ติดคุก ไม่ได้แปลว่าชีวิตอำนาจจะจบลงเสมอไป ตรงกันข้าม ผู้นำหลายคนกลับเดินออกจากเรือนจำ แล้วหวนคืนอีกครั้ง บางคนกลับมาเป็นผู้นำประเทศ บางคนกลายเป็นสัญลักษณ์ประชาธิปไตย ขณะที่บางคนยังเป็นตัวละครสำคัญในเกมอำนาจ แม้เคยถูกตราหน้าว่าเป็นนักโทษมาก่อนก็ตาม
ประชาชาติธุรกิจ รวบรวม 10 ผู้นำคนสำคัญในวงการเมือง-การลงทุน ที่เคยใช้ชีวิตในห้องคุมขัง ไว้ดังนี้
1. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีไทย

หนึ่งในชื่อที่คนไทยรู้จักดีที่สุด คือ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีไทยผู้ลี้ภัยทางการเมืองมานานกว่า 17 ปี หลังถูกรัฐประหารในปี 2549 และถูกจำคุกในหลายคดีผลประโยชน์ซ้อนทับ และในปลายปี 2566 ทักษิณเดินทางกลับมายังประเทศไทย ก่อนถูกส่งเข้าเรือนจำ
ในคืนแรกก็ถูกส่งตัวไปพำนักที่โรงพยาบาลตำรวจเนื่องจากปัญหาสุขภาพ ไม่นานนักก็ได้รับอภัยโทษ จาก 8 ปี เหลือเพียง 1 ปี และเมื่อวันพุธที่ 11 พ.ค. 2569 ทักษิณ ชินวัตร ได้รับการปล่อยตัวพักการลงโทษ หลังรับโทษมาแล้ว 243 วัน เดินทางรายงานตัวติดกำไล EM ก่อนมุ่งหน้ากลับบ้านจันทร์ส่องหล้าเพื่อร่วมโต๊ะอาหารมื้อแรกกับครอบครัว
2. ลูลา ประธานาธิบดีแห่งบราซิลคนปัจจุบัน

ผู้เป็นที่รักของชนชั้นแรงงาน อีกหนึ่งคนที่ชีวิตพลิกผลันจากนักโทษการเมือง กลับมาเป็นผู้นำประเทศอีกครั้ง คือ ลูอิส อีนาซียู ลูลา ดา ซิลวา (Luiz Inácio Lula da Silva) หรือ ‘ลูลา’ แห่งบราซิล
จากเด็กขัดรองเท้า อดีตกรรมกรโรงงานที่ถูกเครื่องจักรทับ จนนิ้วก้อยข้างซ้ายขาดสูญไป ไต่เต้าสู่ตำแหน่งประธานาธิบดีคนล่าสุดของบราซิล
ลูลาเคยถูกจำคุกในปี 2018 จากปฏิบัติการ Lava Jato คดีสืบสวนสอบสวนคอร์รัปชันครั้งใหญ่ที่โด่งดังที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศบราซิล และถือเป็นหนึ่งในคดีอื้อฉาวเกี่ยวกับการฟอกเงินและการรับสินบนที่ใหญ่ที่สุดในโลก
ปฏิบัติการครั้งนี้ทำให้ ลูลาถูกจำคุก และใช้ชีวิตในเรือนจำนานกว่า 580 วัน แต่ในปี 2021 ศาลฎีกาบราซิลมีคำสั่งยกเลิกคำพิพากษา ระบุเหตุผลว่ากระบวนการพิจารณาคดีมีปัญหาเรื่องเขตอำนาจและความเป็นกลางของผู้พิพากษา
ผลลัพธ์คือ เขาสามารถทวงคืนอำนาจ และกลับมาลงเลือกตั้งอีกครั้งจนกระทั่งชนะเลือกตั้งประธานาธิบดีในปี 2022 กลายเป็นหนึ่งในคัมแบ็กทางการเมืองที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกยุคใหม่
3. อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซียคนปัจจุบัน

