“สมคิด” มัดตราสัง “เมกะโปรเจ็กต์” ปูโครงข่ายทั่วประเทศรอเลือกตั้ง
เข้าสู่โค้งสุดท้ายของรัฐบาล คสช. ก่อนจะปรับเข้าสู่โหมดการเลือกตั้งในเดือน ก.พ. 2562
สปีดเมกะโปรเจ็กต์ 1.2 ล้านล้าน
สารพัดโครงการที่ยังค้างท่อ จึงถูกขุนพลเศรษฐกิจ “สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” กระทุ้งให้ตั้งไข่รอรัฐบาลใหม่มาสานต่อ โดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานรองรับพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ที่เป็นไฮไลต์ของรัฐบาล คสช.จึงไม่แปลก “สมคิด” จะเพียรปรับสปีดโครงการลงทุนของกระทรวงคมนาคม มีมูลค่ากว่า 1.2 ล้านล้าน ยังล่าช้าให้เดินหน้า ไม่เพียงเกาะติดโครงการยักษ์ที่นอนแช่ในแผนมานานนับปี
ล่าสุด นั่งหัวโต๊ะ “คจร.-คณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก” เร่งอัดแผนงานโครงการในแผนแม่บททั้งส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าในกรุงเทพฯ และรถไฟฟ้าหัวเมืองใหญ่ รวม 9 โครงการ คิดเป็นมูลค่ากว่า 3.5 แสนล้านบาท
เร่งต่อขยายสีชมพู-เหลือง
“ชัยวัฒน์ ทองคำคูณ” ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ที่ประชุม คจร.มีมติเห็นชอบและรับทราบผลดำเนินการหลายโครงการ ที่ได้รับความเห็นชอบมี 4 โครงการ รวมมูลค่า 34,883 ล้านบาท มีส่วนต่อขยายโมโนเรล 2 เส้นทาง
สายสีชมพู ช่วงศรีรัช-เมืองทองธานี 3 กม. 3,379 ล้านบาท และสายสีเหลือง ช่วงแยกรัชดาฯ-ลาดพร้าว-รัชโยธิน 2.6 กม. 3,779 ล้านบาท
“คจร.ให้บรรจุส่วนต่อขยาย 2 ช่วงในแผนแม่บทรถไฟฟ้าระยะที่ 2 และให้กิจการร่วมค้า BSR ประกอบด้วย บีทีเอส ซิโนไทย และราชบุรีโฮลดิ้งผู้รับสัมปทานเป็นผู้ลงทุน โดยการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย หรือ รฟม. เจรจารายละเอียดตาม พ.ร.บ.ร่วมทุนต่อไป จะเปิดให้บริการพร้อมกับรถไฟฟ้าสายหลักในปี 2564”
ไฟเขียวรถไฟฟ้าภูมิภาค
คจร.ยังเห็นชอบแผนแม่บทรถไฟฟ้าภูมิภาคที่ จ.ขอนแก่น และพิษณุโลก โดย คจร.ให้ จ.ขอนแก่น เป็นผู้พัฒนาโครงการนำร่องสายสีแดง ช่วงสำราญ-ท่าพระ 22.8 กม. 26,963 ล้านบาท
ส่วน จ.พิษณุโลกมอบ รฟม.ออกแบบรายละเอียด มี 3 ระบบที่เหมาะสม คือ รถเมล์ รถเมล์เล็ก และรถรางล้อยาง ระยะที่ 1 เริ่ม 2563-2565 จำนวน 6 เส้นทาง 80.5 กม. 3,206 ล้านบาท และระยะที่ 2 เริ่ม 2572-2574 จำนวน 2 เส้นทาง 30.1 กม. 911 ล้านบาท นำร่องรถแทรมสายสีแดง ช่วงสถานีขนส่งผู้โดยสาร 2-หมู่บ้านพิษณุโลกเมืองใหม่ 12.6 กม. 762 ล้านบาท
เกาะติดรถไฟฟ้าภูเก็ต-เชียงใหม่
