เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
กยศ. เตือนผู้กู้ยืมเงินตรวจสอบก่อนชำระหนี้ ป้องกันมิจฉาชีพแอบอ้างหลอกโอนเงิน
Finance กยศ. เตือนผู้กู้ยืมเงินตรวจสอบก่อนชำระหนี้ ป้องกันมิจฉาชีพแอบอ้างหลอกโอนเงิน
เอกนิติ มองเงินลงทุนไหลเข้าไทย ใช้ BOI to IPO ดึงอุตสาหกรรมใหม่เข้าตลาดหุ้นไทย
Finance เอกนิติ มองเงินลงทุนไหลเข้าไทย ใช้ BOI to IPO ดึงอุตสาหกรรมใหม่เข้าตลาดหุ้นไทย
ขนส่งเปิดสถิติรถจดทะเบียนสะสมทั่วประเทศพุ่ง 45 ล้านคัน เฉพาะรถ EV แตะ 1.2 ล้านคัน
Economic ขนส่งเปิดสถิติรถจดทะเบียนสะสมทั่วประเทศพุ่ง 45 ล้านคัน เฉพาะรถ EV แตะ 1.2 ล้านคัน
เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม 2569 ยอดลงทะเบียน 1.64 ล้านคน ประกาศผู้มีสิทธิ 10 ส.ค.
HR เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม 2569 ยอดลงทะเบียน 1.64 ล้านคน ประกาศผู้มีสิทธิ 10 ส.ค.
“ขรรค์ชัย บุนปาน” นำทีมมติชน หนุนภารกิจมูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ มอบวีลแชร์ช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง
SD “ขรรค์ชัย บุนปาน” นำทีมมติชน หนุนภารกิจมูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ มอบวีลแชร์ช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง
เอกนิติเร่งประชุมบอร์ดบัตรสวัสดิการฯ เตรียมช่วยผู้ถูกนำชื่อไปเปิดบัญชี-นั่งกรรมการบริษัท
Finance เอกนิติเร่งประชุมบอร์ดบัตรสวัสดิการฯ เตรียมช่วยผู้ถูกนำชื่อไปเปิดบัญชี-นั่งกรรมการบริษัท
ร่วมชมงานคราฟต์ที่“NEXTOPIA ECO & Craft Festival: Craft Your Future”
Biz Movement ร่วมชมงานคราฟต์ที่“NEXTOPIA ECO & Craft Festival: Craft Your Future”
NT ยื่นสู้ คดี NETBAY ปมค่าบริการระบบ NSW 424 ล้านบาท
Tech NT ยื่นสู้ คดี NETBAY ปมค่าบริการระบบ NSW 424 ล้านบาท
“แลนดี้ โฮม” ตอกย้ำความเชื่อมั่น ครึ่งปีแรกกวาดยอดพุ่ง 1,300 ล้านบาท
Real Estate “แลนดี้ โฮม” ตอกย้ำความเชื่อมั่น ครึ่งปีแรกกวาดยอดพุ่ง 1,300 ล้านบาท
ครม.เห็นชอบร่าง พ.ร.ฎ. เลือกตั้งซ่อม สส.อุดรฯ เขต 3
Politics ครม.เห็นชอบร่าง พ.ร.ฎ. เลือกตั้งซ่อม สส.อุดรฯ เขต 3
ดูทั้งหมด

อสังหาฯ มอง กนง.ลดดอกเบี้ยเหลือ 1% สัญญาณบวก ฝากแบงก์รับลูกหั่นใน 7 วัน

26 ก.พ. 2569 | 09:09น.
ลดดอกเบี้ย

อสังหาฯ ชี้ กนง.ลดอัตราดอกเบี้ยจาก 1.25% เหลือ 1% สัญญาณบวกเศรษฐกิจฟื้น เร่งแบงก์พาณิชย์รับลูกใช้ Active Rate เดียวกันใน 7 วัน เสนอ ธปท.ยืดอายุ LTV ลุ้นขุนคลังคนใหม่ต่อเวลาลดค่าโอน-จดจำนอง ชงแก้หนี้รายย่อยหนุนผู้บริโภคมีความสามารถในการซื้อบ้าน

