เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
แผนแก้หนี้กองทุนน้ำมัน ย้ำ ‘กู้’ เป็นคำตอบสุดท้าย
Economic แผนแก้หนี้กองทุนน้ำมัน ย้ำ ‘กู้’ เป็นคำตอบสุดท้าย
จับตา เควิน วอร์ช ประธานเฟด งาน IMF-World Bank ที่ไทย วงจับเข่าคุย ‘กอร์เกียวา’ ศุกร์นี้
World จับตา เควิน วอร์ช ประธานเฟด งาน IMF-World Bank ที่ไทย วงจับเข่าคุย ‘กอร์เกียวา’ ศุกร์นี้
ตะวันออกกลางสะเทือน! สนามบินริยาดถูกโจมตี ‘สหรัฐฯ’ ลั่น พร้อมร่วมตอบโต้กลุ่มฮูตี
World ตะวันออกกลางสะเทือน! สนามบินริยาดถูกโจมตี ‘สหรัฐฯ’ ลั่น พร้อมร่วมตอบโต้กลุ่มฮูตี
ใกล้เคาะ “เกณฑ์เออร์ลี่รีไทร์ ขรก.“ ได้เกิน 12 เท่า ‘ปกรณ์‘ ชี้ 6 เดือนทำนโยบายกฎหมายครบ
Politics ใกล้เคาะ “เกณฑ์เออร์ลี่รีไทร์ ขรก.“ ได้เกิน 12 เท่า ‘ปกรณ์‘ ชี้ 6 เดือนทำนโยบายกฎหมายครบ
คำเตือนจาก ‘ไอเอ็มเอฟ’ AI ‘พลังที่ 3’ กดดันเศรษฐกิจ
World คำเตือนจาก ‘ไอเอ็มเอฟ’ AI ‘พลังที่ 3’ กดดันเศรษฐกิจ
‘เอกนิติ’ ขึ้น 4 เวที IMF-World Bank ถกทวิภาคี 30 นัดคีย์แมนการเงินโลก
Finance ‘เอกนิติ’ ขึ้น 4 เวที IMF-World Bank ถกทวิภาคี 30 นัดคีย์แมนการเงินโลก
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (11 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 0.48% อยู่ที่ 82,929 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (11 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 0.48% อยู่ที่ 82,929 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (11 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (11 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
เช็กรายชื่อ 100 ผู้สมัครบอร์ดประกันสังคม ‘ฝ่ายผู้ประกันตน’ ชิงเค้กดูแลเงินกองทุน 2.5 ล้านล้าน
Politics เช็กรายชื่อ 100 ผู้สมัครบอร์ดประกันสังคม ‘ฝ่ายผู้ประกันตน’ ชิงเค้กดูแลเงินกองทุน 2.5 ล้านล้าน
เช็กรายชื่อ 85 ผู้สมัครฝั่งนายจ้าง ศึกเลือกตั้ง ‘บอร์ดประกันสังคม 2569’ ทั้งบิ๊กธุรกิจ-ผู้นำหน่วยงาน
Politics เช็กรายชื่อ 85 ผู้สมัครฝั่งนายจ้าง ศึกเลือกตั้ง ‘บอร์ดประกันสังคม 2569’ ทั้งบิ๊กธุรกิจ-ผู้นำหน่วยงาน
ดูทั้งหมด

ลุ้น “บิ๊กตู่” ยุติเซฟการ์ดเหล็ก ชูผลประชาพิจารณ์โต้ 7 สมาคมผู้ผลิต

03 ก.พ. 2562 | 15:00น.

“ชุติมา” แจงปมร้อน 7 สมาคมเหล็กเตรียมร่อนหนังสือถึงบิ๊กตู่เคลียร์ปมคปป.เลิกเซฟการ์ดปล่อยผีเหล็กแผ่นรีดร้อนเจืออื่น ๆ ชนิดเป็นม้วนและไม่เป็นม้วนนำเข้า หวั่นกระทบอุตฯ ต้นน้ำเดี้ยงหลังลงทุนกว่า 2 แสนล้าน หอบหลักฐานประชาพิจารณ์ 29 ม.ค. 62 ผู้ใช้เหล็ก-รัฐบาลรัสเซียชี้ชัดจำเป็นต้องเลิกเซฟการ์ดลดภาระผู้ผลิตยานยนต์-ต่อเรือ

ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานว่า เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2562 กรมการค้าต่างประเทศได้ประชาพิจารณ์เปิดให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกว่า 100 ราย ร่วมให้ความเห็นกรณีที่คณะกรรมการพิจารณามาตรการปกป้อง (คปป.) เมื่อวันที่ 7 ม.ค. 2562 ที่ผ่านมา มีมติให้ยุติการใช้มาตรการปกป้อง (เซฟการ์ด) จากการนำเข้าสินค้าเหล็กแผ่นรีดร้อนเจืออื่น ๆ ชนิดเป็นม้วนและไม่เป็นม้วน (สินค้าเหล็กแผ่นรีดร้อนเจืออัลลอย) ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งทางผู้ผลิตเหล็กได้ร้องขอให้ต่ออายุมาตรการเป็นครั้งที่ 3 หลังจากที่ได้ใช้มาตรการครั้งแรกตั้งแต่วันที่ 27 ก.พ. 2556-26 ก.พ. 2559 และได้ต่ออายุครั้งที่ 2 ตั้งแต่วันที่ 27 ก.พ. 2559 และจะครบอายุการใช้มาตรการวันที่ 26 ก.พ. 2562

ผลการประชุมหารือปรากฏว่ากลุ่มผู้ใช้และผู้นำเข้าเหล็กให้ความเห็นว่าควรยกเลิกเซฟการ์ด เพราะได้ปกป้องอุตสาหกรรมภายในมาเป็นเวลานานแล้วส่งผลให้ผู้ใช้ได้รับผลกระทบ และยังถูกประเทศผู้ส่งออกเหล็กเตรียมมาตรการตอบโต้ทางการค้า ประเด็นนี้จะสร้างความไม่พอใจให้กับกลุ่มผู้ผลิตเหล็กในประเทศ ทำให้ตัวแทนจาก 7 สมาคมฝั่งผู้ผลิต เตรียมที่จะเข้ายื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในสัปดาห์หน้า เพื่อขอให้ขยายระยะเวลาใช้มาตรการเซฟการ์ด ปกป้องอุตสาหกรรมภายในต่อไปอีก

แหล่งข่าวจาก คปป.เปิดเผยว่า ในการประชาพิจารณ์ฝั่งที่สนับสนุนการยกเลิกเซฟการ์ด เช่น สมาคมต่อเรือและซ่อมเรือไทย สมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ ผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์หุ้มเกราะ และมีตัวแทนจากรัฐบาลรัสเซียซึ่งเป็นผู้ส่งออกเข้าสังเกตการณ์ให้เหตุผลว่า มาตรการเซฟการ์ดออกมาเพื่อคุ้มครองอุตสาหกรรมภายในชั่วคราวแต่ไม่ใช่เพื่อแก้ปัญหาทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการรายใด และการใช้มาตรการที่ผ่านมาทำให้ผู้นำเข้าเดือนร้อนเพราะผู้ผลิตไม่สามารถผลิตเหล็กที่ต้องการได้ จึงต้องนำเข้าเหล็ก และจ่ายอากรไปก่อนค่อยขอคืนภายหลังซึ่งกลายเป็นภาระต้นทุน อีกทั้งใช้เซฟการ์ดมายาวนานแต่ผู้ผลิตไม่ปรับตัว มุ่งแต่ขายตลาดในประเทศซึ่งมีขนาดเล็กไม่คุ้มกับเม็ดเงินที่ลงทุนไป

นางสาวชุติมา บุณยประภัศร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ รักษาราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้รับทราบประเด็นข้อร้องเรียนของทาง 7 สมาคมแล้ว และได้นำข้อมูลรวมถึงเอกสารต่าง ๆ ที่ทาง คปป.พิจารณา รวมถึงผลการประชาพิจารณ์ไปรายงานต่อนายกรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาถึงความจำเป็นที่ต้องยกเลิกมาตรการเซฟการ์ด ซึ่งส่วนใหญ่ยืนยันว่าได้รับผลกระทบจากการใช้มาตรการเซฟการ์ดมาเป็นเวลากว่า 6 ปีแล้ว

