เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘เอกนิติ’ ขึ้น 4 เวที IMF-World Bank ถกทวิภาคี 30 นัดคีย์แมนการเงินโลก
Finance ‘เอกนิติ’ ขึ้น 4 เวที IMF-World Bank ถกทวิภาคี 30 นัดคีย์แมนการเงินโลก
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (11 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 0.48% อยู่ที่ 82,929 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (11 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 0.48% อยู่ที่ 82,929 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (11 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (11 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
เช็กรายชื่อ 100 ผู้สมัครบอร์ดประกันสังคม ‘ฝ่ายผู้ประกันตน’ ชิงเค้กดูแลเงินกองทุน 2.5 ล้านล้าน
Politics เช็กรายชื่อ 100 ผู้สมัครบอร์ดประกันสังคม ‘ฝ่ายผู้ประกันตน’ ชิงเค้กดูแลเงินกองทุน 2.5 ล้านล้าน
เช็กรายชื่อ 85 ผู้สมัครฝั่งนายจ้าง ศึกเลือกตั้ง ‘บอร์ดประกันสังคม 2569’ ทั้งบิ๊กธุรกิจ-ผู้นำหน่วยงาน
Politics เช็กรายชื่อ 85 ผู้สมัครฝั่งนายจ้าง ศึกเลือกตั้ง ‘บอร์ดประกันสังคม 2569’ ทั้งบิ๊กธุรกิจ-ผู้นำหน่วยงาน
กางนโยบาย 6 กลุ่มผู้สมัครชิง ‘บอร์ดประกันสังคม 2569’ แก้โจทย์กองทุน 2.5 ล้านล้าน
Politics กางนโยบาย 6 กลุ่มผู้สมัครชิง ‘บอร์ดประกันสังคม 2569’ แก้โจทย์กองทุน 2.5 ล้านล้าน
เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม เช็กสถานที่-เอกสาร ก่อนเข้าคูหา 11 ต.ค.นีั้
News เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม เช็กสถานที่-เอกสาร ก่อนเข้าคูหา 11 ต.ค.นีั้
สก็อตต์ เบสเซนต์ ขุนคลังสหรัฐไม่เข้าร่วมประชุม IMF-World Bank ที่ไทย
World สก็อตต์ เบสเซนต์ ขุนคลังสหรัฐไม่เข้าร่วมประชุม IMF-World Bank ที่ไทย
ในหลวง พระราชินี เสด็จฯ มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี เสด็จฯ มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี
เสิร์ฟเมนู“ปลานิล” ปลาของพ่อ บนเวที IMF-Worldbank
Biz Movement เสิร์ฟเมนู“ปลานิล” ปลาของพ่อ บนเวที IMF-Worldbank
ดูทั้งหมด

สิงคโปร์ออกกฎหมายใหม่คุมสื่อออนไลน์เสนอเนื้อหาบิดเบือน พร้อมบทลงโทษหนัก

08 เม.ย. 2562 | 08:59น.

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า เมื่อวันที่ 7 เมษายน บรรดาตัวแทนของบริษัทเทคโนโลยีด้านไอทีขนาดใหญ่ในสิงคโปร์ รวมถึงนักเคลื่อนไหวและองค์กรพัฒนาเอกชน (เอ็นจีโอ) พากันแสดงความกังวลในทางลบต่อร่างกฏหมายเพื่อการควบคุมสื่อออนไลน์ใหม่ของทางการสิงคโปร์ที่เผยแพร่สู่สาธารณะเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งมีบทบัญญัติต่อต้านการนำเสนอข่าวสารที่ผิดหรือไม่ถูกต้องตามข้อเท็จจริงผ่านเว็บไซต์และสื่อสังคมออนไลน์ทั้งหลาย พร้อมบทลงโทษทั้งโทษจำคุกและปรับเป็นเงินมหาศาลสำหรับผู้ละเมิดและบริษัทเจ้าของสื่อดังกล่าวเหล่านั้น โดยระบุว่าเป็นการเคลื่อนไหวเพื่อปิดกั้นเสรีภาพในการแสดงออกในประเทศนี้