นายสุนทร สถาพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สถาพร เอสเตท จำกัด ในฐานะนายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรรเปิดเผยว่า คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติ 4 ต่อ 2 ลดดอกเบี้ย 0.25% เหลือ 1.00% ต่อปี เป็นการส่งสัญญาณเชิงบวกสำหรับทิศทางการเติบโตของเศรษฐกิจ แต่ต้องมีการส่งผ่านอัตราดอกเบี้ย (Transmission Mechanism) ไปยังธนาคารพาณิชย์อย่างเต็มจำนวน ด้วยอัตราดอกเบี้ย Active Rate เพื่อให้ภาคธุรกิจได้รับผลประโยชน์ หากไม่มีการใช้อัตราดอกเบี้ยเดียวกันทั้งระบบ จะส่งผลให้มาตรการนี้กระตุ้นเศรษฐกิจไม่เต็มประสิทธิภาพ เนื่องจากสภาวะกำลังซื้อของผู้บริโภคอยู่ในช่วงเปราะบาง โดยการส่งผ่านอัตราดอกเบี้ยควรเกิดขึ้นภายใน 7 วัน หลังจากมีมติของ กนง.

“เข้าใจว่าช่วงนี้ธนาคารพาณิชย์ต้องบริหารความเสี่ยง แต่เนื่องจากเศรษฐกิจชะลอตัว ถ้าลดต้นทุนทางการเงินให้กับผู้กู้โดยเร็วได้ มันก็จะช่วยลดความเสี่ยง NPL ระยะยาว เพราะลูกหนี้จะผ่อนคล่องขึ้น ส่วนการส่งผ่านอัตราดอกเบี้ยไปยังธนาคารพาณิชย์ เร็วสุดที่เคยเกิดขึ้นเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2568 ภายใน 7-10 วัน ซึ่งระยะเวลาหนึ่งสัปดาห์เป็นช่วงเวลาที่ไม่ช้าจนเกินไป”

นอกจากการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายแล้ว สำหรับภาคอสังหาฯจำเป็นต้องมีมาตรการอื่นเพื่อให้เกิดการกระตุ้นอย่างครบวงจรด้วย นายสุนทรระบุว่า เมื่อเดือนที่ผ่านมา การหารือกับนายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เป็นไปในทิศทางบวกสำหรับโอกาสในการขยายเวลาผ่อนเกณฑ์ LTV

ขณะที่มาตรการลดค่าธรรมเนียมการจดจำนอง-โอน จำเป็นต้องรอทิศทางการบริหารงานของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังคนใหม่

อย่างไรก็ตาม นายสุนทรมีข้อเสนอเพิ่มเติมสำหรับภาคอสังหาฯว่า ควรสนับสนุนสินเชื่อบ้านหลังแรกเพื่อแก้ปัญหาผู้บริโภคที่ต้องการที่อยู่อาศัยหลังแรก โดยที่ผ่านมาในมาตรการที่ครอบคลุมราคาบ้านไม่เกิน 7 ล้านบาทยังมีความจำเป็น แต่คิดว่าควรลดต่ำลงครอบคลุมตั้งแต่ราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนข้าราชการและ First Jobber ให้มีบ้านหลังแรกเป็นของตัวเอง

ทั้งนี้ สัญญาณการลดดอกเบี้ยทำให้เห็นถึงโอกาสเศรษฐกิจค่อย ๆ ฟื้น โดยครึ่งปีหลังนี้มีโอกาสที่จะฟื้นตัวลงได้ เนื่องจากปีที่ผ่านมาเป็นจุดต่ำสุด ภาพรวมไตรมาส 4 เป็นไตรมาสที่ดีที่สุดของปี 2568 เนื่องจากจีดีพีสูงถึง 2.5% ช่วยดึงให้จีดีพีทั้งปีขึ้นมาเป็น 2% ทำให้คาดหวังได้ว่าจีดีพีในปี 2569 อาจมีโอกาสไปถึง 2.5% จากเดิมที่มีการประมาณการไว้เพียง 1.5-2%

“การที่จะทำให้จีดีพีเติบโตขึ้นได้ต้องอาศัยการฟื้นตัวหลาย ๆ อย่าง โดยเฉพาะการแก้หนี้ครัวเรือนเป็นอันดับแรก สองคือนโยบายการเงินที่กำลังทำอยู่ ซึ่งคาดว่าการแก้หนี้จะออกดอกออกผลเนื่องจากมีมาตรการคุณสู้ เราช่วยมาจนถึงปิดหนี้ไวไปต่อ การลดภาระหนี้หรือปิดหนี้เก่าทำให้เกิดวงเงินใหม่ ผู้บริโภคมีความสามารถในการซื้อของชิ้นใหญ่มากขึ้น ซึ่งการแก้หนี้ควรโฟกัสที่รายย่อยก่อน แล้วค่อยขยับไปช่วยรายกลางเป็นประเภทถัดไป” นายสุนทรกล่าวทิ้งท้าย