เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘ไต้หวัน’ ขยายฟรีวีซ่าไทย 1 ปี ตอบรับกระแสท่องเที่ยวเนื่องแน่น
World ‘ไต้หวัน’ ขยายฟรีวีซ่าไทย 1 ปี ตอบรับกระแสท่องเที่ยวเนื่องแน่น
อธิบดีบัญชีกลาง แจงปมข้าราชการใหม่ จะได้สวัสดิการแบบใหม่ ระบุยังอยู่ขั้นตอนศึกษา รับอนาคตอาจยืดหยุ่นขึ้น
Finance อธิบดีบัญชีกลาง แจงปมข้าราชการใหม่ จะได้สวัสดิการแบบใหม่ ระบุยังอยู่ขั้นตอนศึกษา รับอนาคตอาจยืดหยุ่นขึ้น
นายกฯ เผยนักลงทุนจีน มั่นใจไทย ลั่นจะไม่ให้ทุจริตบั่นทอนความเชื่อมั่น
Politics นายกฯ เผยนักลงทุนจีน มั่นใจไทย ลั่นจะไม่ให้ทุจริตบั่นทอนความเชื่อมั่น
มั่นใจเต็มร้อย “มรดกโลกเชียงใหม่” เน้นย้ำคุณค่าและความยั่งยืน
เศรษฐกิจภูมิภาค มั่นใจเต็มร้อย “มรดกโลกเชียงใหม่” เน้นย้ำคุณค่าและความยั่งยืน
รบ.ปรับแผนศึกษา ‘แลนด์บริดจ์’ เชื่อมระบบราง-ถนน อัพเกรดท่าเรือระนอง-ชุมพร
Politics รบ.ปรับแผนศึกษา ‘แลนด์บริดจ์’ เชื่อมระบบราง-ถนน อัพเกรดท่าเรือระนอง-ชุมพร
รัฐบาลเร่งเครื่องดึงการลงทุนจีน นายกฯ เปิด BOI เฉิงตู ชวนมาปักหมุดไทย
Politics รัฐบาลเร่งเครื่องดึงการลงทุนจีน นายกฯ เปิด BOI เฉิงตู ชวนมาปักหมุดไทย
ชัชชาติ ชวนผู้ใจบุญช่วยอุปการะแมว 17 ตัว รอดชีวิตเหตุไฟไหม้ซอยตากสิน 11
News ชัชชาติ ชวนผู้ใจบุญช่วยอุปการะแมว 17 ตัว รอดชีวิตเหตุไฟไหม้ซอยตากสิน 11
กทม. ยกเครื่องสอบข้าราชการใหม่ 7 พันคน เลิกจ้าง ‘มศว’ ทบทวนความโปร่งใสทั้งระบบ
News กทม. ยกเครื่องสอบข้าราชการใหม่ 7 พันคน เลิกจ้าง ‘มศว’ ทบทวนความโปร่งใสทั้งระบบ
ไทยจัด Thailand Content Market 2026 ดันคอนเทนต์สู่ตลาดโลก คาดสร้างมูลค่า 2,000 ล้าน
Economic ไทยจัด Thailand Content Market 2026 ดันคอนเทนต์สู่ตลาดโลก คาดสร้างมูลค่า 2,000 ล้าน
ปลัด ‘นัทรียา ทวีวงศ์’ เร่งขับเคลื่อนตั้งกระทรวงการกีฬา ยกระดับบริหารกีฬาไทยทั้งระบบ
Politics ปลัด ‘นัทรียา ทวีวงศ์’ เร่งขับเคลื่อนตั้งกระทรวงการกีฬา ยกระดับบริหารกีฬาไทยทั้งระบบ
ดูทั้งหมด

เพื่อไทยพลิกตำราหาเสียงโบราณ สั่ง ส.ส. เดิน 7 หมื่นหมู่บ้าน เคาะทุกประตู

29 ธ.ค. 2561 | 15:01น.