หากจะหาใครสักคนที่ฉายภาพการเมืองที่เต็มไปแรงแค้น และความอดทนได้ดีที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียใต้ ชื่อ อันวาร์ อิบราฮิม (Anwar Ibrahim) ย่อมอยู่ในลำดับต้น ๆ
ชายคนนี้ผ่านจุดสูงสุดในทำเนียบรัฐบาล สู่จุดต่ำสุดในทัณฑสถาน และกลับมาผงาดในฐานะผู้นำประเทศได้สำเร็จ
เส้นทางเริ่มต้นจากการเป็นผู้นำนักศึกษาผู้เคร่งครัดในศาสนา ก่อนจะเข้าสู่วงการเมืองและไต่เต้าจนกลายเป็นทายาททางการเมือง ที่วางตัวไว้จะสืบทอดอำนาจต่อจาก มหาเธร์ โมฮัมหมัด (อดีตนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย 2 สมัย) ในช่วงทศวรรษที่ 1990
จุดพลิกผันเกิดขึ้นในช่วงวิกฤตต้มยำกุ้ง ปี 1997 เมื่ออันวาร์ ขณะนั้นเป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีคลัง มีความเห็นขัดแย้งอย่างรุนแรงกับมหาเธร์เรื่องการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ นำไปสู่การถูกไล่ออกจากตำแหน่งในปี 1998
ต่อมาไม่นานเขาถูกดำเนินคดีในข้อหาทุจริต และข้อหามีเพศสัมพันธ์กับคนเพศเดียวกัน ซึ่งเป็นเรื่องผิดกฎหมายในมาเลเซียและมีโทษรุนแรง
อันวาร์ยืนยันมาตลอดว่าคดีทั้งหมดเป็น “แผนสกปรกทางการเมือง” เพื่อกำจัดเขาออกจากเส้นทางอำนาจ
ไม่นานนักภาพของอันวาร์ที่ปรากฏตัวต่อศาลพร้อมรอยช้ำที่ดวงตาจากการถูกทำร้ายในคุก ก็กลายเป็นสัญลักษณ์ของการต่อสู้ที่ทั่วโลกจับตามอง
อันวาร์เข้า-ออกเรือนจำอยู่หลายครั้งในช่วงกว่า 20 ปีของการต่อสู้ พ้นผิดครั้งแรกเขาได้รับการปล่อยตัวในปี 2004 หลังศาลยกฟ้องคดีทางเพศบางส่วน
ผ่านไปอีก 10 ปี มีเหตุให้กลับเข้าตารางรอบสอง เพราะถูกดำเนินคดีทางเพศอีกครั้งในปี 2014 และต้องโทษจำคุก 5 ปี
จนในปี 2018 เมื่ออันวาร์จับมือกับมหาเธร์โค่นล้มรัฐบาล นาจิบ ราซัค ได้สำเร็จ หลังชนะเลือกตั้ง
เขาได้รับพระราชทานอภัยโทษจากกษัตริย์มาเลเซียทันที โดยใช้เหตุผลว่ากระบวนการยุติธรรมในอดีตมีความบกพร่อง ทำให้เขาพ้นผิดโดยสมบูรณ์และกลับเข้าสู่การเมืองได้อีกครั้ง
ปัจจุบัน อันวาร์ อิบราฮิม ดำรงตำแหน่ง นายกรัฐมนตรีคนที่ 10 ของมาเลเซีย (ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2022) ภายหลังการเลือกตั้งที่ไม่มีใครได้เสียงข้างมากเด็ดขาด จนเขาต้องรวบรวมกลุ่มการเมืองต่างขั้วจัดตั้งรัฐบาลสามัคคี
4. อองซาน ซูจี วีรสตรีแห่งเมียนมา

