เกษตรฯ พบใบด่างมันสำปะหลัง ไวรัส SLCMV จ.ปราจีนบุรี ประกาศเป็นเขตควบคุม
เกษตรฯ พบใบด่างมันสำปะหลัง ไวรัส SLCMV จ.ปราจีนบุรี ประกาศเป็นเขตควบคุม เร่งสกัดแพร่ระบาดหวั่นกระทบเศรษฐกิจอุตสาหกรรมมันไม่ต่ำกว่าแสนล้านบาท
นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ได้หารือร่วมกับ 4 สมาคมผู้ประกอบการมันสำปะหลัง ได้แก่ สมาคมการค้ามันสำปะหลังไทย สมาคมโรงงานผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังไทยสมาคมโรงงานผู้ผลิตมันสำปะหลังภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และสมาคมแป้งมันสำปะหลังไทย เพื่อหาแนวทางป้องกันการระบาดโรคใบด่าง ล่าสุด ได้สั่งการด่วนที่สุดให้กรมวิชาการเกษตรและกรมส่งเสริมการเกษตรเร่งรัดส่งเจ้าหน้าที่ร่วมกันลงไปตรวจสอบในพื้นที่ และให้เกษตรและสหกรณ์จังหวัดในฐานะเลขานุการ อ.ก.พ.จังหวัด ประสาน ผอ.สถานีพัฒนาที่ดินทุกจังหวัด ส่งเจ้าหน้าที่ไปร่วมกับเกษตรจังหวัดและเจ้าหน้าที่กรมวิชาการเกษตรในพื้นที่ เพื่อจัดตั้งเป็นชุดปฏิบัติการแก้ไขปัญหาโรคใบด่างให้ครอบคลุมพื้นที่แพร่ระบาดและพื้นที่เขตป้องกันการแพร่ระบาด พร้อมทั้งให้รายงานและประสานผู้ว่าราชการจังหวัด ประกาศพื้นที่แพร่ระบาดที่ต้องมีการทำลายมันสำปะหลัง เป็นเขตภัยพิบัติตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2556 เพื่อจะได้สนับสนุนเงินชดเชยให้แก่เกษตรกรที่ให้ความร่วมมือนั้น ขณะนี้ได้สั่งการให้หน่วยงานในพื้นที่ดำเนินการสำรวจพื้นที่ปลูกมันสำปะหลังทั่วประเทศ โดยแบ่งพื้นที่ปลูกมันสำปะหลังออกเป็น 3 ระดับ คือ พื้นที่เสี่ยงมาก ได้แก่ พื้นที่ติดชายแดนในภาคตะวันออกและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างรวม 6 จังหวัด และแหล่งจำหน่ายพันธุ์ พื้นที่เสี่ยงปานกลาง ได้แก่ พื้นที่ติดชายแดนในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนรวม 11 จังหวัด และ พื้นที่เสี่ยงน้อย ได้แก่ พื้นที่ปลูกมันสำปะหลังทั่วไป จำนวน 31 จังหวัด โดยให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเดือนตุลาคมนี้ ส่วนพื้นที่ทั่วไปให้แล้วเสร็จภายในเดือนพฤศจิกายนนี้
สำหรับโรคใบด่างมันสำปะหลังมีสาเหตุเกิดจากเชื้อไวรัส Sri Lankan cassava mosaic virus(SLCMV) เป็นโรคที่มีความสำคัญทำให้ผลผลิตเสียหายเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ เกษตรกรไม่สามารถเก็บผลผลิตได้ ที่สำคัญสามารถเข้าทำลายมันสำปะหลังได้ทุกระยะการเจริญเติบโต ดังนั้นตั้งแต่ปี 2558-2561 กรมวิชาการเกษตร ได้ดำเนินการเฝ้าระวังโรคใบด่างมันสำปะหลังที่เกิดจากเชื้อดังกล่าว เพื่อป้องกันไม่ให้เข้ามาในประเทศไทย โดยเข้มงวดการนำเข้ามันสำปะหลัง จัดทำมาตรการด้านวิชาการ ด้านกฎหมาย และแผนปฏิบัติการฉุกเฉินในกรณีเกิดการแพร่ระบาดของโรคใบด่างมันสำปะหลังขึ้นในประเทศไทย พร้อมทั้งสร้างการรับรู้โดยประชุมชี้แจงกับผู้เกี่ยวข้อง และดำเนินการสำรวจและเฝ้าระวังโรคใบด่างมันสำปะหลังในพื้นที่ปลูกมันสำปะหลังทั่วประเทศจำนวน 50 จังหวัด รวมพื้นที่ 2,668,000 ไร่อย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงจังหวัดที่อยู่บริเวณชายแดน
ดร.เสริมสุข สลักเพ็ชร์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า พื้นที่ปลูกมันสำปะหลังทั่วประเทศมีจำนวน 8.9 ล้านไร่ โดยในจำนวนนี้มีพื้นที่เสี่ยงต่อการระบาดของโรคใบด่างมันสำปะหลังจำนวนกว่า3.1 ล้านไร่ ซึ่งกรมวิชาการเกษตรได้ร่วมกับกรมส่งเสริมการเกษตรและอาสาสมัครเกษตรดำเนินการสำรวจไปแล้ว 1.87 ล้านไร่ พบต้นที่มีอาการใบด่างคล้ายโรคใบด่างมันสำปะหลังที่เกิดจากเชื้อไวรัส SLCMV จำนวน 22 ต้นในพื้นที่ 906 ไร่ ซึ่งได้ดำเนินการถอนทำลายต้นที่แสดงอาการใบด่างเรียบร้อยแล้ว และเข้าไปติดตามการระบาดทุก 2 สัปดาห์ ยกเว้นในพื้นที่ หมู่ 3 และ หมู่ 6 ตำบลกรอกสมบูรณ์ อำเภอศรีมหาโพธิ จังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งจากการสำรวจพบการระบาดกระจายเป็นบริเวณกว้าง ในพื้นที่ 850 ไร่ จึงจำเป็นต้องออกประกาศกรมวิชาการเกษตรกำหนดเขตควบคุมศัตรูพืช เพื่อห้ามมิให้บุคคลใดนำพืช ศัตรูพืช หรือพาหะออกไปนอกหรือนำเข้ามาในเขตควบคุมศัตรูพืชตามที่ประกาศระบุไว้
“กรณีที่มีศัตรูพืชที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรงปรากฏขึ้นในท้องที่ใด เพื่อป้องกันไม่ให้มีการเคลื่อนย้ายหรือแพร่กระจายไปสู่พื้นที่อื่นซึ่งจะก่อให้เกิดความเสียหายมากขึ้น กรมวิชาการเกษตรจำเป็นต้องประกาศเขตควบคุมศัตรูพืช พ.ศ.2561 ในเขตพื้นที่หมู่ 3 และ หมู่ 6 ตำบลกรอกสมบูรณ์ อำเภอศรีมหาโพธิ จังหวัดปราจีนบุรีเนื่องจากพื้นที่ทั้ง 2 หมู่บ้านดังกล่าวเป็นแหล่งผลิตพันธุ์มันสำปะหลังที่สำคัญแหล่งหนึ่งซึ่งสามารถกระจายพันธุ์ไปปลูกต่อในพื้นที่ได้ถึง 50,000 ไร่ ซึ่งหากมีการขนย้ายออกไปปลูกในแหล่งอื่นอาจส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมมันสำปะหลังที่มีมูลค่านับแสนล้านบาทของประเทศได้” อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าว