เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ครม.ไฟเขียว ‘ร่าง พ.ร.บ.ประกันสังคม’ ขยายอายุผู้ประกันตนถึง 65 ปี รับสังคมสูงวัย
Politics ครม.ไฟเขียว ‘ร่าง พ.ร.บ.ประกันสังคม’ ขยายอายุผู้ประกันตนถึง 65 ปี รับสังคมสูงวัย
เอกนิติ เปิด 3 เหตุผลขึ้น ‘ภาษีรถอีวีนำเข้า’ เป็น 35% จ่อโรดโชว์นักลงทุนญี่ปุ่น 17 พ.ย.นี้
Finance เอกนิติ เปิด 3 เหตุผลขึ้น ‘ภาษีรถอีวีนำเข้า’ เป็น 35% จ่อโรดโชว์นักลงทุนญี่ปุ่น 17 พ.ย.นี้
ครม.ไฟเขียว งบ 5.8 พันล้าน ชดเชยมาตรการ ‘ค่ารถไฟฟ้า 17-45 บาท’ ตั้งแต่ 1 ม.ค.-31 ธ.ค.70
Economic ครม.ไฟเขียว งบ 5.8 พันล้าน ชดเชยมาตรการ ‘ค่ารถไฟฟ้า 17-45 บาท’ ตั้งแต่ 1 ม.ค.-31 ธ.ค.70
‘ครม.สัญจร อุดร’ ดันอีสานตอนบน เป็นฐานผลิตอาหารโลก เล็ง ‘บึงกาฬ’ เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ
Politics ‘ครม.สัญจร อุดร’ ดันอีสานตอนบน เป็นฐานผลิตอาหารโลก เล็ง ‘บึงกาฬ’ เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ
ราคาทองวันนี้ (3 พ.ย. 69) ปรับขึ้น 300 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 63,500 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (3 พ.ย. 69) ปรับขึ้น 300 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 63,500 บาท
ROH แจ้ง ตลท. 2 เรื่องใหญ่ CFO ลาออก-ปลดล็อกฟรีโฟลตผ่านเกณฑ์ พ้นเหตุเสี่ยงเพิกถอน
Finance ROH แจ้ง ตลท. 2 เรื่องใหญ่ CFO ลาออก-ปลดล็อกฟรีโฟลตผ่านเกณฑ์ พ้นเหตุเสี่ยงเพิกถอน
แอสเซทไวส์ ขยายพอร์ตแนวราบ “โฮมออฟฟิศพรีเมียม-บ้านแบรนด์ใหม่” บนมิกซ์ยูส “ไวส์ พาร์ค รังสิต”
Real Estate แอสเซทไวส์ ขยายพอร์ตแนวราบ “โฮมออฟฟิศพรีเมียม-บ้านแบรนด์ใหม่” บนมิกซ์ยูส “ไวส์ พาร์ค รังสิต”
20 สมาคมผู้ใช้วัตถุดิบอาหารสัตว์ ยื่นหนังสือถึง ‘ศุภจี’ รอบ 3 จี้เร่งถก นบขพ.รับมือราคาพุ่ง
Economic 20 สมาคมผู้ใช้วัตถุดิบอาหารสัตว์ ยื่นหนังสือถึง ‘ศุภจี’ รอบ 3 จี้เร่งถก นบขพ.รับมือราคาพุ่ง
DELTA หลุดแนวรับ 198 บาท จับตาด่านต่อไป 188 บาท โบรกฯ เตือนเสี่ยงร่วงลึก
Finance DELTA หลุดแนวรับ 198 บาท จับตาด่านต่อไป 188 บาท โบรกฯ เตือนเสี่ยงร่วงลึก
สงครามไซเบอร์ แฮกเกอร์โจมตีตู้แช่ซูเปอร์ฯ 7 ประเทศยุโรป เร่งอุณหภูมิพุ่ง 50 องศา
World สงครามไซเบอร์ แฮกเกอร์โจมตีตู้แช่ซูเปอร์ฯ 7 ประเทศยุโรป เร่งอุณหภูมิพุ่ง 50 องศา
ดูทั้งหมด

หอการค้าคาดส่งออกโต4.4% จับตาค่าบาทผันผวนหนัก เฉลี่ยทั้งปี32บาท/ดอลลาร์

14 ก.พ. 2562 | 08:17น.
หอการค้าไทยประเมินส่งออกไทยปี62 ขยายตัว 4.4% หรือต่ำสุดในรอบ 3 ปี เหตุเศรษฐกิจโตแค่ 3.5% น้ำมันดิบ 60 เหรียญ/บาร์เรล และอัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ 32 บาท/เหรียญ แต่ต้องจับตาผลการเจรจาสงครามการค้าจีน-สหรัฐจะออกมาอย่างไร แนะไทยยังเร่งเจาะตลาดใหม่มากขึ้น อินเดีย รัสเซีย ตลาดเก่ายังต้องรักษาส่วนแบ่งไว้ หวั่นเศรษฐกิจจีนหดตัวกระทบชิ่งส่งออกไทยทรุด

ศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้เผยแพร่การวิเคราะห์ทิศทางการส่งออกไทยปี 2562 โดย นายอัทธ์ พิศาลวานิช ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ คาดการณ์ว่า การส่งออกไทยจะขยายตัว 4.4% ซึ่งเป็นการโตต่ำสุดในรอบ 3 ปี นับตั้งแต่ปี 2560 แต่อยู่ในกรอบระหว่าง 3.2-4.6% ภายใต้สมมุติฐานที่ส่งผลกระทบ เช่น เศรษฐกิจโลกขยายตัว 3.5% ราคาน้ำมันดิบเฉลี่ย 60 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล อัตราแลกเปลี่ยน 32 บาท/เหรียญสหรัฐ การเจรจาเพื่อยุติสงครามการค้าระหว่างจีน-สหรัฐประสบความสำเร็จ ไม่มีการขึ้นภาษีเพิ่มเติม โดยอัตราภาษียังอยู่ที่ 10% และสถานการณ์ Brexit ไม่มีผลกระทบรุนแรง สถานการณ์ส่วนใหญ่เป็นไปในทิศทางปกติ

ทั้งนี้ ได้ประมาณการส่งออกไว้ 3 สถานการณ์ ได้แก่ เหตุการณ์ทุกอย่างเป็นไปในทางปกติ ภาพการส่งออกทั้งปีจะขยายตัวอยู่ที่ 4.4% แต่หากสถานการณ์ดีขึ้น เศรษฐกิจโลกขยายตัว 3.7% ราคาน้ำมันดิบประมาณ 70 เหรียญ/บาร์เรล อัตราแลกเปลี่ยน 33 บาท/เหรียญ จีนและสหรัฐเจรจาไม่มีการขึ้นภาษี สถานการณ์ Brexit ไม่รุนแรง การส่งออกไทยทั้งปีจะขยายตัว 4.6% และกรณีสุดท้าย สถานการณ์เลวร้ายที่สุด การขยายตัวของเศรษฐกิจโลก 2.9% ราคาน้ำมันดิบ 50 เหรียญ/บาร์เรล อัตราแลกเปลี่ยน 31 บาท/เหรียญ การเจรจาระหว่างสหรัฐและจีนล้มเหลว ทำให้สหรัฐขึ้นภาษีจาก 10% เป็น 20% ตามแผนเดิม ขณะที่ปัญหา Brexit ไม่รุนแรง ภาพรวมจะทำให้การส่งออกไทยตลอดทั้งปี 2562 ขยายตัวได้แค่ 3.2%

“หากดูสัดส่วนการส่งออกสินค้าไทยไปในตลาดโลก 70% ยังคงอยู่ที่ตลาดสหรัฐ ญี่ปุ่น ยุโรป อาเซียน และจีน โดยเฉพาะตลาดจีนในปีนี้มีความน่ากังวล เพราะไทยพึ่งพิงการตลาดจีนมากขึ้น ขณะที่เศรษฐกิจจีนคาดว่าจะปรับตัวลดลงเรื่อย ๆ นับจากนี้ รวมถึงเศรษฐกิจสหรัฐด้วย ซึ่งก็จะมีผลต่อเนื่องให้เศรษฐกิจโลกปรับตัวลดลง เมื่อเศรษฐกิจประเทศเหล่านี้ไม่ดี การส่งออกไทยก็จะไม่ขยายตัว แต่ทั้งนี้ ตลาดจีน-สหรัฐยังคงเป็นตลาดสำคัญที่ไทยจำเป็นต้องรักษาตลาดและส่วนแบ่งตลาดไว้ ส่วนอีก 30% ไทยส่งออกไปในกลุ่มตลาดใหม่ อินเดีย แอฟริกา บราซิล อเมริกาใต้ เป็นต้น แต่สัดส่วนการส่งออกไปจากไทยยังน้อย จึงมองว่าไทยควรที่จะขยายตลาดมากขึ้น” นายอัทธ์กล่าว

ส่วนปัจจัยกระทบอื่น ๆ ที่มีผลกระทบต่อการส่งออกไทย เช่น ราคาสินค้าเกษตรมีแนวโน้มปรับตัวลดลง, การถูกตัดสิทธิพิเศษ GSP 11 รายการของไทยไปสหรัฐ รวมไปถึงประเด็นที่ต้องติดตามอย่างการส่งออกของไทยไปสหภาพยุโรปลดลง เนื่องจากในปี 2562 ข้อตกลงเขตการค้าเสรี (FTA) ระหว่างสหภาพยุโรปกับเวียดนามจะมีผลบังคับใช้ ซึ่งก็จะมีผลกระทบต่อการแข่งขันในบางสินค้ากับไทย โดยเฉพาะสินค้าเกษตร การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยจะมีผลต่อค่าเงินบาทแข็งค่า ล้วนเป็นปัจจัยที่กระทบต่อภาพการแข่งขันและการส่งออกไทยในปีนี้

