รองผู้ว่าฯนำหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจโรงงานน้ำปลาไทยตราปลาหมึก หลังสหรัฐห้ามนำเข้าน้ำปลาไทย
เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่มีข่าวว่าสหรัฐอเมริกากักกันน้ำปลาจากไทย ไม่ให้เข้าจำหน่ายในประเทศนั้น ล่าสุดนายประจินต์ ธารศิริสิน รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม พร้อมด้วย พ.อ.จิระโรจน์ กองวารี รอง ผอ.กอ.รมน.จ.สมุทรสงคราม พ.อ.ปิยะ เกียรติอมรเวช รองเสนาธิการ มทบ.16 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เดินทางเข้าตรวจเยี่ยมบริษัทโรงงานน้ำปลาไทยตราปลาหมึก ต.บางจะเกร็ง อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม เพื่อตรวจสอบข้อมูลและให้คำแนะนำในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ซึ่งขอสงวนชื่อให้การต้อนรับ พร้อมต่อสายให้ผู้บริหารระดับสูงชี้แจงข้อมูลรายละเอียดต่างๆ ก่อนจะเปิดวีดิทัศน์ขั้นตอนการผลิตต่างๆ ให้รองผู้ว่าราชการจังหวัดและคณะได้ชม จากนั้นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยได้พาเจ้าหน้าที่ระดับสูงเข้าชมขั้นตอนการผลิตโดยไม่อนุญาตให้ผู้สื่อข่าวเข้าบันทึกภาพแต่อย่างใด
นายประจินต์กล่าวว่า การเดินทางมาครั้งนี้ได้นำส่วนราชการที่เกี่ยวข้องมาให้คำแนะนำในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว แต่จากการพูดคุยกับผู้บริหารระดับสูงของโรงงานแห่งนี้ ซึ่งนำคณะไปดูงานกระบวนการผลิตน้ำปลาที่ทันสมัย ที่จังหวัดจันทบุรี จึงทราบว่าไม่ได้เกิดจากน้ำปลาไม่ได้มาตรฐาน และไม่ได้ห้ามนำน้ำปลาจากประเทศไทยเข้าประเทศทั้งหมด เพียงแต่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาสหรัฐอเมริกา (FDA) กักกันแค่ล็อตเดียว เพื่อรอเอกสารยืนยันความปลอดภัยให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขที่สหรัฐอเมริกากำหนด โดยประเด็นแรก FDA สุ่มตรวจว่าน้ำปลามีสารทำให้เกิดมะเร็งต้องมีการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์หรือต้องผ่านกระบวนการต้ม ซึ่งเรื่องนี้บริษัทชี้แจงไปแล้วว่ากระบวนการผลิตน้ำปลาใช้วิธีฆ่าเชื้อโรคโดยวิธีพาสเจอร์ไรซ์น้ำปลาด้วยอุณหภูมิ 75 องศาเซลเซียส มาตั้งแต่ 3 ปีมาแล้ว แต่ FDA ต้องการใช้อุณหภูมิ 85 องศาเซลเซียส ซึ่งทางบริษัทก็ปรับปรุงประสบความสำเร็จซึ่งผ่านเกณฑ์ของ FDA แล้ว ส่วนประเด็นที่ 2 ปลาที่นำมาหมักส่วนใหญ่ใช้ปลากะตักซึ่งมีขนาดเล็ก แต่มีบางส่วนมีขนาดเกิน 5 นิ้ว ซึ่งมีไส้ที่มีเชื้อโรคคลอสทริเดียม โบทูลินัม จึงอาจมีการปนเปื้อนเชื้อโรคดังกล่าว ซึ่งกรณีนี้ทางโรงงานได้ปรับปรุงให้มีปลากระตัก 118 ตัว จะมีปลาตัวใหญ่ไม่เกิน 3 ตัวตามมาตรฐานของ FDA ซึ่งทางโรงงานได้จัดทำเอกสารชี้แจงเสร็จเรียบร้อยแล้ว รอกระบวนการแปลส่งไปยัง FDA สหรัฐอเมริกา ต้องรายงานภายในวันศุกร์ที่ 2 พฤศจิกายนนี้

นายประจินต์กล่าวว่า เบื้องต้นจังหวัดทราบข้อมูลส่วนหนึ่งแล้ว หากมีความคืบหน้าที่ให้จังหวัดเข้ามาติดตามการปรับปรุงแก้ไขอีกครั้ง ทั้งนี้จังหวัดไม่ได้เข้ามาจับผิดหรือเข้ามาในทางลบ จังหวัดเพียงนำหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาให้คำปรึกษาแนะนำเพื่อให้บริษัทสามารถปรับปรุงกระบวนการผลิตให้ต่างชาติรับได้ หากมีปัญหาสิ่งใดขอให้แจ้งจังหวัด เพื่อร่วมมือกันส่งเสริมเศรษฐกิจในประเทศให้เข้มแข็งต่อไป
นายประจินต์ยืนยันว่า สหรัฐอเมริกาไม่ได้แบนน้ำปลาไทย แต่กรณีนี้เพียงแค่รอให้บริษัทชี้แจงข้อมูลสงสัยต่างๆ ซึ่งทางบริษัทก็ชี้แจงไปแล้วบางส่วน เหลืออีกเพียงบางส่วนเท่านั้น เพื่อส่งไปสร้างความเชื่อมั่นให้กับสหรัฐอเมริกาเท่านั้น