อัพเกรดวงแหวนตะวันตก “บางบัวทอง-บางปะอิน” ให้เป็นระบบมอเตอร์เวย์อย่างสมบูรณ์ และเพิ่มประสิทธิภาพการเดินทางและการขนส่งของประเทศระยะยาว เปิดใช้ปี 2573
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2569 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติให้กรมทางหลวงดำเนินโครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 9 (M9) สายถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันตก ช่วงบางบัวทอง–บางปะอิน ในส่วนของงานโยธา วงเงิน 15,862 ล้านบาท เพื่ออัพเกรดโครงข่ายถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครให้เป็นระบบมอเตอร์เวย์อย่างสมบูรณ์ และเพิ่มประสิทธิภาพการเดินทางและการขนส่งของประเทศในระยะยาว
“มอเตอร์เวย์ M9 จะเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญขับเคลื่อนเศรษฐกิจ พัฒนาพื้นที่ฝั่งตะวันตกของกรุงเทพและปริมณฑล ลดความแออัดของโครงข่ายถนนสายหลัก ยกระดับระบบโลจิสติกส์ของประเทศให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น เมื่อโครงการแล้วเสร็จจะเชื่อมกับมอเตอร์เวย์ M9 ด้านตะวันออกช่วงบางปะอิน-บางพลีและมอเตอร์เวย์ M6หรือบางปะอิน-นครราชสีมาได้อย่างเป็นระบบ” นายพิพัฒน์ กล่าว
นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง กล่าวว่า มอเตอร์เวย์ M9 ช่วงบางบัวทอง-บางปะอิน จะช่วยเติมเต็มโครงข่ายถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร ให้เป็นระบบมอเตอร์เวย์อย่างสมบูรณ์ ลดปัญหาการจราจรติดขัดในพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑล และเพิ่มประสิทธิภาพการเชื่อมโยงการเดินทางระหว่างภูมิภาค
รูปแบบโครงการเป็นทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองระดับพื้นราบ ขนาด 6 ช่องจราจร ซึ่งเป็นการปรับปรุงถนนวงแหวนในปัจจุบันเป็นมอเตอร์เวย์ มีระบบควบคุมการเข้า-ออกอย่างสมบูรณ์ แนวเส้นทางเริ่มจากทางแยกต่างระดับบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี ผ่านจังหวัดปทุมธานี และสิ้นสุดที่ทางแยกต่างระดับบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา รวมระยะทาง 35 กิโลเมตร
มีทางเข้า–ออก 4 แห่ง ได้แก่ บางบัวทอง ลาดหลุมแก้ว สามโคก และบางไทร พร้อมปรับปรุงทางแยกต่างระดับเดิม 2 แห่ง จัดเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางในระบบปิด คิดอัตราค่าผ่านทางตามระยะทางจริง และใช้ระบบจัดเก็บแบบไม่มีไม้กั้น (M-Flow) เพื่อลดปัญหาการจราจรติดขัดบริเวณหน้าด่าน
นายปิยพงษ์กล่าวว่า กรมวางแผนดำเนินโครงการนี้มาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 3901 และ 3902 ซึ่งเป็นทางคู่ขนานขนาด 3 ช่องจราจรต่อทิศทาง ตั้งแต่ปี 2562 และได้เปิดใช้งานแล้วเกือบทั้งหมด เหลือเพียงช่วงสะพานคู่ขนานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาที่เริ่มก่อสร้างในปี 2566 คาดว่าจะแล้วเสร็จและเปิดใช้งานได้ในช่วงปลายปี 2569
“ในส่วนของทางหลัก จะก่อสร้างปรับปรุงเป็นมอเตอร์เวย์ 6 ช่องจราจร โดยเบี่ยงการจราจรไปใช้ทางคู่ขนานทั้งหมด เพื่อลดผลกระทบด้านการจราจรและเพิ่มความปลอดภัยระหว่างการก่อสร้าง แบ่งการก่อสร้างเป็น 2 เฟส เฟส 1 ช่วงบางบัวทอง-ลาดหลุมแก้ว และเฟส 2 ช่วงลาดหลุมแก้ว-บางปะอิน จะเริ่มก่อสร้างภายในปี 2569 ใช้เวลาก่อสร้างปี 2569-2572 ติดตั้งงานระบบปี 2570-2573 คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในปี 2573” นายปิยพงษ์กล่าว
ด้านนายวสันต์ คงจันทร์ นายกสมาคมการขายและการตลาดอสังหาริมทรัพย์ (RESAM) และกรรมการผู้จัดการ บริษัท โมเดอร์น พร็อพเพอร์ตี้ คอนซัลแตนท์ จำกัด กล่าวว่า มอเตอร์เวย์ M9 ช่วงบางบัวทอง-บางปะอิน อาจจะไม่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในแง่ของทำเลมากนัก เนื่องจากเป็นทางปิด ยกเว้นบริเวณที่เป็นจุดขึ้นลงที่อาจจะมีการพัฒนาบ้าง
ด้านราคาที่ดินคงไม่มีความเคลื่อนไหวหวือหวา เนื่องจากแนวเส้นทางส่วนใหญ่เป็นที่นา และราคาก็ค่อนข้างแพง เช่น บริเวณเซ็นทรัล เวสต์เกต ตอนนี้ราคาอยู่ที่ 2-3 แสนบาทต่อตารางวาหรือไร่ละ 100 ล้านบาท หรือช่วงแยกบางบัวทอง-สุพรรณบุรี ราคาจะอยู่ที่ไร่ละ 10 ล้านบาท ขณะที่ผู้ประกอบการอสังหาฯจะมองหาซื้อที่ดินที่เข้าซอยไปอีก เพื่อพัฒนาบ้านจัดสรร เนื่องจากมีราคาถูกกว่าไร่ละ 5 ล้านบาท
