ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพฤหัสบดีที่ 17 มกราคม 2562 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (17/1) ที่ระดับ 31.66/68 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดในวันพุธ (16/1) ที่ระดับ 31.69/70 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ โดยเงินบาทยังคงแข็งค่าอย่างต่อเนื่อง หลังนักลงทุนต่างชาติเข้าซื้อหุ้นในประเทศไทยเป็นจำนวนมาก โดยเมื่อวาน (16/1) มีแรงต่างชาติเข้าซื้อสุทธิมูลค่าเท่ากับ 25.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนั้นเมื่อคืนที่ผ่านมา (16/1) ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เปิดเผยรายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจทั้ง 12 เขต หรือ “Beige Book” โดยระบุว่า ตลาดแรงงานทั่วทุกเขตในสหรับยังคงอยู่ในภาวะตึงตัว ขณะที่ภาคธุรกิจยังคงต้องการแรงงานคุณภาพมากขึ้น ส่วนค่าจ้างโดยทั่วไปมีการขยายตัวปานกลาง และผลกระทบที่เกิดขึ้นจากสถานการณ์ชัตดาวน์ของรัฐบาลสหรัฐนั้น มีเพียงแค่เฟดสาขาชิคาโกที่รายงานถึงผลกระทบโดยระบุว่า เกษตรกรกำลังเผชิญกับความไม่แน่นอนเนื่องจากความล่าช้าในการเปิดเผยข้อมูลด้านการเกษตรของรัฐบาล และมีความล่าช้าในส่วนของจ่ายเงินชดเชยให้กับเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการภาษีนำเข้าซึ่งเป็นผลกระทบของการชัตดาวน์ อย่างไรก็ตามมีรายงานดัชนีราคาสินค้านำเข้าของสหรัฐ ประจำเดือนธันวาคม ซึ่งออกมาลดลงร้อยละ 0.1 ซึ่งลดน้อยกว่าระดับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่าจะปรับลดร้อยละ 1.3 ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 31.58-31.75 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 31.73/75 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร ค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันนี้ (17/1) ที่ระดับ 1.1395/97 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ปรับตัวอ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (16/1) ที่ระดับ 1.1404/06 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ถึงแม้ว่าสมาชิกสภาสามัญชนของอังกฤษลงมติให้ความไว้วางใจต่อรัฐบาลของนางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ให้ปฏิบัติหน้าที่ต่อไป หลังรัฐสภา นายเจเรมี คอร์บิน ผุ้นำพรรคแรงงาน ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านของอังกฤษ ได้ยื่นญัตติไม่ไว้วางใจ นางเทเรซา เมย์ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (15/1) อีกทั้งนายมาร์ค คาร์นีย์ ได้แถลงว่า นักลงทุนในตลาดมีความเชื่อว่าเงื่อนไขในข้อตกลง Brexit อาจได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้น หลังจากที่รัฐสภาอังกฤษลงมติค้านร่างข้อตกลงในการถอนตัวจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป (Brexit) ของนางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ นอกจากนั้น มีรายงานดัชนีราคาผู้บริโภคของเยอมนี ซึ่งปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.1 เท่ากับที่นักวิเคราะห์ได้คาดการณ์ไว้ และในวันนี้มีรายงานว่ายอดดุลการค้าของอิตาลีในเดือนพฤศจิกายนนั้นมีมูลค่าเกินดุลที่ 3.84 พันล้านยูโร ซึ่งมากกว่าระดับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่าจะเกินดุลที่ 2.89 พันล้านยูโร ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1370-1.1403 ดอลลาร์สหรัฐ/
ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1390/92 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน ค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (17/1) ที่ระดับ 108.95/97 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวอ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (16/1) ที่ 108.72/74 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยเงินเยนอ่อนค่าลงหลังนายฮารุฮิโกะ คุโรดะ ผู้ว่าธนาคารแห่งชาติญี่ปุ่นได้แถลงการณ์ว่าสังคมผู้สูงอายุของญี่ปุ่นอาจจะส่งให้เกิดความยากลำบากในการออกนโยบายทางการเงินเนื่องจากความต้องการใช้เงินลดลงซึ่งเป็นผลมาจากสังคมสูงวัยของญี่ปุ่นอาจทำให้สถาบันการเงินต้องอนุมัติการลงทุนที่มีความเสี่ยงมากขึ้น ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 108.69-109.21 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 108.76/78 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ
ดัชนีสำคัญทางเศรษฐกิจของสหรัฐ ในสัปดาห์นี้ได้แก่ การประชุม G20 (17/1) จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ (17/1) การผลิตภาคอุตสาหกรรมของสหรัฐ (18/1) ความเชื่อมั่นผู้บริโภคขั้นต้นเดือน ม.ค. จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน (18/1) ยอดค้าปลีกของสหราชอาณาจักร (18/1)
สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -2.40/-2.20 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยง ภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -2.50/-1.50 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ
ไม่พลาดข่าวสารเศรษฐกิจ เจาะลึกทุกประเด็นทั้งภาครัฐ-เอกชน เพิ่มเราเป็นเพื่อนที่ Line ได้เลยพิมพ์ @prachachat หรือ คลิกลิงก์ https://line.me/R/ti/p/@prachachat ![]()
หรือจะสแกน QR Code ในรูป เราพร้อมเสิร์ฟข่าวเศรษฐกิจ-ธุรกิจถึงมือผู้อ่านทันที!