อีก 5 โครงการที่ คจร.รับทราบ มูลค่า รวม 322,927 ล้านบาท มีรถไฟฟ้ารางเบา จ.ภูเก็ต ช่วงบ้านท่านุ่น-ห้าแยกฉลอง 58 กม. 39,406 ล้านบาท รฟม.กำลังออกแบบระบบ tram และทำรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (EIA)
ขณะที่รถไฟฟ้า จ.เชียงใหม่ ภายในเดือน ธ.ค.นี้ รฟม.จะจ้างที่ปรึกษาศึกษาการร่วมทุน PPP และรายงาน EIA มี 3 เส้นทาง ได้แก่ 1.สายสีแดง ช่วงโรงพยาบาลนครพิงค์-แยกบิ๊กซีหางดง 12.54 กม. 28,726 ล้านบาท 2.สายสีน้ำเงิน ช่วงสวนสัตว์เชียงใหม่-แยกห้างพรอมเมนาดา 10.47 กม. 30,399 ล้านบาท และ 3.สายสีเขียวแยกรวมโชค-สนามบินเชียงใหม่ 11.92 กม. 36,195 ล้านบาท
ด้าน จ.นครราชสีมา อยู่ในขั้นตอนการขออนุมัติ ครม.ให้ รฟม.เป็นผู้ดำเนินโครงการ มี 3 เส้นทาง ได้แก่ 1.สายสีเขียว 11.17 กม. 8,400 ล้านบาท 2.สายสีส้ม 9.81 กม. 5,200 ล้านบาท และ 3.สายสีม่วง 7.14 กม. 4,800 ล้านบาท ยังมีส่วนต่อขยายอีก 3 เส้นทาง 14,200 ล้านบาท รวมมูลค่า 32,600 ล้านบาท
เร่งสรุปสายสีน้ำตาล-ทางด่วน
ในส่วนของรถไฟฟ้าสายใหม่ใน กทม.ได้รายงานความก้าวหน้าผลศึกษารถไฟฟ้าสายสีน้ำตาล ช่วงแคราย-ลำสาลี 22.1 กม. 112,505 ล้านบาท จะสร้างคู่กับทางด่วนขั้นที่ 3 สายเหนือ ตอน N2 ระยะทาง 17.2 กม. 37,966 ล้านบาท รวมมูลค่า 150,471 ล้านบาท เชื่อมการเดินทางฝั่งตะวันออกและตะวันตกของกรุงเทพฯ โดยทางด่วนพร้อมที่จะก่อสร้างก่อนรถไฟฟ้า ที่ต้องรอออกแบบ
“สนข.กำลังเร่งสรุปพื้นที่สร้างเดโป้รวมถึงเจรจา ม.เกษตรศาสตร์ ใช้พื้นที่บางส่วนวางตอม่อ ซึ่งทางด่วนพร้อมที่จะสร้างก่อนรถไฟฟ้า เพราะนำเสาตอม่อเดิม 281 ต้น มาใช้เป็นฐานรากของโครงการได้ ผลศึกษาจะเสร็จ พ.ย.นี้ และเสนอให้ที่ประชุม คจร.ครั้งต่อไป”
ไฟเขียวทางเลียบเจ้าพระยา
ที่ประชุมยังรับทราบผลศึกษาโครงการทางเลียบแม่น้ำเจ้าพระยา มอบ สนข. กระทรวงมหาดไทย และกรุงเทพมหานคร (กทม.) หารือแนวทางการพัฒนา ตามการศึกษาที่ สนข.จัดทำไว้ครอบคลุมพื้นที่ กทม. ปทุมธานี นนทบุรี และสมุทรปราการ เริ่มช่วงสะพานนนทบุรี 1-สะพานพระราม 5 ก่อน
5 ธ.ค.เปิดหวูดแบริ่ง-ปากน้ำ
พร้อมกับแก้ปัญหาส่วนต่อขยายสายสีเขียว ช่วง “แบริ่ง-สมุทรปราการ” เปิดบริการ 5 ธ.ค.นี้
โดย คจร.รับทราบแผนการรับโอนหนี้สินและทรัพย์สินส่วนต่อขยายทั้ง 2 ช่วงจากแบริ่ง-สมุทรปราการ และหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต 111,175.20 ล้านบาท ระหว่าง กทม. และ รฟม. ซึ่งกลางเดือน พ.ย.นี้จะเสนอร่าง MOU ให้ ครม.อนุมัติ และวันที่ 1 ธ.ค.นี้ “กทม.-รฟม.” จะเซ็น MOU ร่วมกัน ส่วนการรับโอนจะเกิดขึ้นจริงในเดือน มี.ค. 2562