เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (7 ส.ค. 69) พุ่งขึ้น 550 บาท ทองรูปพรรณ 68,100 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (7 ส.ค. 69) พุ่งขึ้น 550 บาท ทองรูปพรรณ 68,100 บาท
ดัน “กองทุนเยียวยาภัยออนไลน์” สภาผู้บริโภค บี้แพลตฟอร์ม-แบงก์ รับผิดชอบร่วมเหตุมิจฉาชีพ
News ดัน “กองทุนเยียวยาภัยออนไลน์” สภาผู้บริโภค บี้แพลตฟอร์ม-แบงก์ รับผิดชอบร่วมเหตุมิจฉาชีพ
59 ปีอาเซียน ‘ปานปรีย์’ เปิดแนวทางสร้างภูมิภาคยืดหยุ่น-แข่งขันได้-ยั่งยืน
SD 59 ปีอาเซียน ‘ปานปรีย์’ เปิดแนวทางสร้างภูมิภาคยืดหยุ่น-แข่งขันได้-ยั่งยืน
ธอส. ลดดอกเบี้ยเหลือ 0.01% ช่วยลูกค้า เสียชีวิต-ทุพพลภาพ จากเหตุกราดยิงโรงเรียนดังนนทบุรี
Finance ธอส. ลดดอกเบี้ยเหลือ 0.01% ช่วยลูกค้า เสียชีวิต-ทุพพลภาพ จากเหตุกราดยิงโรงเรียนดังนนทบุรี
ไข่ไก่ขึ้นฟองละ 4 บาท พาณิชย์เปิดขายถูกกว่าตลาด 10% ทั่วประเทศ 3.42 ล้านฟอง
Economic ไข่ไก่ขึ้นฟองละ 4 บาท พาณิชย์เปิดขายถูกกว่าตลาด 10% ทั่วประเทศ 3.42 ล้านฟอง
ถอดบทเรียน ‘ยิ้มสู้หนี้’ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภคลุยขยายผลต่อ ทั้งจำนวนลูกหนี้และพื้นที่แบบเชิงรุก
Finance ถอดบทเรียน ‘ยิ้มสู้หนี้’ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภคลุยขยายผลต่อ ทั้งจำนวนลูกหนี้และพื้นที่แบบเชิงรุก
สินทรัพย์จับต้องได้ 4 บิ๊กเทคสหรัฐ รวมแตะ 1.46 ล้านล. ทัดเทียมยักษ์น้ำมัน
World สินทรัพย์จับต้องได้ 4 บิ๊กเทคสหรัฐ รวมแตะ 1.46 ล้านล. ทัดเทียมยักษ์น้ำมัน
รัฐบาลเคาะ 4 เกณฑ์เยียวยาเหตุยิงในโรงเรียน เสียชีวิตรายละ 1 ล้าน สั่งเร่งจ่ายเร็ว
Politics รัฐบาลเคาะ 4 เกณฑ์เยียวยาเหตุยิงในโรงเรียน เสียชีวิตรายละ 1 ล้าน สั่งเร่งจ่ายเร็ว
การเคหะฯ บุก EEC เปิดโครงการเช่าย่านแหลมฉบัง เริ่มต้นเดือนละ 2,000 บาท
Real Estate การเคหะฯ บุก EEC เปิดโครงการเช่าย่านแหลมฉบัง เริ่มต้นเดือนละ 2,000 บาท
ก.ล.ต. ผนึก ธปท. ยกระดับกำกับ Stablecoin ดีเดย์ ส.ค.นี้ประกาศเกณฑ์ Travel Rule
Finance ก.ล.ต. ผนึก ธปท. ยกระดับกำกับ Stablecoin ดีเดย์ ส.ค.นี้ประกาศเกณฑ์ Travel Rule
ดูทั้งหมด

“มจธ.” ปักธงโมดูลทั้งระบบ ปูพรมเจาะตลาดวัยทำงาน

11 ก.ย. 2561 | 08:42น.

