจอร์อย่างหนึ่ง คือก่อนจะเล่นบาสฯทุกเย็นจะมีการกวาดสนามก่อน เพราะที่นี่ฝุ่นเยอะ
น้อง ๆ พยายามช่วยกันทำเท่าที่ทำได้ ทั้งเรื่องไฟที่ทาง กทม.ค่อนข้างใส่ใจเรื่องความปลอดภัยเวลาเล่น จึงมีการช่วยกันทำเรื่องของไฟสนามให้มีความสว่างเพียงพอ เพราะที่นี่เป็นบาสฯเย็นส่วนใหญ่ สนามก็ต้องสว่างนิดหนึ่ง และมีการติดเนต เพราะข้างหลังเป็นสนามซ้อมด้วย เวลาน้องทำลูกบอลกระเด็นมาก็มีเนตกันไว้
ชื่อ Respect มาจากการเคารพซึ่งกันและกัน เพราะที่นี่มาเป็นร้อยพ่อพันแม่ แต่ทุกคนมาด้วยความชอบกีฬาบาสฯ มีคนนี้เก่งอันนี้ คนนั้นทำอันนี้ได้ ก็มาช่วยแชร์กัน เป็นสิ่งที่สุดยอดมาก
ด้านเศรษฐพงศ์ เพียงพอ ศิลปินและแขกรับเชิญกล่าวว่า กีฬาเปลี่ยนชีวิตได้จริง เขาเล่นกีฬามาตั้งแต่เด็ก และไม่คิดว่าตอนเป็นเด็กแล้วเล่นกีฬามันจะส่งผลให้ถึงวันข้างหน้า ว่าจะได้มาทำงานเกี่ยวกับด้านกีฬาที่เล่นด้วย หรือกีฬาอื่น ๆ เช่น กอล์ฟก็ทำให้เขาสามารถเปลี่ยนชีวิตไปในเส้นทางอื่น ๆ ได้ ไปเจอซูเปอร์สตาร์ที่ไม่เคยคิดว่าจะได้เจอ เช่น แกเร็ธ เบล ได้ไปสัมภาษณ์ตัวต่อตัว กีฬาเป็นสิ่งดีที่เข้ามาทำให้เขามีบรรทัดฐาน มีระเบียบวินัยตั้งแต่วัยเด็กจนถึงปัจจุบัน
“วัยรุ่นปัจจุบันถ้าเล่นกีฬา ในอนาคตอันไม่ช้าก็จะเป็นกำลังสำคัญของประเทศได้ ที่สำคัญคือสุขภาพดี ห่างไกลยาเสพติด ขอให้เล่นกีฬาให้สนุก ไม่ต้องไปซีเรียสมากเกินไป ถ้าชอบก็เล่นได้ตลอดอยู่แล้ว ใช้ชีวิตไปด้วยแล้วก็เล่นกีฬาไปด้วยดีที่สุด”

ส่วนณัฐกานต์ เมืองบุญ นักกีฬาบาสเกตบอลทีมชาติไทย เล่าว่านักกีฬาท้อแท้เกือบทุกวัน ส่วนมากจะเป็นเรื่องการซ้อม ตอนเด็ก ๆ ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องซ้อมหนักขนาดนี้ ทำไมต้องวิ่งเยอะขนาดนี้ ถ้าเกิดไม่เข้าใจ แต่สุดท้ายแล้วสิ่งที่จะออกมาให้เห็นก็คือตอนแข่ง พอแข่งก็มีวันที่ยิงเข้าบ้าง ไม่เข้าบ้าง แต่สุดท้ายแล้วถ้าซ้อมยังไงแข่งมันก็จะออกมาเป็นอย่างนั้น
เขามองว่าเรื่องระเบียบวินัยสำคัญ ต้องมีวินัยกับตัวเอง มีความซื่อสัตย์กับตัวเอง ทุกคนที่เล่นกีฬา ไม่ว่าจะเป็นบาสเกตบอล หรือกีฬาอื่น ๆ ทุกคนมีความฝันอย่างเดียวคืออยากติดทีมชาติ ถ้าทุกคนมีความซื่อสัตย์กับตัวเอง ทำทุกอย่างให้เต็มที่ในการซ้อม สุดท้ายแล้วความฝันของทุกคนยังไงก็ต้องเป็นจริง
การฝึกซ้อมที่หนักอาจทำให้ท้อได้ในตอนแรก เพราะยังไม่เห็นผล แต่ผลลัพธ์ที่แท้จริงจะปรากฏชัดเจนในสนามแข่งขัน การมีระเบียบวินัยและความซื่อสัตย์ต่อตนเองในการฝึกซ้อมเป็นกุญแจสำคัญที่จะทำให้ความฝันเช่นการติดทีมชาติกลายเป็นความจริง
ณัฐกานต์กล่าวเพิ่มเติมว่า ดีใจและเป็นเกียรติมากที่ได้มาร่วมกิจกรรมลานสร้างสุขพิเศษในวันนี้ สิ่งที่ประทับใจที่สุดคือการได้เห็นพลังและความตั้งใจของน้อง ๆ เยาวชนในชุมชนนี้ ทุกคนมีความกระตือรือร้นและเล่นบาสเกตบอลกันได้เก่งเกินคาดจริง ๆ การที่ กทพ.ได้พัฒนาพื้นที่ตรงนี้ให้กลายเป็นสนามบาสเกตบอลที่มีมาตรฐานถือเป็นเรื่องที่ดีมาก ทำให้น้อง ๆ สามารถฝึกซ้อมได้อย่างเต็มที่และปลอดภัย เหมือนได้ซ้อมในสนามแข่งจริง ๆ
ท้ายนี้ สุขเดฟ โคเคอร์ นักกีฬาบาสเกตบอลทีมชาติไทยกล่าวว่า อยากบอกน้อง ๆ ทุกคนว่า สนามแห่งนี้คือโอกาสที่เราได้รับ การฝึกซ้อมอย่างสม่ำเสมอคือหัวใจสำคัญ และหวังว่าประสบการณ์ที่นำมาถ่ายทอดในวันนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ ที่ช่วยสร้างแรงบันดาลใจ และผลักดันให้น้อง ๆ ก้าวไปสู่ฝันในการเป็นนักบาสเกตบอลอาชีพได้ในอนาคต