“บริษัทผู้นำเข้านับไม่ถ้วนบอกไม่มีเหตุผลอะไรจะต่ออีกแล้ว และตัวแทนรัฐบาลจากประเทศที่ถูกใช้เซฟการ์ด เช่น เกาหลี ตุรกี อียิปต์ จีน ต่างให้ความเห็นว่าถ้าต่ออีกเป็นครั้งที่ 3 จะต้องขอหารือกับไทยแล้ว และถ้าคุยกันไม่รู้เรื่อง 30 วัน จะใช้สิทธิตอบโต้ทางการค้า (รีทาลิเอต) กับสินค้าอื่น ๆ ดังนั้น หากจะต่อเซฟการ์ดให้รอบที่ 3 ต้องมีเหตุผลที่จะแจ้งว่ายังจำเป็นต้องใช้เซฟการ์ด เพราะประเทศคุณยังส่งมาเยอะ แต่ก็ไม่ได้เพราะตัวเลขส่งมาที่ไทยลดลง ผลประกอบการและการจ้างงานดีขึ้น

คณะกรรมการใช้เวลาถกกันถึง 4 ชั่วโมง หารือรอบด้านรวมถึงแผนปรับตัวด้วย เช่น ผู้ผลิตมีโครงการที่ต้องปรับตัว 5 อย่าง คือ ต้องลดต้นทุน พัฒนาผลิตภัณฑ์ พัฒนาคน จัดทำมาตรฐาน และต้องดูความพึงพอใจของลูกค้า ซึ่งเท่าที่ทราบจากกรรมการ บริษัททำได้เพียงแค่สอบถามความพึงพอใจลูกค้า และสัมมนาคน โดยให้เหตุผลคือไม่เงินทุนที่จะมาปรับ มาลดต้นทุน หรือพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ประเด็นนี้เป็นเรื่องการดำเนินธุรกิจจะมาใช้เป็นเหตุผลไม่ได้ ตอนนี้มีคนจ่อมาใช้สิทธิรีทาลิเอตกับสินค้าซึ่งมันไม่แฟร์ที่คนอื่นจะมาได้รับผลกระทบจากกรณีนี้”

ด้านนายนาวา จันทนสุรคน เจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม สำนักรัฐกิจสัมพันธ์กลุ่มผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายธุรกิจ บริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี จำกัด (มหาชน) หรือ SSI และนายกสมาคมเหล็กแผ่นรีดร้อนไทย และผู้ประสานงานกลุ่ม 7 สมาคม เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ในวันที่ 4 กุมภาพันธ์นี้ ทาง 7 สมาคมจะเข้ายื่นหนังสือต่อนายกรัฐมนตรี ถึงกรณีที่กระทรวงพาณิชย์ไม่ขยายเวลาบังคับใช้มาตรการเซฟการ์ดสินค้าเหล็กแผ่นรีดร้อนเจืออัลลอย ซึ่งมาตรการจะหมดอายุลงในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2562 ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบกับอุตสาหกรรมนี้ที่ผู้ผลิตได้มีการลงทุนไปกว่า 200,000 ล้านบาท จากปัญหาสงครามการค้าซึ่งสหรัฐใช้มาตรา 232 กับเหล็กนำเข้า ทำให้ประเทศต่าง ๆ หันมาใช้นโยบายคุ้มครองอุตสาหกรรมในประเทศ เช่น สหภาพยุโรป ตุรกี และแคนาดาใช้เซฟการ์ดในรูปแบบพิเศษ แต่ไทยกลับมีนโยบายที่สวนกระแสโลก

ก่อนหน้านี้ 7 สมาคมเหล็กฯ ได้ยื่นหนังสือต่อคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ขอให้พิจารณาใช้มาตรการค่าธรรมเนียมพิเศษสำหรับการนำเข้าผลิตภัณฑ์เหล็ก (surcharge) กรณีที่ไม่มีการขยายระยะเวลาการบังคับใช้มาตรการ safeguard ตามที่มติที่ประชุม BOI เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2558 ที่อนุมัติเรียกค่าธรรมเนียมพิเศษ (surcharge) สำหรับสินค้าเหล็กกลุ่มที่ยังไม่ได้รับการคุ้มครองจากมาตรการของรัฐ ตามมาตรา 49 ของ พ.ร.บ.ส่งเสริมการลงทุน พ.ศ.2520