1-2 ปีที่ผ่านมา หลายมหาวิทยาลัยปรับตัวอย่างหนัก เพื่อพาตัวเองกระโดดจากวิกฤตสถาบันอุดมศึกษาที่จำนวนเด็กลดลงทุกปี ดังนั้น ภาพการปรับโมเดลธุรกิจในรูปแบบต่าง ๆ

จึงมีมาให้เห็นเป็นระยะ ๆ ไม่ว่าจะเป็นในแง่ของโครงสร้างการบริหารงาน หลักสูตร หรือรูปแบบการเรียนการสอน

ล่าสุด มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ได้พลิกมิติการศึกษา ด้วยการนำการเรียนแบบโมดูล(module) มาใช้กับนักศึกษาระดับปริญญาตรี จากเดิมที่เป็นที่รับรู้กันทั่วไปว่า การเรียนแบบโมดูลนั้นนิยมใช้กับหลักสูตรระดับปริญญาโทเท่านั้น

การเรียนแบบโมดูลเป็นเทรนด์ที่ มจธ.มองมานานแล้ว เพียงแต่รอจังหวะและโอกาสที่เหมาะสม เมื่อบวกกับการเห็นดีมานด์จากภาคเอกชนที่ต้องการเพิ่มทักษะให้กับพนักงาน โดยไม่ยึดติดกับการได้ดีกรี จึงทำให้ มจธ.เดินหน้าเรื่องนี้อย่างจริงจัง

“เรากำลังมองว่าเทรนด์การเรียนเปลี่ยนไปแล้ว คนไม่จำเป็นต้องเข้ามาเรียนแบบแพ็กเกจใหญ่ หรือครบทุกวิชา เพื่อให้ได้ปริญญา เพราะที่จริงแล้ว เขาอาจอยากรู้เพียงไม่กี่เรื่อง เพื่อเอาไปต่อยอดในการทำงาน”

“รศ.ดร.บัณฑิต ทิพากร” รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนาการศึกษา มจธ. มองถึงการเรียนแบบใหม่พร้อมให้ข้อมูลว่า การเรียนแบบโมดูล คือ การแตกหลักสูตรออกมาเป็นชุดการเรียนรู้ย่อย ๆ แต่ละชุดมีการกำหนด outcome ของผู้เรียนชัดเจนว่า เมื่อเรียนจบแล้วต้องมีความสามารถในด้านใดบ้าง

แผนการดำเนินงานของ มจธ.ต่อเรื่องนี้  แบ่งเป็น 2 ด้านหลัก ทางหนึ่งเป็นการรับฟังความต้องการของบริษัทว่าต้องการคนที่มีคุณสมบัติอย่างไร และอีกด้านจะยกเครื่องหลักสูตร โดยให้กลุ่มวิชาพื้นฐานแยกคอร์สการสอนออกมาเป็นโมดูล แล้วในการออกแบบหลักสูตรจะให้นำแต่ละโมดูลมาผสมผสานกัน ไม่ได้อิงการเรียนเป็นวิชาเหมือนเมื่อก่อน

“วางไว้ว่าอีก 6 เดือนข้างหน้า เราจะต้องมีคอร์สที่ขายให้เอกชนได้ และใน 1 ปีจะต้องทำให้เกิดการจัดการเรียนการสอนที่เรียกว่า micro-credentials โดย credentials คือ ปริญญาบัตรต่าง ๆ ที่ มจธ.มีอยู่ ก็ให้แตกออกมาว่า การได้ปริญญาบัตรนี้ ผู้เรียนต้องมีความสามารถอย่างไรบ้าง แล้วเราก็มีหลักสูตรให้เขาเลือกเรียนตามความสนใจ ต่อจากนี้ไป นักศึกษาไม่ได้เรียนแบบสังกัดสาขาแบบเดิม”

“แต่ละโมดูลถือว่าเป็น micro-credentials ของ credentials ใหญ่ หากต้องการเรียนเพื่อเพิ่มองค์ความรู้ ก็ค่อย ๆ เก็บแต่ละโมดูล แต่ถ้าต้องการได้ประกาศนียบัตร หรือปริญญาบัตร จะมีคณะกรรมการพิจารณาว่าโมดูลที่เก็บมานั้นครบถ้วนตามเกณฑ์ที่วางไว้หรือไม่ หากยังขาดสมรรถนะตามเป้าหมายก็ต้องไปเรียนเพิ่มเติม”

“รศ.ดร.บัณฑิต” กล่าวว่า credentials ของผู้เรียนนั้นไม่มีกำหนดระยะเวลา ขึ้นอยู่กับความสามารถของผู้เรียนว่าจะเก็บการเรียนแบบโมดูลได้เร็วแค่ไหน โดย มจธ.จะนำร่องกับสาขาดิจิทัลก่อนในปีหน้า เพราะเห็นดีมานด์จำนวนมากของตลาดต่อคนที่มีทักษะด้านนี้

