“บลจ.ทาลิส” ตั้งเป้าดัชนีหุ้นไทยปี’62 แตะ 1,742 จุด
บลจ.ทาลิส มองกรอบดัชนีหุ้นปี’62 แตะ 1,742 จุด ประเมินกนง. คงดอกเบี้ยในการประชุมล่าสุดที่จะถึง ด้านการเลือกตั้งชี้ต้องได้ 350 เสียงขึ้นไปจึงจะเบิกจ่ายลงทุนคล่อง
นายฉัตรพี ตันติเฉลิม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ทาลิส จำกัด เปิดเผยถึงแผนงานในปี 2562 ว่า บลจ.ทาลิส ยังคงมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจเป็น “Boutique Asset Management” ที่เชี่ยวชาญการลงทุนในหุ้นและตราสารหนี้ในประเทศ โดยตั้งเป้าลูกค้าใหม่เข้ามาใช้บริการกองทุนส่วนบุคคลและกองทุนรวมมากขึ้น หรือมี AUM รวม ณ สิ้นปี 2562 แตะระดับ 10,000 ล้านบาท จาก AUM รวม ณ สิ้นปี 2561 ที่ 5,664 ล้านบาท รวมถึงมีแผนการออกกองทุนตราสารหนี้เพื่อเป็นทางเลือกเพิ่มขึ้น โดยช่องทางการขายผ่าน Selling agent นักวางแผนการลงทุนอิสระ (Independent Investment Planner : IIP) และช่องทางการให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์ คือ Internet Trading: TalisAM Online Channel และ Mobile Application: Streaming For Fund
ในปีที่ผ่านมาเป็นปีที่การลงทุนเกือบทุกสินทรัพย์เผชิญความผันผวนและผิดหวัง แม้ในช่วงต้นปี 2561 ตลาดจะประเมินว่าเศรษฐกิจโลกจะมีการขยายตัว ตามด้วยการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ แต่ปรากฏว่าตลาดเงินและตลาดทุนทั่วโลกกลับเผชิญแรงกดดันจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่องของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) และประเด็นสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีนตั้งแต่ปลายไตรมาสแรก และกลายมาเป็นจุดเริ่มต้นของความผันผวนในตลาดหุ้นและสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกก่อนที่จะจบปี 2561 ด้วยผลตอบแทนติดลบเกือบทุกสินทรัพย์
เช่นเดียวกับดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET Index) ที่ผลตอบแทนในปี 2561 ติดลบสวนทางกับตัวเลขการเติบโตของเศรษฐกิจในประเทศ รวมถึงกำไรบริษัทที่ปรับตัวดีขึ้น โดย ณ สิ้นปี 2561 ดัชนี SET Index ปิดที่ 1,564 จุด ลดลง 10.82% ในขณะที่ GDP ของประเทศไทย ขยายตัวที่ระดับ 4% ซึ่งดีกว่าช่วง 4 ปีก่อนหน้านี้ ที่ขยายตัวต่ำกว่า 4% เช่นเดียวกับกำไรของบริษัทจดทะเบียน ที่เติบโตเพิ่มขึ้นประมาณ 7% ทำให้ภาพรวมของอุตสาหกรรมกองทุนรวม ได้รับผลกระทบเช่นกัน โดยภาพรวม NAV ณ สิ้นปี 2561 อยู่ในระดับใกล้เคียงกับ ณ สิ้นปี 2560 จากการที่นักลงทุนชะลอการตัดสินใจลงทุน เพื่อเลี่ยงความผันผวนของตลาดหุ้น และผลตอบแทนที่ไม่เป็นไปตามคาดหวัง
“ผลการดำเนินงาน ย้อนหลัง 3 เดือน 6 เดือน 1 ปี ไม่ได้เป็นไปตามเป้าหมาย อย่างไรก็ดี ด้วยความคล่องตัวในการปรับตัวขององค์กรขนาดเล็ก โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ และผลจากความตั้งใจในการปรับกลยุทธ์การลงทุน ทำให้กองทุนของทาลิสนับจากต้นปีถึงสิ้นเดือนมกราคม 2562 สามารถสร้างผลตอบแทนได้ดีขึ้น
ในช่วงที่ตลาดเผชิญความผันผวนสูง ทีมผู้จัดการกองทุนของ บลจ.ทาลิส ได้พัฒนาและปรับกระบวนการทำงาน เพื่อประเมินสถานการณ์ตลาดล่วงหน้าให้ดีขึ้น รวมถึงวางกลยุทธ์การลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีในสภาวะตลาดที่ความผันผวนสูง รวมถึงได้ศึกษาการลงทุนใหม่ๆ ที่คาดว่าน่าจะตอบโจทย์ของลูกค้าได้ดีขึ้น ทั้งด้านความเสี่ยงและผลตอบแทนด้วย” นายฉัตรพีกล่าว