ภาพล่าสุดของวีรสตรีบุตรสาวนายพลอองซาน วีรบุรุษแห่งพม่าสมัยใหม่ ‘อองซาน ซูจี’ ถูกเปิดเผยออกมาในวันที่ 30 เมษายน 2026
เธอเป็นผู้ก่อตั้งพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย หรือที่คนไทยคุ้นหูในชื่อ NLD และเป็นเจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ในปี 1991
เธอคือ ศูนย์รวมจิตใจของชาวเมียนมาในการต่อสู้กับเผด็จการทหารมานานหลายทศวรรษ และเคยดำรงตำแหน่ง ที่ปรึกษาแห่งรัฐ (เทียบเท่านายกรัฐมนตรี) หลังพรรค NLD ชนะเลือกตั้งถล่มทลายในปี 2015
ภายหลังการรัฐประหารเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2021 โดยกองทัพเมียนมาทัตมาดอว์ (Tatmadaw) เธอถูกควบคุมตัวและถูกตั้งข้อหาทางอาญาหลายสิบคดี
ซึ่งหลายฝ่ายรวมถึงองค์กรสิทธิมนุษยชนมองว่ามี “แรงจูงใจทางการเมือง” เพื่อกีดกันเธอออกจากเวทีการเมือง ข้อหาสำคัญ ได้แก่ การทุจริตคอร์รัปชัน การละเมิดกฎหมายความลับของรัฐ การครอบครองวิทยุสื่อสารผิดกฎหมาย การละเมิดมาตรการควบคุมโควิด-19 ในช่วงหาเสียง
จนกระทั่งวีรสตรีผู้นี้ถูกตัดสินจำคุกรวมกันสูงสุดถึง 33 ปี ก่อนจะมีการลดโทษในภายหลัง
สถานีโทรทัศน์ Channel NewsAsia (CNA) ของสิงคโปร์ ระบุว่า ซูจีได้รับการดูแลอย่างดี และรัฐบาลใหม่ปรับลดโทษจำคุกถึง 2 ครั้ง ครั้งแรกจาก 33 ปี เหลือ 27 ปี และในครั้งที่ 2 เมื่อปลายเดือนเมษายน 2026 เหลือโทษจำคุกอยู่ที่ 18 ปี
ล่าสุด มีรายงานจากสำนักข่าวรอยเตอร์ในเดือน พฤษภาคม 2026 ระบุว่า เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2026 ทางการพม่าได้ย้ายตัวอองซาน ซูจี วัย 80 ปี ออกจากเรือนจำในกรุงเนปยีดอว์ ไปรับโทษต่อภายใต้การ “กักบริเวณในบ้านพัก” แทน
5. นีกอลา ซาร์กอซี อดีตประธานาธิบดีฝรั่งเศส

นีกอลา ซาร์กอซี ดำรงตำแหน่ง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส (ปี 2007-2012) ผู้นำพรรค และนักการเมืองแนวอนุรักษนิยมที่มีบทบาทสูงมากในการนำยุโรปผ่านพ้นวิกฤตเศรษฐกิจโลกปี 2008 และเป็นหนึ่งในผู้ผลักดันการแทรกแซงทางทหารในลิเบียเพื่อขับไล่ มูอัมมาร์ กัดดาฟี
แม้ชายผู้นี้จะวางมือจากการเมืองระดับชาติไปแล้ว แต่ยังคงเป็นผู้มีอิทธิพลเบื้องหลังในพรรคฝ่ายขวาของฝรั่งเศสจนถึงปัจจุบัน
ซาร์กอซีเป็นอดีตประธานาธิบดีคนแรกในประวัติศาสตร์ฝรั่งเศสสมัยใหม่ที่ถูกตัดสินจำคุก ด้วยคดีคอร์รัปชันและใช้อิทธิพลในทางมิชอบ คดีเงินทุนหาเสียงเกินกฎหมาย ด้วยเหตุ ใช้จ่ายเงินในการรณรงค์เลือกตั้งปี 2012 เกินกว่าที่กฎหมายกำหนดเกือบเท่าตัว คดีทุนเทาลิเบีย คดีที่ใหญ่ที่สุดคือการถูกกล่าวหาว่ารับเงินสนับสนุนการหาเสียงในปี 2007 จากรัฐบาลของ มูอัมมาร์ กัดดาฟี อดีตผู้นำลิเบีย ซึ่งศาลได้ตัดสินให้เขามีความผิดฐานสมคบคิดในคดีนี้เมื่อ เมื่อตุลาคม 2025