เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“ศุภจี” เช็กสต๊อก CP All ยันสินค้าพอ ตั้ง War Room เร่งกระจายทั่วพื้นที่น้ำท่วม คุมเข้มราคาสินค้าจำเป็น
Economic “ศุภจี” เช็กสต๊อก CP All ยันสินค้าพอ ตั้ง War Room เร่งกระจายทั่วพื้นที่น้ำท่วม คุมเข้มราคาสินค้าจำเป็น
กทม.เปิดเยียวยาน้ำท่วม 2 ระบบ ยื่นออนไลน์แอพพ์ “ทางรัฐ–กทม.”
News กทม.เปิดเยียวยาน้ำท่วม 2 ระบบ ยื่นออนไลน์แอพพ์ “ทางรัฐ–กทม.”
เกษตรฯ เตรียมรับฝนหนัก 4-7 และ 9-12 ต.ค. แบ่ง 4 พื้นที่เสี่ยง ระดมเรือ-เครื่องสูบน้ำสแตนด์บาย 24 ชม.
Economic เกษตรฯ เตรียมรับฝนหนัก 4-7 และ 9-12 ต.ค. แบ่ง 4 พื้นที่เสี่ยง ระดมเรือ-เครื่องสูบน้ำสแตนด์บาย 24 ชม.
“ศุภจี” ส่งถุงยังชีพ 2,000 ชุดช่วยน้ำท่วมปราจีนบุรี เร่งคุมสินค้า–ราคา เตรียม “ธงฟ้า” ฟื้นฟูหลังน้ำลด
Economic “ศุภจี” ส่งถุงยังชีพ 2,000 ชุดช่วยน้ำท่วมปราจีนบุรี เร่งคุมสินค้า–ราคา เตรียม “ธงฟ้า” ฟื้นฟูหลังน้ำลด
กทม.เร่งสูบน้ำ “ฝั่งตะวันออก” โยกเครื่องช่วย“ลาดกระบัง” พร่องแก้มลิงรับฝนระลอกใหม่
News กทม.เร่งสูบน้ำ “ฝั่งตะวันออก” โยกเครื่องช่วย“ลาดกระบัง” พร่องแก้มลิงรับฝนระลอกใหม่
มิตซูบิชิ ปาเจโร เนียน นุ่ม แรง หรู
Automotive มิตซูบิชิ ปาเจโร เนียน นุ่ม แรง หรู
“แมคโดนัลด์” เปิดธุรกิจโฆษณา ต่อยอด 1.4 หมื่นสาขาสู่ช่องทางสื่อ
Business “แมคโดนัลด์” เปิดธุรกิจโฆษณา ต่อยอด 1.4 หมื่นสาขาสู่ช่องทางสื่อ
ยศชนัน งัดเทคโนโลยี-บิ๊กดาต้า รับมือวิกฤตน้ำเหนือ เล็งปรับโครงสร้างชุมชน
Politics ยศชนัน งัดเทคโนโลยี-บิ๊กดาต้า รับมือวิกฤตน้ำเหนือ เล็งปรับโครงสร้างชุมชน
เดิมพันใหม่ธุรกิจประกันไทยนายกสมาคมเปิดใจรับมือ ‘ภัยพิบัติ’
Finance เดิมพันใหม่ธุรกิจประกันไทยนายกสมาคมเปิดใจรับมือ ‘ภัยพิบัติ’
ปิดฉากนิมิบุตร-ศุภชลาศัย คืนที่ดินจุฬาปั้น ‘คลองหก’
Real Estate ปิดฉากนิมิบุตร-ศุภชลาศัย คืนที่ดินจุฬาปั้น ‘คลองหก’
ดูทั้งหมด

ธสน.ชู 2 ผลิตภัณฑ์ หนุนเอสเอ็มอีส่งออก

23 ส.ค. 2561 | 16:52น.

ธสน.ชู 2 ผลิตภัณฑ์ ทั้งสินเชื่อเอ็กซิมเพื่อธุรกิจขนาดกลางและสินเชื่อรับซื้อตั๋วเพื่อธุรกิจขนาดกลาง หวังเสริมสภาพคล่องและป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน พร้อมช่วยให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไซส์ M สามารถแข่งขันในระดับสากลได้ ตั้งเป้าอนุมัติวงเงินรวม 3,000 ล้านบาท โดยสิ้นสุดให้บริการ ก.ค. 62