“อนาคต มจธ.อาจไม่มีสาขาวิชา หรือคณะเลย มีเพียงปริญญาบัตรที่วางไว้ให้เป็นกรอบ หน้าที่ของเราคือทำชุดการเรียนรู้ย่อย ๆ ให้อัพเดตตลอดเวลา พร้อมให้คนสามารถเข้ามาเรียนได้เลย โดยจะมาเรียนที่มหาวิทยาลัยก็ได้ หรือเรียนผ่าน MOOC (Massive Open Online Course)พร้อมกับการพูดคุยปรึกษากับอาจารย์”

อย่างไรก็ดี ความท้าทายของมหาวิทยาลัย คือ การสอนและการวัด credentials ซึ่งจะมี Professional Standard Framework ด้านการสอนและการเรียนรู้ในการพัฒนาอาจารย์ โดยประเมินว่าอาจารย์มีสมรรถนะการสอนระดับไหน ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น, ระยะที่ มจธ.ต้องการ, ระยะสูง และระยะสูงสุด ซึ่งแต่ละขั้นจะระบุชัดเจนถึงทักษะของอาจารย์

ดังนั้น อาจารย์ มจธ.ไม่เพียงต้องมีตำแหน่งทางวิชาการ แต่ต้องมีสมรรถนะการสอนถึงระดับที่มหาวิทยาลัยยอมรับด้วย

“โมเดลหลักสูตรของ มจธ.จะแบ่งเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรก คือ การเรียนแบบเดิม อีกกลุ่มเป็นการเรียนแบบโมดูล ซึ่งคาดว่าสัดส่วนผู้เรียนของกลุ่มแบบโมดูลในช่วงแรกจะอยู่ที่ 10% และค่อย ๆ เติบโตมาอยู่ที่ 50% ในอีก 3 ปีข้างหน้า เพราะดีมานด์ตลาดสูงมาก”

“ด้วยความที่ไทยกำลังเข้าสู่ยุค 4.0 จึงต้องเตรียมคนที่อยู่ใน workforce ขณะเดียวกัน จำนวนเด็กเกิดใหม่ลดลงก็เป็นปัจจัยหนุนเช่นกัน ซึ่งกลุ่มเป้าหมายหลักของผู้เรียนหลักสูตรแบบโมดูล คือ วัยทำงาน รวมถึงกลุ่มคนที่เรียนจบด้านสังคมศาสตร์ และต้องการเสริมองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี”

“รศ.ดร.บัณฑิต” บอกว่า มจธ.กำลังสร้างหลักสูตรที่สอดคล้องกับงานในอนาคต และการทำเป็นโมดูลจะทำให้การปรับหลักสูตรคล่องตัวมากขึ้น หากองค์ความรู้นั้น ๆ กำลังเปลี่ยนในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า มหาวิทยาลัยก็สามารถเตรียมตัวปรับเปลี่ยนคอร์สได้ทันที

“เราไม่ได้เปลี่ยนแกนหลักของหลักสูตรแต่เปลี่ยนเนื้อหาที่อยู่ในนั้นให้ทันกับสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลงไป โดยนำ OBE (Outcome Based Education) มาเป็น framework เพื่อเช็กว่าสิ่งที่เราทำนั้นทันสมัย และได้คุณภาพหรือไม่ ถ้ามองเห็นว่าไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ก็แก้เนื้อหาของโมดูลนั้น ๆ ได้เลย”

“หาก มจธ.ทำการสอนแบบโมดูลได้สำเร็จ ถือว่าเป็นการพลิกภาพ มจธ. และจะเป็นภาพใหม่ของอุดมศึกษาว่าจะอยู่ได้อย่างไรท่ามกลางวิกฤตของอุดมศึกษาที่ต้องทรานส์ฟอร์มตัวเองให้ฟิตกับโลกดิจิทัล”

“มจธ.จะเป็นคีย์หลักสำคัญในการสร้างกำลังคนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ทันสมัย ทันต่อความต้องการในการพัฒนาประเทศ และพัฒนาโลก ดังนั้น เราต้องสร้างคนให้ออกไปทำงานในโลกอนาคตได้ และสร้างองค์ความรู้ที่สามารถพร้อมใช้งานได้ทันที”

โดยกระบวนการเหล่านี้จะเป็นกลไกสำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจของประเทศไทยเดินหน้าเติบโตอย่างต่อเนื่องด้วยเช่นกัน