เงินบาทอ่อนค่า หลังตัวเลขสหรัฐออกมาแข็งแกร่ง
ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวภาคปริวรรตเงินตราประจำวันพฤหัสบดีที่ 4 ตุลาคม 2561 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (4/10) ที่ระดับ 32.58/80 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าลงจากระดับปิดตลาดในวันพุธ (3/10) ที่ระดับ 32.36/38 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ โดยค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ได้ปรับตัวแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับค่าเงินสกุลหลัก ๆ หลังจากเมื่อคืนที่ผ่านมา (3/10) ออโตเมติก ดาต้า โพรเซสซิ่ง อิงค์ (ADP) และมูดี้ส์ อนาลิติกส์ ได้รายงานว่าตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชนของสหรัฐปรับตัวเพิ่มขึ้น 230,000 ตำแหน่ง ในเดือนกันยายน จากระดับ 168,000 ตำแหน่งในเดือนสิงหาคม ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ และยังสูงกว่าระดับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะปรับเพิ่มขึ้น 185,000 ตำแหน่ง อีกทั้งสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) ได้เปิดเผยผลสำรวจซึ่งระบุว่า ดัชนีภาคบริการของสหรัฐปรับตัวเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 61.6 ในเดือนกันยายน ซึ่งเป็นรดับสูงสุดนับตั้งแต่มีการสร้างดัชนีดังกล่าวในปี 2551 จากระดับ 58.5 ในเดือนสิงหาคม และสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ระดับ 58.0
นอกจากนี้นายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้เปิดเผยในการประชุมซึ่งจัดขึ้นโดยแอดแลนติก แมกาซีน เมื่อวานนี้ (3/10) ตามเวลาสหรัฐว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีโอกาสปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วขึ้นกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ หากเศรษฐกิจสหรัฐขยายตัวได้อย่างแข็งแกร่ง อย่างไรก็ตามธนาคารกลางสหรัฐ อาจต้องชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น หากการขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ หรืออัตราเงินเฟ้อของสหรัฐ ในอนาคตมีแนวโน้มที่จะปรับตัวต่ำลง ทั้งนี้ระหวางวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 32.54-32.68 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 32.62/64 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรในวันนี้ (4/10) ค่าเงินยูโรเปิดตลาดที่ระดับ 1.1467/69 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร อ่อนค่าลงจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (3/10) ที่ระดับ 1.1559/60 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ถึงแม้ว่านายจิโอวานนี ทริอา รัฐมนตรีกระทรวงการคลังอิตาลี ได้แถลงข่าวออกอากาศทางโทรทัศน์ว่ารัฐบาลอิตาลีจะปรับลดเป้าหมายการขาดดุลงบประมาณในปี 2562 จากเดิมซึ่งกำหนดไว้ที่ระดับร้อยละ 2.4 ของตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ลดลงเป็นระดับใหม่ที่ร้อยละ 2.1 จากตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1462-1.1499 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1488/90 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนในวันนี้ (4/10) เปิดตลาดที่ระดับ 114.37/39 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าลงจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (3/10) ที่ระดับ 113.84/86 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากการปรับตัวแข็งค่าขึ้นของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นผลมาจากการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของสหรัฐ และจากการแสดงความคิดเห็นของนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งมีมุมมองเชิงบวกต่อการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐ ทั้งนี้ค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 114.20-114.54 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 112.30/32 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ
ดัชนีสำคัญทางเศรษฐกิจในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีค่าจ้างรายชั่วโมงของสหรัฐ (5/10) ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตรของสหรัฐ ประจำเดอนกันยายน (5/10) อัตราการว่างงานของสหรัฐ ประจำเดือนกันยายน (5/10) ยอดค้าปลีกของออสเตรเลียประจำเดือนสิงหาคม (5/10) และดุลการค้าของสหรัฐประจำเดือนสิงหาคม (5/10)
สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -2.9/-2.7 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยง ภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -3.25/-2.53 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