อภิสิทธิ์ นำ ‘อนุชา – ผู้สมัคร สก.’ สู้ศึก กทม. ดัน 5 นโยบายฟื้นเมืองหลวง
‘อภิสิทธิ์’ นำทีมไหว้พระแม่ธรณีฯ ก่อนพา “อนุชา-ผู้สมัคร สก. 50 เขต” สมัครสู้ศึกผู้ว่าฯ กทม. ดัน 5 นโยบายฟื้นเมืองหลวง-ชูเทคโนโลยีปราบโกง ‘มาร์ค’ มั่นใจต้องได้คะแนนมากกว่าคนอื่นคะแนนเดียวก็เพียงพอ
เวลา 06.39 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมนายอนุชา บูรพชัยศรี ว่าที่ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และคณะผู้บริหารพรรคประชาธิปัตย์ สักการะพระแม่ธรณีบีบมวยผมหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อเป็นสิริมงคลก่อนเดินทางไปสมัคร และจับสลากรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
โดยเดินทางมาถึงอาคารศาลาว่าการกรุงเทพมหานครในเวลา 07.39 น. โดยนําทีมผู้บริหารพรรคและผู้สมัคร สก.สักการะพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ ก่อนเข้าอาคารไอราวัตพัฒนา เพื่อสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
นายอนุชาเปิดเผยก่อนเข้าสมัครรับเลือกตั้งว่า พรรคประชาธิปัตย์และผู้สมัคร สก.ทั้ง 50 เขต ได้ลงพื้นที่รับฟังปัญหาของประชาชนอย่างต่อเนื่อง จนตกผลึกเป็นนโยบายหลัก 5 ด้าน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตคนเมืองหลวง ประกอบด้วย 1.การพัฒนาระบบคมนาคมเพื่อให้ประชาชนเดินทางได้สะดวก 2.การรักษาความสะอาดของเมืองอย่างเป็นระบบ
3.การส่งเสริมคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่สุขสบายของชาวกรุงเทพฯ 4.การกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นเพื่อเพิ่มรายได้ให้แก่ประชาชน และ 5.การบริหารราชการกรุงเทพมหานครด้วยความโปร่งใส ตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน
นายอนุชากล่าวย้ำถึงแนวทางการแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่นในระดับท้องถิ่นว่า กลไกสำคัญที่สุดคือ “การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารอย่างโปร่งใส” โดยทางพรรคมีนโยบายที่จะเปิดเผยฐานข้อมูล (Database) ด้านการจัดซื้อ จัดจ้าง และรายละเอียดสัญญาสัมปทานต่าง ๆ ของ กทม. ให้เป็นข้อมูลสาธารณะที่ประชาชนสามารถเข้าถึงและตรวจสอบได้ง่าย
นอกจากนี้จะมีการนำเทคโนโลยีและแพลตฟอร์มดิจิทัล เช่น แอปพลิเคชั่น “ส่องรัฐ” และระบบอื่น ๆ มาช่วยประมวลผลข้อมูล เพื่อตรวจจับความผิดปกติ ความไม่โปร่งใส หรือการมีผลประโยชน์ทับซ้อนในโครงการต่าง ๆ ของรัฐ
“แอปพลิเคชั่นส่องรัฐเป็นเพียงหนึ่งในเครื่องมือหลัก แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือเนื้อหาและข้อสัญญาต่าง ๆ ของ กทม.ที่ต้องเปิดกว้างในอนาคต ระบบการประมูลและการจัดซื้อจัดจ้างทุกประเภทจะต้องดำเนินไปอย่างถูกต้องตามระเบียบ ไร้ผลประโยชน์ทับซ้อน เพื่อสร้างความมั่นใจสูงสุดให้กับพี่น้องประชาชนว่า เงินภาษีทุกบาทจะถูกใช้อย่างคุ้มค่าและตรวจสอบได้จริง” นายอนุชากล่าว
นายอภิสิทธิ์กล่าวยืนยันว่า พรรคประชาธิปัตย์มีความพร้อมในทุกองคาพยพ ทั้งในด้านนโยบายและบุคลากรที่จะเข้ามาอาสาตัวรับใช้และสนับสนุนการทำงานเพื่อพี่น้องชาวกรุงเทพฯ เนื่องจากมองว่าปัญหาของเมืองหลวงมีความผูกพันและเชื่อมโยงกับปัญหาระดับชาติในทุกมิติ
นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า การจะขับเคลื่อนกรุงเทพฯ ให้เดินหน้าไปได้ไกลกว่าที่เป็นอยู่ จำเป็นต้องอาศัยกลไกการทำงานร่วมกันในทุกระดับ ซึ่งในครั้งนี้พรรคได้นำเสนอนโยบายที่มุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพชีวิตเมืองหลวง ทั้งในเรื่อง เดินทางสะดวก : ทบทวนและยกเครื่องระบบขนส่งมวลชนทั้งหมดเพื่อการเชื่อมต่อที่ไร้รอยต่อ, เมืองสะอาด : มุ่งเน้นการจัดการมลพิษ สิ่งแวดล้อม และขับเคลื่อนโมเดลเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy),
ชีวิตสบาย : รองรับการเข้าสู่สังคมสูงวัย (Aging Society) ด้วยการเตรียมระบบดูแลคุณภาพชีวิตของกลุ่มผู้สูงอายุซึ่งกำลังจะเป็นประชากรกลุ่มใหญ่ในเมืองหลวง, มีรายได้มากขึ้น เพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้ให้แก่ประชาชน, ตรวจสอบได้ : ชูหัวใจสำคัญเรื่อง “ความสุจริต” ในทุกภาคส่วน ตั้งแต่สังคม บ้านเมือง การเมือง ไปจนถึงการบริหารงานของกรุงเทพมหานคร เพื่อเป็นแรงผลักดันหลักให้ประเทศเดินหน้า
ในช่วงท้ายเมื่อผู้สื่อข่าวซักถามถึงความคาดหวังเรื่องตัวเลขคะแนนเสียงของผู้ว่าฯ กทม. และจำนวนเก้าอี้สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) ว่าต้องได้เท่าใด จึงจะถือว่าเป็นการกลับมาอย่างภาคภูมิใจของพรรคประชาธิปัตย์ในพื้นที่เมืองหลวง นายอภิสิทธิ์ได้ตอบคำถามนี้ด้วยท่าทีอารมณ์ดีแต่แฝงนัยทางการเมืองว่า
“ได้มากกว่าคนอื่นครับ ได้มากกว่าคนอื่นสักหนึ่งคะแนนก็พอครับ ไม่ต้องเยอะนะ” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าว