“เฉพาะกรณีสงครามการค้าระหว่างสหรัฐ-จีน หากการเจรจาล้มเหลว ทั้ง 2 ประเทศมีการปรับขึ้นภาษีระหว่างกัน และเพิ่มรายการสินค้าในการเก็บภาษี จะทำให้การส่งออกไทยได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าลดลง 1.9% หรือมีมูลค่าที่หายไป 4,427 ล้านเหรียญ แต่หากกรณีเจรจาล้มเหลวมีการปรับขึ้นภาษี แต่ไม่ได้เพิ่มรายการสินค้า การส่งออกไทยจะหดตัว 1.0% หรือมูลค่าที่หายไป 2,367 ล้านเหรียญ และกรณีดีที่สุด การเจรจา 2 ฝ่ายประสบผลสำเร็จ ไม่มีการปรับขึ้นภาษี ไทยจะได้รับผลกระทบเพียง 0.5% หรือมูลค่าที่หายไปเพียง 1,181 ล้านเหรียญเท่านั้น

และหากพิจารณาเป็นรายสินค้าที่ประเทศไทยได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เช่น ตลาดสหรัฐ กลุ่มสินค้าที่ไทยได้รับผลกระทบจากการส่งออก ได้แก่ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบของเครื่องจักรกล, เครื่องนุ่งห่ม, ผลิตภัณฑ์ยาง, รถยนต์อุปกรณ์และส่วนประกอบ, ข้าว เป็นต้น ขณะที่การส่งออกไทยไปตลาดจีน สินค้าที่กระทบ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ยาง, เคมีภัณฑ์, ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง, รถยนต์อุปกรณ์และส่วนประกอบ, ผลไม้สดแช่เย็นแช่แข็งและแห้ง และเม็ดพลาสติก

นอกจากนี้ “ค่าเงินบาท” ก็ยังเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม เนื่องจากตั้งแต่ต้นปี 2562 ค่าเงินบาทไทยยังมีความผันผวน โดยเดือนมกราคม ค่าเงินบาทไทยแข็งค่า 3.4% หรือแข็งค่ามากที่สุดในเอเชีย ส่วนเดือนกุมภาพันธ์ ค่าเงินบาทอ่อนค่าลง 3.0% “ซึ่งยังคงผันผวนอยู่” โดยหอการค้าไทยประมาณการว่า หากค่าเงินบาททั้งปี 2562 อยู่ที่ 32 บาท/เหรียญ การส่งออกไทยจะลดลง 0.1% มีมูลค่า 341.23 ล้านเหรียญ หากค่าเงินบาทอยู่ที่ 31 บาท/เหรียญ การส่งออกไทยจะลดลง 0.4% มีมูลค่า 1,099 ล้านเหรียญ และหากค่าเงินบาทอยู่ที่ 33 บาท/เหรียญ การส่งออกไทยจะเพิ่มขึ้น 0.9% มีมูลค่า 2,198 ล้านเหรียญ

อย่างไรก็ดี หากจะทำให้การส่งออกไทยขยายตัวเพิ่มขึ้น จากที่ประเมินจะต้องเพิ่มกิจกรรม-การเจรจาการค้าให้มากขึ้น เพื่อให้การส่งออกเติบโต และมุ่งเน้นเข้าไปทำตลาดใหม่ เช่น รัสเซีย อินเดีย ตะวันออกกลาง บราซิล เนื่องจากที่ผ่านมาการทำตลาดไทยไปในกลุ่มนี้ยังน้อย และโอกาสของสินค้าที่น่าจะไปได้ดี

คลิกอ่านเพิ่มเติม..  “กกร.” หวั่นสงครามการค้า-บาทแข็ง-Brexit ลากยาว ทำ GDP หด ส่งออกปี’62 ร่วงเหลือ 5-7%

 

ไม่พลาดข่าวสารเศรษฐกิจ เจาะลึกทุกประเด็นทั้งภาครัฐ-เอกชน เพิ่มเราเป็นเพื่อนที่ Line ได้เลย พิมพ์ @prachachat หรือ คลิกลิงก์ https://line.me/R/ti/p/@prachachat 

หรือจะสแกน QR Code ในรูป เราพร้อมเสิร์ฟข่าวเศรษฐกิจ-ธุรกิจถึงมือผู้อ่านทันที!