นายพิศิษฐ์ เสรีวิวัฒนา กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (ธสน.) เปิดเผยว่า ได้พัฒนาบริการใหม่เพื่อเต็มเติมความต้องการของผู้ส่งออกขนาดกลางที่มียอดขายตั้งแต่ 50-500 ล้านบาท ทั้งในด้านเงินทุนเพื่อสนับสนุนการขยายกิจการส่งออก-นำเข้าและยกระดับกระบวนการผลิต ด้านเครื่องมือทางการเงินเพื่อบริหารความเสี่ยงทางการค้าระหว่างประเทศ ประกอบด้วย 1. สินเชื่อเอ็กซิมเพื่อธุรกิจขนาดกลาง (EXIM for M Credit) เป็นสินเชื่อหมุนเวียนก่อนและหลังการส่งออก วงเงินสูงสุด 50 ล้านบาทต่อราย อัตราดอกเบี้ยปีแรก ขั้นต่ำอยู่ที่ Prime Rate -2.00% ต่อปี (หรือ 4.25% ต่อปี) ปีที่ 2 ขั้นต่ำ Prime Rate -1.50% ต่อปี (หรือ 4.75% ต่อปี) ปีที่ 3 เป็นต้นไป เป็นไปตามมาตรฐานธนาคาร พร้อมวงเงินสัญญาซื้อขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้า (Forward Contract) สูงสุด 3 เท่าของวงเงินสินเชื่อ ใช้หลักประกันขั้นต่ำ 35% และบุคคลค้ำประกัน

2.สินเชื่อรับซื้อตั๋วเพื่อธุรกิจขนาดกลาง (EXIM Nego for M Credit) เป็นสินเชื่อหมุนเวียนหลังการส่งออก เพื่อเสริมสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการขนาดกลาง วงเงินสูงสุด 10 ล้านบาทต่อราย อัตราดอกเบี้ยปีแรก ขั้นต่ำอยู่ที่ Prime Rate -2.00% ต่อปี (หรือ 4.25% ต่อปี) ปีที่ 2 ขั้นต่ำ Prime Rate -1.50% ต่อปี (หรือ 4.75% ต่อปี) ปีที่ 3 เป็นต้นไป เป็นไปตามมาตรฐานธนาคาร พร้อมวงเงินสัญญาซื้อขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้า (Forward Contract) สูงสุด 3 เท่าของวงเงินสินเชื่อ ใช้หนังสือค้ำประกันของ บสย. และบุคคลค้ำประกัน หรือหลักประกันขั้นต่ำ 30% และบุคคลค้ำประกัน ทั้งสองบริการนี้มีระยะเวลาอนุมัติตั้งแต่วันนี้ถึงสิ้นเดือนกรกฎาคม 2562 มีเป้าหมายอนุมัติวงเงินรวม 3,000 ล้านบาท

สำหรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ทั้ง 2 บริการ เนื่องจากกลุ่มผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ถือเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศให้สามารถแข่งขันในระดับสากล รวมทั้งภาคการส่งออก โดยเฉพาะผู้ประกอบการขนาดกลาง (กลุ่ม M) ของไทยที่ยังมีสัดส่วนน้อย เมื่อเทียบกับประเทศพัฒนาแล้ว โดยมีจำนวนไม่ถึง 1% ของผู้ประกอบการทั้งประเทศ ขณะที่ผู้ส่งออกขนาดกลางคิดเป็น 10% ของผู้ส่งออกทั้งประเทศที่มีอยู่ ราว 28,000 ราย นอกจากนี้ผู้ประกอบการกลุ่ม M สามารถสร้างประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจได้ในสัดส่วนสูง ซึ่งจะทำให้เกิดผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ได้ถึง 1.79 ล้านล้านบาท คิดเป็น 12.5% ของจีดีพีรวม ก่อให้เกิดการจ้างงาน 1.09 ล้านราย คิดเป็น 7.4% ของการจ้างงานรวม และมีสัดส่วนของมูลค่าส่งออกรวม 7.1 แสนล้านบาท คิดเป็น 9.4%

อย่างไรก็ตามการพัฒนาบริการเพื่อสนับสนุนผู้ส่งออกรายย่อย (กลุ่ม S) แล้ว ธสน. จึงมุ่งเน้นการสร้างกลุ่มผู้ประกอบการทุกขนาดธุรกิจให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง ตั้งแต่การสร้างกลุ่มผู้เริ่มต้นส่งออกให้มุ่งเน้นการใช้นวัตกรรมสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าและบริการเพื่อการเติบโตอย่างก้าวกระโดด การสร้างกลุ่มธุรกิจขนาดเล็กให้มีศักยภาพสูง เติบโตได้อย่างต่อเนื่อง และการสร้างกลุ่มผู้ประกอบการขนาดกลางที่เข้มแข็งและพร้อมจะขยายกิจการ ไปจนถึงการสนับสนุนผู้ประกอบการขนาดใหญ่ที่สามารถนำผู้ประกอบการไทยเข้าสู่เวทีการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศได้อย่างประสบความสำเร็จในระยะยาว ท่ามกลางปัจจัยท้าทายและโอกาสมากมายในโลกธุรกิจยุคใหม่