นายประภาส ตันพิบูลย์ศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน (บลจ.) ทาลิส จำกัด เปิดเผยว่า แม้ในปี 2561 ที่ผ่านมา SET Index จะติดลบเช่นเดียวกับตลาดหุ้นทั่วโลก แต่หากดูข้อมูลในระยะ 15 ปีย้อนหลัง จะพบว่าตลาดหุ้นไทยสามารถสร้างผลตอบแทนเฉลี่ยสูงที่สุดเป็นอันดับ 1 เหนือกว่าผลตอบแทนเฉลี่ยของดัชนีหุ้นขนาดใหญ่ของโลก ด้วยอัตราผลตอบแทนเฉลี่ยที่ระดับ 8.8% และหากดูข้อมูลผลตอบแทนจากการลงทุนย้อนหลังตลอด 18 ปีที่ผ่านมา (Total return) ตลาดหุ้นไทยก็ยังเป็นตลาดที่ให้ผลตอบแทนสูงในอันดับต้นๆ เป็นส่วนใหญ่อีกด้วย
ทั้งนี้ หากมองไปข้างหน้า บลจ.ทาลิส ยังเชื่อว่า ภาพระยะยาวของตลาดหุ้นไทย จะยังคงถูกขับเคลื่อนด้วยการเติบโตของกำไรของบริษัทจดทะเบียนเป็นหลัก โดยมองว่าจากนี้ไปอีก 10 ปี บริษัทจดทะเบียนของไทยจะสามารถทำกำไรเป็นสถิติใหม่เพิ่มขึ้นทุกปี สอดคล้องกับทิศทางเศรษฐกิจของประเทศไทยที่เชื่อว่าเริ่มเข้าสู่โหมดของการฟื้นตัวต่อเนื่อง
สำหรับมุมมองระยะสั้น บลจ.ทาลิส คาดว่า SET Index ในปี 2562 ดัชนีมีโอกาสฟื้นตัวดีขึ้นจากปีที่ผ่านมา โดยมองเป้าหมายดัชนีสิ้นปีไว้ที่ระดับ 1,742 จุด ภายใต้คาดการณ์กำไรบริษัทจดทะเบียนที่ 112.4 บาทต่อหุ้น หรือคิดเป็น EPS Growth ที่ระดับ 6% ปัจจัยบวกสำคัญ บลจ.ทาลิส ยังให้น้ำหนักกับการเลือกตั้งในประเทศ ทั้งนี้ ผลการเลือกตั้งต้องได้รัฐบาลที่มีเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร หรือมากกว่า 350 เสียง จึงจะเป็นบวกต่อตลาดทุน เนื่องจากจะทำให้สามรถเบิกจ่ายงบประมาณต่างๆ ได้อย่างราบรื่น
ด้านการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีน หากมีข้อสรุปว่าไม่มีการดำเนินมาตรการเพิ่มเติม จะถือว่าเป็นบวกต่อตลาดหุ้น รวมทั้ง ค่าเงินบาทที่แข็งค่า จากดุลบัญชีเดินสะพัดเป็นบวกจะส่งผลให้มีเงินไหลเข้าตลาดหุ้นไทย ในขณะที่มูลค่าหุ้น (Valuation) ของตลาดหุ้นปัจจุบันยังไม่แพงมากนัก อย่างไรก็ดี บลจ.ทาลิส ยังคงมองว่า SET Index ในปี 2562 มีโอกาสเผชิญความผันผวนสูง โดยให้กรอบการเคลื่อนไหวของดัชนีระหว่าง 1,551-1,861 จุด ซึ่งความเสี่ยงสำคัญที่นักลงทุนจะต้องติดตาม ได้แก่
– สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีนขยายตัวรุนแรงขึ้น
– การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะจีน
– อัตราการเติบโตของกำไรบริษัทจดทะเบียนในระดับต่ำ
– ราคาน้ำมัน ที่หากอยู่ในระดับต่ำจะส่งผลลบต่อกลุ่มพลังงาน แม้ว่าจะเป็นผลดีต่อเศรษฐกิจในภาพรวม
– การขึ้นอัตราดอกเบี้ยของไทย อย่างไรก็ตาม บลจ.ทาลิส ประเมินว่าในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) วันที่ 6 ก.พ.62 จะมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย เนื่องจากเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับที่ค่อนข้างต่ำ
– ผลการเลือกตั้ง หากไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาล หรือไม่ได้รัฐบาลเสียงข้างมาก
– การไม่ต่ออายุการลดหย่อนภาษี ของกองทุน LTF หลังปี 2562
ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต การลงทุนในกองทุนรวมตราสารแห่งทุนอาจมีความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาหลักทรัพย์ ผู้ลงทุนโปรดทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงดังกล่าวก่อนตัดสินใจลงทุน สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทาลิส จำกัด โทร. 02 015 0222 หรือ www.talisam.co.th