ค้าต่างประเทศเผยมูลค่าการค้าชายแดน-ผ่านแดน 11 เดือน มีมูลค่า 1.27 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.81% คาดทั้งปี 1.4 ล้านล้านบาท พร้อมลุ้นขยายได้ใกล้เคียงเป้า 1.5 ล้านล้าน
นายอดุลย์ โชตินิสากรณ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า การค้าชายแดนและผ่านแดนของไทย 11 เดือนของปี 2561 (ม.ค.-พ.ย.) มีมูลค่า 1,277,596 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.81% แยกเป็นการส่งออก 713,905 ล้านบาท ลดลง 0.39% และนำเข้า 563,691 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.87% เกินดุลการค้า 150,214 ล้านบาท และหากแยกเป็นมูลค่าการค้าชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน 4 ประเทศ มีมูลค่า 1,030,800 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% เป็นการส่งออก 596,799 ล้านบาท ลดลง 0.38% นำเข้า 434,002 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.68% เกินดุลการค้า 162,797 ล้านบาท และมูลค่าการค้าผ่านแดนกับ 3 ประเทศ 246,796 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.14% เป็นการส่งออก 117,107 ล้านบาท ลดลง 0.43% นำเข้า 129,690 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31.51% ขาดดุลการค้า 12,583 ล้านบาท
โดยหากพิจารณาการค้าชายแดนแยกเป็นรายประเทศ พบว่าการค้ากับมาเลเซียยังครองความเป็นคู่ค้าอันดับหนึ่งของไทย มีมูลค่า 525,668 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.84% เป็นการส่งออก 270,385 ล้านบาท ลดลง 6.24%นำเข้า 255,283 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.62% ตามมาด้วย สปป.ลาว มูลค่า 195,909 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.35% เป็นการส่งออก 118,545 ล้านบาทลดลง 0.28% นำเข้า 77,364 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.33% เมียนมา มูลค่า 170,846 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.98% เป็นการส่งออก 96,557 ล้านบาท ลดลง 3.23% นำเข้ามูลค่า 80,290 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.91% และกัมพูชา มูลค่า 132,377 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.41% เป็นการส่งออก 111,311 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.94% นำเข้า 21,065 ล้านบาท ลดลง 2.84%
ส่วนการค้าผ่านแดน หากดูเป็นรายประเทศ จีนตอนใต้มีสัดส่วนการค้าสูงสุด มีมูลค่า 94,590 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.24% เป็นการส่งออก 30,622 ล้านบาท ลดลง 4.72% นำเข้า 63,968 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 41.40% รองลงมา คือ สิงคโปร์ มูลค่า 80,626 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32.67% เป็นการส่งออก 34,230 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.17 ล้านบาท นำเข้า 46,397 ล้านบาท 21.76% และเวียดนาม มูลค่า 71,581 ล้านบาท ลดลง 0.61% เป็นการส่งออก 52,255 ล้านบาท ลดลง 7.92% นำเข้า 19,326 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.54%
“กรมฯ คาดว่าการค้าชายแดนและผ่านแดนจะยังคงขยายตัวได้ต่อเนื่อง โดยมูลค่าของเดือน ธ.ค. ซึ่งเป็นเดือนสุดท้าย น่าจะทำได้ประมาณ 1.3 แสนล้านบาท ทำให้ทั้งปี 2561 การค้าชายแดนและผ่านแดนจะมีมูลค่า 1.4 ล้านล้านบาท ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้แบบท้าทาย คือ 1.5 ล้านล้านบาท โดยอยากให้มาลุ้นกันว่าจะใกล้เคียงเป้ามากน้อยแค่ไหน ซึ่งตัวเลขที่ต่ำกว่าเป้า ไม่ใช่เรื่องที่ต้องกังวล เพราะได้ทำกันอย่างเต็มที่แล้ว และในช่วงปี 2561 ที่ผ่านมา มีปัจจัยที่คุมไม่ได้หลายอย่างเกิดขึ้น ทั้งเขื่อนแตกใน สปป.ลาว และน้ำท่วมในเมียนมา ทำให้เส้นทางขนส่งถูกตัดขาด จึงส่งผลกระทบต่อการค้าชายแดน” นายอดุลย์กล่าว
นายอดุลย์กล่าวว่า สำหรับเป้าหมายการค้าชายแดนและผ่านแดนปี 2562 คณะกรรมการส่งเสริมการค้าชายแดนและการลงทุนกับประเทศเพื่อนบ้าน ที่มีน.ส.ชุติมา บุณยประภัศร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์เป็นประธาน ได้นัดประชุมคณะกรรมการฯ จากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนรวม 26 หน่วยงาน เมื่อวันที่ 19 ธ.ค.2561 ที่ผ่านมา โดยได้เห็นชอบตั้งเป้าหมายการค้าชายแดนและผ่านแดนปี 2562 แบบท้าทายเหมือนเดิม คือ มูลค่า 1.6 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% เพราะประเมินว่าอุปสรรคทางการค้าต่างๆ ทั้งการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก สถานการณ์สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีน ความผันผวนทางอากาศและภัยธรรมชาติ อัตราแลกเปลี่ยน มีทิศทางที่จะคลี่คลายลง และยังสอดคล้องกับเป้าหมายการส่งออกในภาพรวมของกระทรวงพาณิชย์ที่ตั้งไว้ที่ 8% ด้วย
ทั้งนี้ ยังได้ตั้งเป้าทำงานสำหรับปี 2563-64 เอาไว้ด้วย โดยปี 2563 ตั้งเป้า 1.8 ล้านล้านบาท ปี 2564 ตั้งเป้า 2.1 ล้านล้านบาท ซึ่งจะใช้เป็นเป้าในการทำงาน และจะได้เตรียมกิจกรรมเพื่อผลักดันการค้าเอาไว้ล่วงหน้า
สำหรับปัจจัยบวกที่จะส่งเสริมการค้าชายแดนและผ่านแดนในปี 2562 รัฐบาลเร่งดำเนินนโยบายส่งเสริมการค้าการลงทุน มุ่งเน้นการอำนวยความสะดวกทางการค้า ปรับลดขั้นตอน กฎระเบียบ เอกสารการค้า ทุกภาคส่วนของรัฐมีกิจกรรมกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มมากขึ้น ภาคการท่องเที่ยวของไทยยังคงสดใส สินค้าไทยยังเป็นสินค้าที่มีคุณภาพ และเป็นที่นิยมของประเทศเพื่อนบ้าน ขณะที่กรมฯ มีแผนจะจัดมหกรรมการค้าชายแดน 4 ภาค จัดกิจกรรม YEN-D Frontier เพื่อสร้างเครือข่ายธุรกิจกับเวียดนาม สระแก้ว และ LIMEC (ระเบียงเศรษฐกิจหลวงพระบาง อินโดจีน เมาะลำไย)
