Skip to content

เศรษฐกิจไทยโตต่ำ “บ้านว่าง” พุ่งทะลุ 1.64 ล้านหลัง แนะเก็บภาษีอสังหาฯว่างเปล่าแก้วิกฤต

13 ม.ค. 2569 | 20:54น.
เศรษฐกิจไทยโตต่ำ “บ้านว่าง” พุ่งทะลุ 1.64 ล้านหลัง แนะเก็บภาษีอสังหาฯว่างเปล่าแก้วิกฤต

เศรษฐกิจไทยขยายตัวต่ำต่อเนื่อง ขณะที่บ้านว่างทั่วประเทศพุ่งกว่า 1.64 ล้านหน่วย มูลค่ากว่า 3.4 ล้านล้านบาท “โสภณ พรโชคชัย” เสนอรัฐจัดเก็บภาษีอสังหาริมทรัพย์ว่างเปล่า หวังเพิ่มการใช้ประโยชน์ กระตุ้นการหมุนเวียนเงิน และหนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ

นายโสภณ พรโชคชัย ประธานศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บริษัท เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส จำกัด หรือ AREA เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยในขณะนี้เติบโตช้า คาดว่าจะขยายตัวเพียง 1.5%-1.8% ชะลอลงต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2567-2568 จึงขอเสนอแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจชาติด้วยการเก็บภาษีอสังหาริมทรัพย์ว่างเปล่า เมื่อดูจำนวนบ้านว่างทั่วประเทศปี 2568 มีจำนวน 1,644,419 หน่วย คิดเป็นมูลค่ารวม 3,453,280 ล้านบาท

โดยมีราคาเฉลี่ยต่อหน่วยอยู่ที่  2.1 ล้านบาท และในจำนวนบ้านว่างพบว่าอยู่ในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล 734,893 หน่วย หรือคิดเป็น 11.5% ถ้าเทียบจำนวนบ้านว่างทั่วประเทศกับงบประมาณปี 2569 จำนวน 3,780,600 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 91.3%

“ได้สำรวจบ้านว่างหรือที่อยู่อาศัยที่สร้างเสร็จแต่ไม่มีผู้เข้าอยู่อาศัยตั้งแต่ปี 2538 และในปี 2541 พบบ้านว่างประมาณ 350,000 หน่วย  และบ้านว่างก็เพิ่มปริมาณขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดอยู่ที่ 1,644,419 หน่วย”

ทั้งนี้ บ้านว่างเหล่านี้ไม่ได้นำมาใช้ประโยชน์ ผู้เป็นเจ้าของอาจเพียงหวังเก็บไว้เป็นสมบัติส่งต่อให้ลูกหลานและเพื่อการลงทุน บ้านเหล่านี้เหมาะสมกับการอยู่อาศัย เนื่องจากอยู่ในเขตใจเมือง มีสาธารณูปโภคครบครัน ทำให้การพัฒนาที่อยู่อาศัยต้องขยายตัวออกสู่รอบนอกไม่สิ้นสุด

ดังนั้น จึงขอเสนอให้เก็บภาษีบ้านว่างเหล่านี้  โดย 1.ในจำนวนบ้านว่าง 1,644,419 หน่วยนี้ สมมติให้ว่างมาแล้วเกิน 1 ปี มีสัดส่วน 90% ก็จะเป็นจำนวน 1,479,977 หน่วย (บ้านที่ว่างไม่เกิน 1 ปียังอาจเป็นช่วงเตรียมตัวเข้าอยู่อาศัย)

2.หากสมมติว่าราคาประเมินทุนทรัพย์เป็นประมาณ 40% ของราคาตลาดที่เฉลี่ย 2.1 ล้านบาท หรือเท่ากับว่าราคาประเมินทุนทรัพย์เป็นเงิน 0.84 ล้านบาทต่อหน่วย 3.มูลค่าของบ้านว่างที่ต้องเสียภาษีจึงมีมูลค่ารวม 1,243,181 ล้านบาท 4. หากเก็บภาษีปีละ 2% ก็จะได้เงินปีละ 24,864 ล้านบาทเพื่อนำเงินมาพัฒนาประเทศ

“การที่จัดเก็บภาษีบ้านว่าง จะทำให้เจ้าของบ้านพยายามขายหรือให้เช่า เพิ่มอุปทานที่อยู่อาศัยมากขึ้น ราคาและค่าเช่าที่อยู่อาศัยจะถูกลง คาดว่าในปีแรกอาจมีบ้านว่างออกขายได้ประมาณ 5% สมมติราคา 2.1 ล้านบาท จะเป็นเงิน 172,664 ล้านบาท การหมุนเวียนของเงินจำนวนนี้ จะใช้กระตุ้นเศรษฐกิจได้อีกทางหนึ่ง”

ทั้งนี้กรณีนี้ยังหมายรวมไปถึงอาคารเก่าที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ไม่ว่าจะเป็นอาคารธุรกิจ อาคารอุตสาหกรรม รวมทั้งที่ดินเปล่า อาจกำหนดให้ที่ดินเปล่าที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ต้องเสียภาษีทั้งหมด ไม่ว่าจะนำที่ดินในเมืองมาทำเกษตรกรรมหรือไม่ก็ตาม เพื่อกระตุ้นให้เกิดการใช้ประโยชน์ในอสังหาฯอย่างเต็มที่ แทนการขยายเมืองในแนวราบในบริเวณชานเมืองหรือพื้นที่เกษตรกรรม หากมีการจัดเก็บภาษีอย่างจริงจังในอสังหาริมทรัพย์อื่น น่าจะทำให้เกิดเงินหมุนเวียนปีละหลายแสนล้านบาท ทำให้เศรษฐกิจเติบโตขึ้น

สำหรับเจ้าของที่ดินที่สาบสูญไปหรือไม่สามารถติดต่อได้ภายในกำหนด 3 ปี ก็ให้ทางราชการสามารถนำทรัพย์สินเหล่านี้มาขายในตลาดเปิดตามราคาตลาดในห้วงนั้นๆ และรัฐเก็บภาษี 10% เงินส่วนที่เหลือก็สามารถเก็บไว้ ณ สถาบันการเงินของรัฐที่เจ้าของสามารถมาเบิกใช้ได้พร้อมดอกเบี้ยในภายหลัง

ยิ่งกว่านั้นในอนาคตรัฐควรให้ท้องถิ่นต่าง ๆ จัดทำบัญชีประเมินทุนทรัพย์เองให้สอดคล้องกับราคาตลาด ท้องถิ่นจะได้มีรายได้มาพัฒนาท้องถิ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ต้องพึ่งพิงส่วนกลาง และจากประสบการณ์ของนครต่างๆ ทั่วโลก การมีหน่วยงานประเมินค่าทรัพย์สินของท้องถิ่นใช้งบประมาณไม่มากนัก และคุ้มค่ากับการจัดเก็บภาษีเป็นอย่างยิ่ง

แท็กที่เกี่ยวข้อง

วิกฤตอสังหา เศรษฐกิจไทย