เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สั่ง ‘ผบ.ตร.’ ติดตามเหตุฝรั่งเศส เฝ้าระวังอย่าให้เกิด ชี้บริบทสังคมไม่เหมือนกัน
Politics สั่ง ‘ผบ.ตร.’ ติดตามเหตุฝรั่งเศส เฝ้าระวังอย่าให้เกิด ชี้บริบทสังคมไม่เหมือนกัน
ครม.พร้อมเทเวลาอภิปรายให้ ‘ฝ่ายค้าน’ ชี้รัฐมนตรีเน้นแจงกระชับ ยันให้เกียรติสภา
Politics ครม.พร้อมเทเวลาอภิปรายให้ ‘ฝ่ายค้าน’ ชี้รัฐมนตรีเน้นแจงกระชับ ยันให้เกียรติสภา
ฮัลโลวีนนี้มีแต่ความน่ารัก “แอบิเกล” เตรียมเดบิวต์ซิงเกิลแรก “กุ๊กกู๋”
Biz Movement ฮัลโลวีนนี้มีแต่ความน่ารัก “แอบิเกล” เตรียมเดบิวต์ซิงเกิลแรก “กุ๊กกู๋”
“ไตรรัตน์” ชี้ประชุม 6 บอร์ด กสทช. ไม่มีข้อพิสูจน์ว่าถูกกฎหมาย
Tech “ไตรรัตน์” ชี้ประชุม 6 บอร์ด กสทช. ไม่มีข้อพิสูจน์ว่าถูกกฎหมาย
นายกฯ ไม่ปรับ ‘ศุภจี’ ลั่นไม่งั้นต้องเปลี่ยน ‘อนุทิน’ ชี้เป็นเสาหลักรัฐบาล
Politics นายกฯ ไม่ปรับ ‘ศุภจี’ ลั่นไม่งั้นต้องเปลี่ยน ‘อนุทิน’ ชี้เป็นเสาหลักรัฐบาล
พาณิชย์ขึ้นบัญชี 17 สินค้าอ่อนไหว จับตาราคาทุกวัน หลังน้ำท่วม-ดีเซลดันต้นทุน
Economic พาณิชย์ขึ้นบัญชี 17 สินค้าอ่อนไหว จับตาราคาทุกวัน หลังน้ำท่วม-ดีเซลดันต้นทุน
700 นักกีฬาเข้าร่วม PATTANA TRIATHLON FESTIVAL 2026 พิสูจน์พลังและก้าวข้ามทุกขีดจำกัด
Biz Movement 700 นักกีฬาเข้าร่วม PATTANA TRIATHLON FESTIVAL 2026 พิสูจน์พลังและก้าวข้ามทุกขีดจำกัด
‘พชร’ แนะไทยเร่งอุดช่องโหว่ เสนอ 4 แนวทางป้องอาชญากรรมไซเบอร์การเงิน
Biz Movement ‘พชร’ แนะไทยเร่งอุดช่องโหว่ เสนอ 4 แนวทางป้องอาชญากรรมไซเบอร์การเงิน
ราคาทองวันนี้ (22 ต.ค. 69) ขยับลง 200 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,200 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (22 ต.ค. 69) ขยับลง 200 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,200 บาท
Hermès Birkin ไม่แรร์แล้ว? ราคาตลาดรีเซลร่วง สั่นคลอนความเอ็กซ์คลูซีฟ
Business Hermès Birkin ไม่แรร์แล้ว? ราคาตลาดรีเซลร่วง สั่นคลอนความเอ็กซ์คลูซีฟ
ดูทั้งหมด

ส่องโอกาสตลาดกุ้งกุลาดำ ปี 2569 ลุ้นทวงบัลลังก์หลังหายจากตลาดกว่า 20 ปี

19 ม.ค. 2569 | 13:08น.

ปี 2569 นับเป็นปีที่น่าจับตามอง สำหรับ ‘กุ้งกุลาดำ’ กุ้งเนื้อแน่นที่เป็นวัตถุดิบแสนอร่อยในการปรุงอาหาร ที่เคยเป็นสายพันธุ์หลักและเป็นโปรดักต์แชมเปี้ยนของไทยเมื่อปี 2543 กำลังหวนคืนทวงบัลลังก์ให้เกษตรกรอีกครั้ง หลังจากหายไปจากตลาดนานกว่ายี่สิบปี

นายเอกพจน์ ยอดพินิจ นายกสมาคมกุ้งไทย กล่าวว่า การเติบโตของตลาดกุ้งกุลาดำในปี 2568 นับเป็นการรีเทิร์นออฟเดอะคิงส์ หรือการหวนกลับสู่บัลลังก์แห่งแชมป์ เพราะกุ้งกุลาดำเคยเป็นพระเอกของสินค้าอาหารทะเลไทย เมื่อ 20 กว่าปีก่อน หลังจากที่หายไปกว่า 22 ปี ตอนนี้เกษตรกรกำลังฟื้นฟูการเลี้ยง การผลิตสินค้าเศรษฐกิจช่วยทำรายได้ในประเทศไทยได้อีกครั้ง

