เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
กบน. เคาะลดราคาน้ำมันกลุ่มเบนซิน 70 สต. ยกเว้น E85 มีผล 5 พ.ย. 69
Economic กบน. เคาะลดราคาน้ำมันกลุ่มเบนซิน 70 สต. ยกเว้น E85 มีผล 5 พ.ย. 69
อัพเดต ผลคะแนนเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ 2026
World อัพเดต ผลคะแนนเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ 2026
“พิพัฒน์” แจ้งข่าวดี 25 ธ.ค. M6 วิ่งฟรีตลอดสาย เร่งเปิดด่วนพระราม 3 บางช่วง แก้คอขวด M82
News “พิพัฒน์” แจ้งข่าวดี 25 ธ.ค. M6 วิ่งฟรีตลอดสาย เร่งเปิดด่วนพระราม 3 บางช่วง แก้คอขวด M82
ลุ้นชี้ชะตาหุ้นกู้ GRAND พรุ่งนี้ โหวตยกเว้นผิดนัดจ่ายดอกเบี้ย-ปลดล็อกเงื่อนไขการเงิน
Finance ลุ้นชี้ชะตาหุ้นกู้ GRAND พรุ่งนี้ โหวตยกเว้นผิดนัดจ่ายดอกเบี้ย-ปลดล็อกเงื่อนไขการเงิน
ในหลวง-พระราชินี เสด็จฯ ถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดบวรนิเวศวิหาร
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง-พระราชินี เสด็จฯ ถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดบวรนิเวศวิหาร
‘ทรัมป์’ ยังไม่โจมตีอิหร่าน หลังพ่ายเลือกตั้งกลางเทอม
World ‘ทรัมป์’ ยังไม่โจมตีอิหร่าน หลังพ่ายเลือกตั้งกลางเทอม
ตลท.ยกเครื่องหุ้นเทคไทย แบ่งใหม่ 4 หมวดธุรกิจ รองรับ AI-แพลตฟอร์มดิจิทัล
Finance ตลท.ยกเครื่องหุ้นเทคไทย แบ่งใหม่ 4 หมวดธุรกิจ รองรับ AI-แพลตฟอร์มดิจิทัล
ควบคุมค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม ‘ยารักษาโรค’ หรือเพียงบรรเทาอาการ ?
Biz Movement ควบคุมค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม ‘ยารักษาโรค’ หรือเพียงบรรเทาอาการ ?
Easy Money โต 20% “อาชีพอิสระ” แห่จำนำทรัพย์พุ่ง
Finance Easy Money โต 20% “อาชีพอิสระ” แห่จำนำทรัพย์พุ่ง
เช้าใจหาย บ่ายใจฟู! หุ้นไทยเหวี่ยงก่อนปิดบวก 11 จุด โบรกฯ ชู 4 หุ้นรับบอนด์ยีลด์ขาลง
Finance เช้าใจหาย บ่ายใจฟู! หุ้นไทยเหวี่ยงก่อนปิดบวก 11 จุด โบรกฯ ชู 4 หุ้นรับบอนด์ยีลด์ขาลง
ดูทั้งหมด

กรุงไทยเผยบาทผันผวนสูง เปิดแข็งค่า32.70บาทต่อดอลล์

12 ต.ค. 2561 | 09:14น.
กรุงไทย

นายจิติพล พฤกษาเมธานันท์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทวันที่ 12 ตุลาคม เปิดแข็งค่าที่ระดับ 32.70 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจาก 32.75บาทต่อดอลลาร์สหรัฐในช่วงปิดสิ้นวันทำการก่อน เป็นการแข็งค่าตามดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนค่าลง ทั้งนี้ ในคืนที่ผ่านมา ตลาดหุ้นทั่วโลกยังคงผันผวนต่อ ดัชนี S&P500 ปรับตัวลงอีก 2.06% ดัชนี Nasdaq ก็ปรับตัวลง 2.13% เช่นเดียวกับดัชนี Stoxx50 ของยุโรปที่ปรับตัวลง 1.77% ชี้ว่านักลงทุนยังคงอยู่ในภาวะปิดรับความเสี่ยง (Risk Off)

