เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
กทม.เร่งสูบน้ำ “ฝั่งตะวันออก” โยกเครื่องช่วย“ลาดกระบัง” พร่องแก้มลิงรับฝนระลอกใหม่
News กทม.เร่งสูบน้ำ “ฝั่งตะวันออก” โยกเครื่องช่วย“ลาดกระบัง” พร่องแก้มลิงรับฝนระลอกใหม่
มิตซูบิชิ ปาเจโร เนียน นุ่ม แรง หรู
Automotive มิตซูบิชิ ปาเจโร เนียน นุ่ม แรง หรู
“แมคโดนัลด์” เปิดธุรกิจโฆษณา ต่อยอด 1.4 หมื่นสาขาสู่ช่องทางสื่อ
Business “แมคโดนัลด์” เปิดธุรกิจโฆษณา ต่อยอด 1.4 หมื่นสาขาสู่ช่องทางสื่อ
ยศชนัน งัดเทคโนโลยี-บิ๊กดาต้า รับมือวิกฤตน้ำเหนือ เล็งปรับโครงสร้างชุมชน
Politics ยศชนัน งัดเทคโนโลยี-บิ๊กดาต้า รับมือวิกฤตน้ำเหนือ เล็งปรับโครงสร้างชุมชน
เดิมพันใหม่ธุรกิจประกันไทยนายกสมาคมเปิดใจรับมือ ‘ภัยพิบัติ’
Finance เดิมพันใหม่ธุรกิจประกันไทยนายกสมาคมเปิดใจรับมือ ‘ภัยพิบัติ’
ปิดฉากนิมิบุตร-ศุภชลาศัย คืนที่ดินจุฬาปั้น ‘คลองหก’
Real Estate ปิดฉากนิมิบุตร-ศุภชลาศัย คืนที่ดินจุฬาปั้น ‘คลองหก’
ถอดสูตร 4 ซีอีโอแบรนด์ดังใน HOW Club: เปิดกลยุทธ์ปั้นธุรกิจร้อยล้าน-พันล้าน
Biz Movement ถอดสูตร 4 ซีอีโอแบรนด์ดังใน HOW Club: เปิดกลยุทธ์ปั้นธุรกิจร้อยล้าน-พันล้าน
จับเทรนด์ ‘หุ้น-ทอง-ตราสารหนี้’ ลงทุนโค้งท้ายปี-ฝ่ามรสุมบอนด์ยีลด์พุ่ง
Finance จับเทรนด์ ‘หุ้น-ทอง-ตราสารหนี้’ ลงทุนโค้งท้ายปี-ฝ่ามรสุมบอนด์ยีลด์พุ่ง
เปิดอำนาจ วอร์รูมแก้น้ำท่วม วัดฝีมือ 2 ผู้นำ อนุทิน – ชัชชาติ  
Politics เปิดอำนาจ วอร์รูมแก้น้ำท่วม วัดฝีมือ 2 ผู้นำ อนุทิน – ชัชชาติ  
อุตุฯ เตือน ‘ฝนฟ้าคะนอง-ลมกระโชกแรง’ ถล่มไทยตอนบน ชี้เตือนรอบใหม่ 4-7 ต.ค. เสี่ยงฝนหนักระลอกสอง
News อุตุฯ เตือน ‘ฝนฟ้าคะนอง-ลมกระโชกแรง’ ถล่มไทยตอนบน ชี้เตือนรอบใหม่ 4-7 ต.ค. เสี่ยงฝนหนักระลอกสอง
ดูทั้งหมด

กาแฟ “โรบัสต้า-อราบิก้า” รุ่งหนุนปลูกเพิ่ม

20 ส.ค. 2561 | 19:45น.

เกษตรชี้ทิศทางกาแฟปีนี้สดใส ความต้องการตลาดพุ่ง ไทยปลูกเพิ่มเป็น 2 เท่า

นายนัด ดวงใส อนุกรรมการพืชกาแฟ กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และที่ปรึกษาชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ทิศทางกาแฟไทยปี 2561 เติบโตดี ปริมาณผลผลิตเพิ่มขึ้น 50-60% จากปี 2560 ที่มีผลผลิต 15,000 ตัน เพิ่มขึ้นเป็น 20,000 กว่าตัน โดยเฉพาะพันธุ์โรบัสต้า ซึ่งปลูกมากใน จ.ชุมพร และระนอง ขณะที่กาแฟพันธุ์อราบิก้า ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมามีการขยายตัวเติบโตขึ้นกว่า 2 เท่าตัว โดยขยายพื้นที่ปลูกมากที่ภาคเหนือ เช่น เชียงใหม่ และเชียงราย

ขณะที่ภาพรวมการบริโภคกาแฟของไทยอยู่ที่ 85,000 ตัน/ปี มูลค่ากว่า 5,950 ล้านบาท แต่ไทยสามารถผลิตได้ปีละ 30,000 ตัน มูลค่า 2,000 ล้านบาท ทำให้ต้องนำเข้าประมาณ 55,000 ตัน มูลค่า 3,800 ล้านบาท ทั้งนี้ แม้มีการนำเข้ามาก แต่ราคาอยู่ในเกณฑ์ดี 68-70 บาท/กก. เนื่องจากมีคณะอนุกรรมการพืชกาแฟ ประกอบด้วยกรรมการ 15 คน มีอธิบดีกรมวิชาการเกษตรเป็นประธาน มีหน้าที่กำหนดนโยบายเสนอต่อคณะกรรมการพืชสวนชุดใหญ่ ที่มีรองปลัดกระทรวงเกษตรฯเป็นประธานพิจารณานำเข้าในแต่ละฤดูกาล