ผลผลิตกุ้งกุลาดำ เพิ่ม 18%

นายบรรจง นิสภวาณิชย์ ประธานสมาพันธ์การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำไทย และที่ปรึกษาสมาคมกุ้งไทย กล่าวว่า ปี 2568 มีการพูดถึงการเพิ่มการเลี้ยงกุ้งกุลาดำอย่างมาก โดยมีการประเมินว่าปีที่ผ่านมา เกษตรกรเพิ่มสัดส่วนการเลี้ยงกุ้งกุลาดำ 27% ทำให้มีผลผลิตกุ้งกุลาดำเพิ่มขึ้น 18% และมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในปี 2569

นายบรรจงเล่าว่า ย้อนไปในปี 2543 ไทยเคยเป็นแชมป์โลกในการผลิตกุ้งกุลาดำได้มากถึง 300,000 ตัน จนกระทั่งปัญหาการเลี้ยงและโรคระบาดในปี 2546-2547 ทำให้มีการนำเข้าพันธุ์กุ้งขาวมาพัฒนาปรับปรุงพันธุ์ เลี้ยงและประสบความสำเร็จอย่างสูง จนไทยสามารถเป็นแชมป์ส่งออกกุ้งขาวได้ในปี 2553-2554 กลายเป็นสายพันธุ์หลักทดแทน กุ้งกุลาดำมีสัดส่วนลดลงจนกลายเป็นกุ้งที่มีตลาดเฉพาะและจำกัด

“เมื่อปี 2543 เราเป็นแชมป์ พอปี 2544 การเลี้ยงกุ้งกุลาดำลดลง เกษตรกรหันไปเลี้ยงกุ้งขาวจนกลายเป็นโปรดักต์แชมเปี้ยนในปี 2554 ไทยสามารถผลิตได้ปริมาณ 600,000 ตัน วันนั้นทุกคนบอกว่าจะไม่มีกุ้งกุลาดำอยู่ในประเทศไทยแล้ว กระทั่งปัจจุบันปี 2568 มีการพัฒนาพันธุ์กุ้งที่เลี้ยงง่ายโตเร็ว” นายบรรจงกล่าว

จุดเด่นกุ้งกุลาดำ เลี้ยงง่าย-โตเร็ว

นายบรรจงประเมินว่า แนวโน้มการผลิตกุ้งกุลาดำในปี 2569 ด้วยการพัฒนาปรับปรุงพันธุ์ ทำให้เลี้ยงง่าย และเติบโตเร็ว หากพัฒนาดี ๆ จะสามารถกลับไปที่จุดที่เคยเป็นคือ เลี้ยงแค่ 3 เดือน ได้กุ้งขนาด 26 ตัว/กก.

นางสาวพัชรินทร์ จินดาพรรณ เลขาธิการสมาคมกุ้งไทย และประธานสหกรณ์ผู้เลี้ยงกุ้งจันทบุรี จำกัด กล่าวว่า ภาคตะวันออกมีพื้นที่หลักที่เลี้ยงกุ้ง คือ จ.ฉะเชิงเทรา จันทบุรี ตราด ระยอง มีปริมาณผลผลิตกุ้งขาวรวม 52,300 ตัน ลดลง 1% เป็นผลจากการลงกุ้งของเกษตรกรลดลง แต่ที่น่าสนใจ กุ้งกุลาดำซึ่งเดิมมีสัดส่วนการเลี้ยง 1% ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 3% ถือว่าเติบโตก้าวกระโดด โดยเฉพาะจังหวัดจันทบุรี

“เทียบไซซ์การจับขายโดยปกติ กุ้งขาวจะเป็นขนาด 68 ตัว/กก. ระยะเวลาการเลี้ยง 115 วัน ได้ราคา 145 บาท แต่เมื่อเปลี่ยนมาเลี้ยงกุลาดำ ด้วยระยะเวลาการเลี้ยงใกล้เคียงกัน จะได้กุ้งกุลาดำไซซ์ 40 ตัว/กก. ตัวใหญ่กว่ากุ้งขาว และขายได้ในราคา กก.ละ 180 บาท สูงกว่าราคาขายกุ้งขาว เกือบ 40 บาท/กก. ทั้งที่ระยะเวลาการเลี้ยงแทบไม่ต่างกัน นั่นจึงเป็นเหตุผลกุ้งกุลาดำจึงเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด” นางสาวพัชรินทร์กล่าว

เลี้ยง “กุ้งกุลาดำ” ช่วยบริหารความเสี่ยง

นายปรีชา สุขเกษม อุปนายกสมาคมกุ้งไทย กล่าวว่า เกษตรกรภาคใต้หลายรายหันมาลงเลี้ยงกุ้งกุลาดำมากขึ้นสัดส่วน ประมาณ 15% โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จ.นครศรีธรรมราช ที่ผลผลิตกุ้งกุลาดำเพิ่มขึ้นประมาณ 3 เท่า เมื่อเทียบกับปี 2567