เพราะรัฐธรรมนูญฉบับมีชัย ฤชุพันธุ์ ออกแบบการเลือกตั้งแบบจัดสรรปันส่วนผสม กัดกร่อนเสียงพรรคใหญ่ เพิ่มเสียงพรรคขนาดกลาง

พ่วงด้วยกติกายิบย่อยในกฎหมายลูก ที่นักการเมืองมองว่าเป็น “กับดัก”

เขตเลือกตั้งถูกแบ่งใหม่ถึง 2 ครั้ง ถึงขึ้นใช้อำนาจพิเศษ มาตรา 44 ช่วยแบ่งเขตเลือกตั้ง จนถูกวิจารณ์ว่าเป็นการแบ่งเขตแบบพิสดาร

พรรคเพื่อไทย ที่เชื่อว่ารัฐธรรมนูญไม่ได้ดีไซน์มาเพื่อพวกเขา ยังคงผวากับกติกาที่ยิบย่อยกติกาเลือกตั้งใหม่

หลังจากกติกาในกฎหมายเลือกตั้งเริ่มแผลงฤทธิ์ ฝ่ายยุทธศาสตร์ของพรรคเพื่อไทยจึงสั่งกำชับว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. 300 ชีวิต กลางที่ประชุมเมื่อ 19 ธ.ค.ที่ผ่านมาว่า “อย่าทำอะไรที่สุ่มเสี่ยง” และท่องให้ขึ้นใจว่า “อย่าตายน้ำตื้น”

เพราะได้ข้อมูลวงในว่า กกต.มักเก็บข้อมูลที่ “ส่อว่ามีการทุจริต” ตั้งแต่ก่อนมีพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) กำหนดวันเลือกตั้ง เมื่อถึงช่วงเลือกตั้ง กกต.จะสอยทันที ไม่แจกใบเหลืองก็ใบแดง

เมื่อกติกาในรัฐธรรมนูญ-กฎหมายเลือกตั้ง กำกับว่า การขึ้นป้ายหาเสียงจะติดได้ในสถานที่ที่ กกต. กำหนดเท่านั้น ซึ่งมีการคาดการณ์ว่า กกต.ให้ติดป้ายหาเสียงในสถานที่ราชการ เช่น ศาลากลางจังหวัด ที่ว่าการอำเภอ และถนน 1 เส้น

ในแต่ละเขตเลือกตั้ง สำหรับติดป้ายหาเสียงได้ตามที่ กกต.กำหนด ส่วนขนาดของป้ายกำหนดให้ใช้แค่ A3 โดยกำหนดจำนวนป้ายหาเสียงให้มีได้แค่ 2 เท่าของหน่วยเลือกตั้ง

แต่จะยกเว้นให้เฉพาะศูนย์ประสานงานของผู้สมัครที่อนุญาตให้ติดป้ายที่มีรูปผู้สมัครได้ ที่ไม่ใช่ป้ายหาเสียง

ขณะเดียวกัน ใบส้ม (ระงับสิทธิ์สมัครรับเลือกตั้ง) อันเป็น “อำนาจใหม่” ของ กกต.เริ่มแสดงอิทธิฤทธิ์เป็นครั้งแรกในการเลือกกันเองของผู้สมัครสมาชิกวุฒิสภา ยิ่งทำให้นักเลือกตั้งผวา

ขณะเดียวกัน กกต.เข็นระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการหาเสียงเลือกตั้งทางอิเล็กทรอนิกส์ ออกมาเพื่อป้องกันการหาเสียงทางโซเชียลที่ผิดกฎหมายเลือกตั้ง มีวอร์รูมจับตาการทำผิดโดยเฉพาะ ดึงไลน์-เฟซบุ๊กเข้ามาร่วมขบวน

