สูตรรัฐบาลงูเห่า
คอลัมน์ สามัญสำนึก
โดย อิศรินทร์ หนูเมือง
เสียงที่ทำเนียบรัฐบาล ประสานกับเสียงแกนนำพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) แม้จะแผ่วราวกระซิบ แต่ส่งแรงสั่นสะเทือนไปถึงพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.)
กึกก้อง-ด้วยการ “ดีล” ร่วมรัฐบาล หลังการเลือกตั้ง
ข่าวการตีตราจองกระทรวงใหญ่ลอยลม แต่หนักแน่น ด้วยคอนเน็กชั่นเก่าแก่และพิเศษ
ชื่อกรณ์ จาติกวณิช อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ถูกปล่อยจากวงในว่าจะได้เป็นขุนคลังคืนถิ่น
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ “สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” หวงแหน ถูก “สุเทพ เทือกสุบรรณ” เอ่ยชื่อ-แสดงความจำนงไว้ล่วงหน้า
ไม่นับรวม MOU ระหว่างกุนซือนายทหารพลังประชารัฐ กับทีมสุเทพ ที่ผูกดวงกระทรวงศึกษาธิการไว้แล้ว
การดีลล็อกรัฐบาลล่วงหน้า มีที่มาจากสมการเสียง ส.ส.พึงได้ ของ 3 พรรคใหญ่ 1 พรรคขนาดกลาง และพรรคตัวแทนมวลมหาประชาชน
ดีดลูกคิดตัวเลข 3 พรรคใหญ่ คาดการณ์จำนวน ส.ส. เพื่อไทยยังครองอันดับ 1 ประชาธิปัตย์อันดับ 2 พลังประชารัฐอันดับ 3 และภูมิใจไทยอันดับ 4
พรรคที่เหลือได้ ส.ส.เข้าสภาต่ำกว่า 25 เสียง ถูกเขี่ยไปรวมกับอีกขั้วเป็นฝ่ายค้าน
สูตรรัฐบาลใหม่ จึงไม่พ้นการดึงงูเห่า เอามาเป็นพวกเพื่อล็อกโหวต ให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ขึ้นแท่นดับเบิลเก้าอี้นายกรัฐมนตรีอีกสมัย
ทันทีที่ กกต.รับรอง ส.ส.ทั้งระบบเขตและบัญชีรายชื่อ ครบ 95% หรือจำนวน ส.ส. 475 คน ภายใน 9 พฤษภาคม 2562 จะมีการเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎร
ขั้นตอนการชิงธงในสภา ภายใต้สมมุติฐานเสียง 4 ลำดับ บวกกับพรรค “มวลมหาประชาชน”
ดีลแรก-โหวตเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร ข้อตกลงใต้ดิน มีชื่อหัวหน้าพรรคที่ได้เสียงลำดับที่ 2 เป็นผู้ได้นั่งบัลลังก์
ดีลจังหวะที่สอง-โหวตเลือกนายกรัฐมนตรี พรรค พปชร.+ปชป.+ภูมิใจไทย+พรรคสุเทพ และ ส.ว. 250 เสียง ชู “บิ๊กตู่” เป็นนายกฯ ฝ่าตัวเลข 376 ได้ไม่ยาก
แต่หากดีลที่ 1-2 ไม่ราบรื่น เพราะเสียง ปชป.ไม่สนับสนุนจะเกิดการดีลจังหวะที่ 3 คือใช้เนื้อเสียง พปชร.เป็นฐาน+เพื่อนสุเทพใน ปชป.+พรรคอนุทิน+พรรคศิลปอาชา+พรรคสุวัจน์ และพรรคสุเทพ จะได้เสียงปริ่มน้ำ เกิน 250 เล็กน้อย
สุเทพ-บอกว่าพื้นที่ปลอดภัยของพรรคร่วมรัฐบาล น่าจะต้องมีไม่น้อยกว่า 270 เสียง
ในดีลนี้ จำเป็นต้องมี “งูเห่า” ร่วมโหวต-ร่วมขบวน ไม่น้อยกว่า 30 เสียง ตามที่รัฐธรรมนูญเปิดทางไว้ หากโหวตสวนกับมติพรรค-ถูกขับออกจากพรรค หาสังกัดพรรคใหม่ได้ภายใน 30 วัน
อดีตผู้จัดการรัฐบาล วิเคราะห์ว่า “ถ้าพรรคใหญ่ได้เกิน 100 เสียงแค่ 2 พรรค ดังนั้น 3 พรรครวมกันก็ได้ 300 เสียงพรรคที่เหลือก็หารกันใน 200 เสียง เพราะฉะนั้นโอกาสที่พรรคฝ่ายทักษิณ เขาจะรวมกันแล้วได้ 250 เป็นไปไม่ได้”
คีย์แมนนักการเมืองจากพรรคใหญ่ คาดตรงกันว่า “พรรคทักษิณ+พรรคเครือข่าย” ไม่ถึง 250 เสียง
สุเทพ-อธิบายดีลจัดตั้งรัฐบาลก่อนเลือกตั้ง 20 วัน ว่า “พล.อ.ประยุทธ์ ต้องมีเสียงในสภาล่างอย่างน้อย 126 เสียง เพราะมีต้นทุนแล้ว 250 (ส.ว.) เท่ากับ 376 เสียง เกินครึ่งของรัฐสภา”
“พอเป็นนายกฯเสร็จก็จัดตั้งรัฐบาล ก็เรียกพรรค ก. พรรค ข. พรรค ค. มาเจรจา ผมเคยเป็นผู้จัดการรัฐบาล ผมทำเป็น รวมแล้วได้ 270 เสียง กฎหมายเข้าสภาเมื่อไรก็ผ่านหมด”
“ถ้าผมเป็น พล.อ.ประยุทธ์ ผมก็ต้องระวัง ไม่ให้ฝ่ายทักษิณรวบเสียงเกิน 251 ไม่งั้นจะเป็นอุปสรรครัฐบาล ได้เป็นนายกฯแต่เสนอกฎหมายอะไรก็แพ้หมด”
อีกสูตรเรียกว่า “เปรมโมเดล 2019” คือ ส.ว.+ส.ส. 2 ใน 3 ของ 2 สภา เกิน 500 เสียง ชู “บุคคลที่ทุกฝ่ายยอมรับ” ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี เกมนี้พรรค ปชป. จึงจะยอมร่วมกับ พปชร.แบบมีเงื่อนไข
สูตรทั้งหมดนี้ไม่ควรลืมว่า วันที่ 22-25 มี.ค. 62 จะมีการแต่งงานการเมือง ที่ฝ่ายทักษิณเตรียมจัดเต็มที่ฮ่องกง ทั้งทีมนักธุรกิจ-สายการเมือง
การจัดตั้งรัฐบาลนอกประเทศ ก็มีความหมายไม่แพ้กัน !