ซึ่งเป็นผลจากสภาพอากาศแปรปรวนทำให้การเลี้ยงกุ้งขาวยาก ประกอบกับปัญหาโรคต่าง ๆ เช่น อีเอชพี อีเอ็มเอส ขี้ขาวยังเป็นปัญหาหลัก เกษตรกรจึงต้องปรับตัว โดยการพักบ่อให้นานขึ้น ทยอยปล่อยกุ้ง ลดความหนาแน่น บริหารความเสี่ยงด้วยการหันมาลงเลี้ยงกุ้งกุลาดำเพิ่มขึ้น

ด้านนายพิชญพันธุ์ สลิลปราโมทย์ ประธานชมรมผู้เลี้ยงกุ้งสุราษฎร์ธานี และกรรมการบริหารสมาคมกุ้งไทย กล่าวว่า ในส่วนของพื้นที่เลี้ยงกุ้งภาคใต้ตอนบน หลัก ๆ จะอยู่ใน จ.ชุมพร ประจวบคีรีขันธ์ สุราษฎร์ธานี และระนอง ในปี 2568 เลี้ยงได้ 1 แสนตัน โดย จ.สุราษฎร์ธานี ทำได้มากที่สุด ครองสัดส่วน 37% ของปริมาณกุ้งทั้งประเทศ เพราะในส่วนของพื้นที่อ่าวไทยมีการทำฟาร์มให้สามารถเลี้ยงต่อเนื่องได้ตลอดทั้งปี แม้ว่าจะมีสภาพอากาศแปรปรวนและโรคกุ้ง แต่เกษตรกรยังสามารถเดินหน้าการเลี้ยงกุ้งขาวต่อไปได้

อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าสังเกตว่า ในปี 2568 ที่ผ่านมา พบว่า มีสายพันธุ์กุ้งกุลาดำเข้าสู่ระบบการเลี้ยงของพื้นที่ของภาคใต้ตอนบนเพิ่มขึ้นเป็นสัดส่วน 8% จากเดิมเคยเลี้ยงในสัดส่วน 5% ของปริมาณการเลี้ยงทั้งหมด ซึ่งเป็นผลมาความหนาแน่นในการปล่อยกุ้งที่เหมาะสม ไม่แน่นเกินไป สายพันธุ์เสถียร โตไว จึงมีกุ้งกุลาดำมาทดแทน และคาดการณ์ว่าในปี 2569 การเลี้ยงกุ้งกุลาดำจะยังคงได้รับความนิยมสูงต่อเนื่อง ดังนั้น ความท้าทายสำคัญ คือ การหาตลาดรองรับผลผลิตที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการส่งออก

โอกาสรุกตลาดส่งออกสดใส ปักหมุด “จีน”

นายอภิชิต วรกิจ กรรมการบริหารสมาคมกุ้งไทย และประธานชมรมผู้เลี้ยงกุ้งจังหวัดระนอง เลขาธิการพันธมิตรผู้เลี้ยงกุ้งไทยภาคใต้ฝั่งอันดามัน กล่าวว่า เมื่อปี 2568 ภาคใต้ฝั่งอันดามันมีผลผลิตกุ้ง 63,000 ตัน คิดเป็น 23% ของทั้งประเทศ สำหรับผลผลิตหลัก ยังเป็นกุ้งขาวสัดส่วน 80% ที่เหลือเป็นกุ้งกุลาดำ 20% หรือปริมาณ 12,300 ตัน ซึ่งคิดเป็นครึ่งหนึ่งของกุ้งกุลาดำของทั้งประเทศ

“ในปี 2569 ทางภาคใต้ฝั่งอันดามันยังคงส่งเสริมการเลี้ยงกุ้งกุลาดำต่อเนื่อง เพราะปัจจุบันตลาดกุ้งกุลาดำ มีศักยภาพอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเราเริ่มมีการส่งออกกุ้งกุลาดำไปประเทศจีน ไฟลต์แรก ไปเมื่อเดือน ธ.ค. 2568 ที่ผ่านมา ไม่นับรวมตลาดในประเทศที่เติบโตอย่างมากจากฐานผู้บริโภคคนไทยที่เพิ่มขึ้น และมองถึงโอกาสเติบโตคู่กับภาคการท่องเที่ยวยิ่งมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาจำนวนมากก็ยิ่งมีการบริโภคมากขึ้น”

หากจับสัญญาณการฟื้นตัวของกุ้งกุลาดำครั้งนี้หากทำได้สำเร็จ แน่นอนว่า กุ้งกุลาดำจะเป็นอีกสินค้าหนึ่งที่จะมาช่วยสร้างขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในปี 2569 เสริมทัพจากกุ้งขาวที่เป็นสินค้าเกษตรเศรษฐกิจทำรายได้เข้าประเทศกว่า 40,000 ล้านบาท