โดยกำหนดว่าทั้งพรรคการเมืองและผู้สมัครต้องแจ้งวิธีการ รายละเอียด ทุกช่องทางที่ใช้หาเสียงในโซเชียลมีเดีย ระยะเวลาในการหาเสียงเลือกตั้งให้ กกต.ทราบ หากมีการทำผิดวอร์รูมของ กกต.สามารถสั่ง “ลบ” ได้ทันทีโดยไม่ต้องขอหมายศาล

ในวงประชุมพรรคเพื่อไทย จึงวิเคราะห์ทางหลีก-ทางเลี่ยง กฎกติกาเลือกตั้งเพื่อไม่ให้แพ้ฟาวล์

มีรายงานว่า “สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์” ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์เลือกตั้งเพื่อไทย แก้เกมการติดป้ายผู้สมัคร และการแบ่งเขตเลือกตั้งที่อำเภอเดียวกันถูกแบ่งเป็นเสี่ยง ๆ หลายเขตเลือกตั้ง และหมายเลขผู้สมัครยังต่างเขตต่างเบอร์

โดยแนะให้ ส.ส.ใช้บ้านแกนนำหัวคะแนนของ ส.ส.แต่ละคน ปรับให้เป็นศูนย์ประสานงานย่อยของผู้สมัคร เพื่อติดป้ายแนะนำตัวผู้สมัคร แทนป้ายหาเสียงเลือกตั้ง กำหนดให้ใหญ่เท่า “หน้าบ้าน” ของหัวคะแนน เพื่อให้ชาวบ้านรู้ว่าใครคือผู้สมัครเลือกตั้งในเขตนั้น

และถึงแม้มี พ.ร.ฎ.เลือกตั้งป้ายแนะนำตัวผู้สมัครก็ไม่จำเป็นต้อง “ปลดออก” เพราะไม่ใช่ป้ายหาเสียง แต่จะคิดเป็นค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้ง ที่กฎหมายกำหนดให้ใช้ได้คนละ 2 ล้านบาทแทน

และยิ่งสงครามเลือกตั้งปี 2562 เปิดแนวรบโซเชียลมีเดียกันทุกพรรค ทุกช่องทาง แต่สำหรับพรรคเพื่อไทย เตรียมใช้ยุทธศาสตร์ “ไฮบริด” ในการเมืองภาพใหญ่พรรคใช้โซเชียลมีเดียทุกช่องทาง เจาะถึงผู้มีสิทธิเลือกตั้ง

แต่แผนการหาเสียงย่อยในระดับพื้นที่เตรียมใช้ยุทธวิธีหาเสียงแบบ “โบราณ” เคาะตามประตูบ้าน ขายตรงนโยบายถึงชาวบ้านแบบ direct sale เพื่อให้รู้ว่าใครคือผู้สมัครของเขตนั้น ขจัดอุปสรรคการหาเสียง “ต่างเขตต่างเบอร์”

แหล่งข่าวระดับแกนนำยุทธศาสตร์เพื่อไทย ขยายเหตุผลที่ใช้ยุทธวิธีหาเสียงแบบโบราณว่า การหาเสียงของพรรคเพื่อไทยมีโอกาสสูงที่จะถูกฝ่ายตรงข้ามสกัด จึงต้องกลับไปสู่การหาเสียงแบบดั้งเดิม เน้นให้ ส.ส.ลงพื้นที่ 7 หมื่นหมู่บ้าน ถ้าเน้นการหาเสียงทางโซเชียลมีเดียอย่างเดียวแค่เริ่มต้น กกต.ก็คุมได้ทั้งหมด แต่ถ้าใช้วิธีเข้าถึงชาวบ้านขายนโยบายแบบไดเร็กต์เซล กกต.จะคุมได้แต่คุมได้ไม่มากนัก

เมื่อรัฐธรรมนูญย้อนยุค-พรรคเพื่อไทยจึงต้องย้อนยุคไปหาเสียงด้วยวิธีแบบโบราณ ๆ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

พรรคเพื่อไทย