ช่วง 2 ปีที่ผ่านมา คณะอนุกรรมการพืชกาแฟได้เสนอนโยบายกำหนดให้มีการนำเข้ากาแฟได้ตั้งแต่เดือน พ.ค.-พ.ย.แทนการนำเข้าในเดือน เม.ย.เพื่อไม่ให้กระทบผู้ปลูกกาแฟ และให้ผลผลิตภายในประเทศเก็บเกี่ยวและจำหน่ายแล้วเสร็จ โดยมีการสอบถามไปยังจังหวัดที่ปลูก หากยังบริหารจัดการไม่หมดจะระงับการนำเข้า

สำหรับทิศทางการปลูกกาแฟเพื่อรองรับการนำเข้ายังสามารถปลูกได้อีกมาก โดยเฉพาะการปลูกรูปแบบสวนพืชร่วม ที่ส่วนใหญ่ภาคใต้มักใช้วิธีการนี้ ได้ผลผลิตเฉลี่ย 120 กก./ไร่ ขณะที่การปลูกเชิงเดี่ยวได้ผลผลิตเฉลี่ย 300 กก./ไร่ แต่ปัจจุบันมีการดำเนินการค่อนข้างน้อย ล่าสุดคณะอนุกรรมการพืชกาแฟได้หารือกับชาวสวนยางพารา จ.พัทลุง และสุราษฎร์ธานี หากมีการโค่นยาง 4-5 ไร่ แล้วหันมาปลูกกาแฟ จะสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตสารกาแฟได้กว่า 300 กก./ไร่ สร้างรายได้กว่า 22,000 บาท/ไร่ ขณะที่ยางพาราสามารถกรีดได้ไม่ถึง 200 วัน/ปี

“มั่นใจว่ากาแฟยังเป็นพืชน่าปลูก และกาแฟขาดตลาดทุกปี ทางภาคใต้ยังมีโอกาสดี และเหมาะสมมากที่สุด ถ้ามีการโค่นยางพาราก็ปลูกกาแฟเสริมเข้าไป แต่ยางพาราก็ไม่ทิ้ง และเรื่องการตลาดกาแฟไม่ต้องหวั่นวิตก สหกรณ์กาแฟ จำกัด และกลุ่มกาแฟต่าง ๆ โดยเฉพาะ จ.ชุมพร จะรับซื้อทั้งหมด” นายนัดกล่าว

นายนัดกล่าวอีกว่า เร็ว ๆ นี้จะมีการประชุมการพัฒนาอุตสาหกรรมกาแฟอาเซียน ครั้งที่ 1 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 22-25 พฤศจิกายน 2561 ที่ศูนย์ประชุมแสดงสินค้าเฉลิมพระเกียรติฯ จ.เชียงใหม่ โดยภายในงานจะมีผู้ประกอบการ เกษตรกรผู้ปลูกกาแฟในอาเซียน มาเข้าร่วม โดยปัจจุบันเวียดนาม นับเป็นประเทศที่ปลูกกาแฟมากที่สุดในอาเซียน และเป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากบราซิล ขณะเดียวกันนักลงทุนไทยได้เข้าลงทุนในอินโดนีเซียและ สปป.ลาว จำนวนมาก บางรายได้รับสัมปทานเช่าพื้นที่และลงทุนปลูกกาแฟใน สปป.ลาว กว่า 17,000 ไร่ เนื่องจากมีความอุดมสมบูรณ์ ประกอบกับมีโรงงานอุตสาหกรรมแปรรูปเป็นอันดับ 1 ในเอเชีย

นายสมคิด รัตนวงศ์ เกษตรจังหวัดพัทลุง เปิดเผยว่า ร่วมกับการยางแห่งประเทศไทย จังหวัดพัทลุง (กยท.) ได้เร่งขับเคลื่อนโครงการพัฒนาอาชีพชาวสวนยางพารารายย่อยเพื่อความยั่งยืนขึ้น โดยกยท.ได้ขยายการรับสมัครและอนุมัติให้เกษตรกรของ จ.พัทลุง เข้าร่วมโครงการเพิ่มเติม จำนวน 552 ราย โดยได้จัดอบรมเกษตรกร หลังจากนั้นสำนักงานเกษตรอำเภอจะแจ้งรายชื่อผู้ผ่านการอบรมให้ กยท. เพื่อขอรับเงินชดเชยเพิ่มไร่ละ 6,000 บาท หากผ่านการอบรมครบ 2 ครั้ง เกษตรกรจะได้รับเงินชดเชยไร่ละ 10,000 บาท ขณะนี้เกษตรกรเริ่มมีการโค่นยางพารา และหันไปปลูกพืชชนิดอื่นแล้ว เช่น กาแฟ ทุเรียน ปาล์ม และผักพื้นบ้าน

ด้านแหล่งข่าวจากวงการเกษตรจังหวัดพัทลุง กล่าวว่า ขณะนี้จังหวัดพัทลุงเริ่มมีการปลูกกาแฟเพิ่มขึ้นตามลำดับประมาณ 1,000 ไร่ เป็นการปลูกพืชร่วม ระหว่างต้นยางพารา สวนผลไม้ และสวนป่า ส่วนใหญ่เป็นพันธุ์โรบัสต้า และมีการทดลองปลูกพันธุ์อราบิก้า ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่ปลูกทางภาคเหนือ คาดว่าอีก 2 เดือนข้างหน้า จะเริ่มเก็บเกี่ยวได้แล้ว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กาแฟ ชุมพร พัทลุง ระนอง