ในร่างกฎหมายที่นำเสนอโดยกระทรวงนิติการและกิจการภายใน ซึ่งมีนาย เค. ชานมูกัมเป็นรัฐมนตรีและคาดว่าจะผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภาซึ่งสมาชิกเกือบทั้งหมดสังกัดพรรครัฐบาลได้ไม่ยากในเร็วๆ นี้ กำหนดให้รัฐมนตรีทั้งหลายมีอำนาจสั่งการให้ผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์ทั้งหลายอย่างเช่น เฟซบุ๊ก, ทวิตเตอร์ หรือ กูเกิล จำเป็นต้องโพสต์ข้อความเตือนและแก้ไขให้ถูกต้องเอาไว้ติดต่อกับเนื้อหาในโพสต์ใดๆ ที่รัฐบาลเห็นว่ามีเนื้อหาผิดๆ หรือบิดเบือน เรื่อยไปจนถึงในกรณีที่ร้ายแรงก็สามารถสั่งการให้เจ้าของเว็บไซต์ ลบโพสต์ดังกล่าวได้ทันที

ทั้งนี้ในกรณีที่เกิดการฝ่าฝืนด้วยเจตนามุ่งร้ายและสร้างความเสียหายให้กับผลประโยชน์ของประเทศสิงคโปร์ บรรดาบริษัทเจ้าของกิจการสื่อสังคมออนไลน์ดังกล่าวเหล่านั้นอาจถูกลงโทษปรับให้สูงสุดถึง 1 ล้านเหรียญสิงคโปร์ หรือราว 23.5 ล้านบาท ในขณะที่ปัจเจกบุคคลที่รับผิดชอบในการละเมิด อาจถูกลงโทษจำคุกได้นานถึง 10 ปี

รัฐบาลสิงคโปร์ ซึ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์มาโดยตลอดว่าควบคุมทุกอย่างในประเทศอย่างเข้มงวด รวมถึงการจำกัดเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของพลเรือน อ้างว่ามาตรการต่างๆ เหล่านั้นเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อยับยั้งไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดหมุนเวียนของข้อมูลข่าวสารที่ผิดๆ และบิดเบือน ซึ่งจะก่อให้เกิดความแตกแยกขึ้นในประเทศอย่างสิงคโปร์ที่มีประชากรหลายเชื้อชาติอยู่รวมกัน

อย่างไรก็ตามสมาพันธ์อินเตอร์เน็ตแห่งเอเชีย (เอไอซี) ซึ่งเป็นองค์กรที่เกิดจากการรวมตัวกันของกิจการในอุตสาหกรรมไอทีในเอเชียซึ่งรวมถึง เฟซบุ๊ก, ทวิตเตอร์และกูเกิล ระบุว่าร่างกฎหมายฉบับนี้มีเนื้อหาสุดโต่งที่สุดในบรรดากฎหมายทั้งหลายในทุกประเทศที่บัญญัติขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ทำนองเดียวกัน และเชื่อว่าการเข้มงวดมากเกินไปดังกล่าวนี้จะทำให้เสรีภาพในการแสดงออกและการพูดตกอยู่ในสภาพเสี่ยงทันที ในขณะที่นายไซมอน มิลเนอร์ รองประธานฝ่ายนโนยบายภาครัฐในเอเชีย-แปซิฟิกของเฟซบุ๊ก ยอมรับว่าเป็นกังวลต่อการให้อำนาจรัฐมนตรีสั่งการให้ลบข้อความที่โพสต์ไว้ได้ เพราะเฟซบุ๊กยึดถือการเป็นพื้นที่ซึ่งเปิดกว้างให้ผู้คนสามารถแสดงออกได้โดยเสรีและปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญต่อบริษัท ดังนั้นเราจึงจำเป็นต้องจัดการกับคำขอของรัฐบาลอย่างระมัดระวังที่สุดและใคร่ครวญให้รอบคอบที่สุด

นาย เค. ชานมูกัม ตอบโต้ข้อวิพากษ์วิจารณ์ดังกล่าวเอาไว้ในเฟซบุ๊กโพสต์ของตนเองในวันเดียวกันนี้ ระบุว่า มาตรการตามกฏหมายใหม่นี้พุ่งเป้าไปที่การเผยแพร่ข้อความที่ผิดหรือบิดเบือนจากข้อเท็จจริงเท่านั้น ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องของการแสดงความคิดเห็นหรือการวิพากษ์วิจารณ์แต่อย่างใด และผู้ถูกกล่าวก็สามารถอุทธรณ์คำสั่งของทางการต่อศาลได้ ซึ่งทำให้ในที่สุดแล้วศาลจะเป็นผู้ชี้ขาดว่าอะไรผิดอะไรถูก แต่ถูกตอบโต้จากนักเคลื่อนไหวและองค์กรเอ็นจีโอว่า จะมีประชาชนธรรมดาสักกี่คนที่ตัดสินใจฟ้องร้องรัฐบาลและมีเงินพร้อมที่จะต่อสู้คดีได้

 

ที่มา:มติชนออนไลน์

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สื่อออนไลน์