ขณะที่ฟากเศรษฐกิจ เงินเฟ้อพื้นฐานของสหรัฐ (Core CPI)ในเดือนล่าสุด ปรับตัวสูงขึ้น 2.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน น้อยกว่าที่ตลาดคาดไว้ ขณะที่ตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงานในสหรัฐ (Initial jobless claim) ก็ปรับตัวเพิ่มขึ้น 7 พันตำแหน่งมาที่ 2.1 แสนตำแหน่ง แย่กว่าที่ตลาดคาดเช่นกัน สะท้อนภาพเศรษฐกิจสหรัฐที่มีความร้อนแรงลดน้อยลง ในช่วงสั้นจึงต้องกลับมารอดูผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในสหรัฐเพื่อหาทิศทางการลงทุนต่อไป

นายจิติพล กล่าวว่า ภาวะดังกล่าวส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตร(บอนด์ยิลด์) สหรัฐอายุ 10 ปีที่ปรับตัวลงมาที่ระดับ 3.15% แม้จะยังอยู่ในระดับสูงแต่ก็แสดงให้เห็นว่า ความกังวลทั้งเรื่องเงินเฟ้อที่เร่งตัว และความตึงเครียดของนโยบายการเงินได้ลดลงแล้ว ฝั่งตลาดเงิน มีความเคลื่อนไหวเรื่องที่กระทรวงการคลังสหรัฐ (US Treasury) ได้แจ้งกับรัฐมนตรีว่าไม่สามารถจัดค่าเงินหยวนเป็นสกุลเงินที่ถูกแทรกแซง (Manipulated currency) ได้ด้วยมาตรฐานปัจจุบัน และให้ความเห็นว่าความพยายามที่จะแปะป้ายเงินหยวนให้เป็นสกุลเงินที่ถูกแทรกแซง อาจส่งผลลบกับทิศทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีนมากขึ้นอีก โดยรายงานดังกล่าวจะถูกเผยแพร่ในช่วงสัปดาห์หน้า

นายจิติพล กล่าวว่า ตลาดการเงินไทยเจอกับแรงขายของนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ โดยดัชนีตลาดหุ้นปรับตัวลง 2.26% และมีแรงขายต่างชาติที่ระดับหมื่นล้านในวันทำการก่อน แต่จุดเด่นของเงินทุนเคลื่อนย้ายในไทยรอบนี้ คือยังคงมีเงินทุนไหลเข้าในฝั่งตราสารหนี้ช่วยไว้ ส่งผลให้เงินบาทไม่ได้อ่อนค่ามาก อย่างไรก็ตาม ค่าเงินบาทค่อนข้างมีความสูง โดยปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาค่าเงินบาทอยู่ที่ระดับ 33.05 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ปัจจุบันค่าเงินบาทแข็งค่าจากช่วงเปิดตลาดมาอยู่ที่ 32.65 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ เปลี่ยนแปลงเร็วถึง 0.50 สตางค์ ทำให้พบว่าขณะนี้มีผู้ประกอบการที่ค้าขายกับต่างประเทศเข้ามาทำประกันรวามเสี่ยงค่าเงิน(เฮดจิ้ง) เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน

“ในระยะสั้นเมื่อบอนด์ยิลด์สหรัฐปรับตัวลง และตลาดหุ้นหาที่พักฐานได้ ก็อาจไม่มีแรงส่งให้เงินบาทอ่อนค่ากลับไปแตะระดับ 33.00 บาทต่อดอลลาร์ อย่างไรก็ดี แนะนำให้จับตาการเคลื่อนไหวของตลาดทุนโลกอยู่ เนื่องจากเป็นปัจจัยหลักที่จะส่งผลให้ความผันผวนอยู่ในระดับสูง คาดกรอบค่าเงินบาทวันนี้ที่ 32.67-32.87บาท” นายจิติพล กล่าว

 

ที่มา มติชนออนไลน์