คลังลดจีดีพีเหลือโต 3.8% ชี้เห็นสัญญาณครึ่งปีแรกโตแผ่ว 3% สาเหตุชงมาตรการพยุงเศรษฐกิจ ครม. พรุ่งนี้ ประเมินมีผลช่วยศก.โตได้เพิ่ม 0.1%
นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวว่า กระทรวงการคลังได้ปรับประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2562 โดยคาดว่าจะขยายตัวที่ 3.8% ต่อปี ชะลอลงกว่าที่ประมาณการไว้ในเดือน ม.ค. ที่คาดว่าจะโตได้ 4% ซึ่งสาเหตุหลัก มาจากการส่งออกที่ชะลอตัวกว่าที่คาด ทำให้คาดว่าปีนี้การส่งออกจะขยายตัวแค่ 3.4% จากเดิมคาดที่ 4.5%

“เราประเมินว่า ครึ่งปีแรกเศรษฐกิจจะขยายตัวได้ราว 3% ส่วนครึ่งปีหลังน่าจะอยู่ในช่วง 4.5-4.6% ซึ่งหลังจากตัวเลขไตรมาสแรกออกมา เราเห็นสัญญาณการชะลอตัว จึงได้เสนอมาตรการพยุงเศรษฐกิจออกมา โดยผลของมาตรการหากทำตามแพ็กเกจที่เสนอจะช่วยให้เศรษฐกิจขยายตัวได้เพิ่มขึ้น 0.1% แต่ขึ้นกับการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พรุ่งนี้ (30 มิ.ย.) ว่าจะเลือกมาตรการใดบ้าง” นายลวรณกล่าว
นายพิสิทธิ์ พัวพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายเศรษฐกิจมหภาค สศค. กล่าวว่า การปรับประมาณการเศรษฐกิจ มาจาก 5 สมมุติฐานหลักด้วยกัน คือ 1) เศรษฐกิจ 15 ประเทศคู่ค้าของไทย คาดว่าจะชะลอกว่าเดิม โดยคาดว่าจะโต 3.59% จากเดิมคาด 3.75% เมื่อเดือน ม.ค.2562 ซึ่งเศรษฐกิจชะลอลงทั้งสหรัฐอเมริกา จีน ยูโรโซน ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย เกาหลีใต้ สิงคโปร์ ฮ่องกง และ ไต้หวัน
2) ค่าเงินบาทเฉลี่ยทั้งปีน่าจะอยู่ที่ 32 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าขึ้นประมาณ 1% จากค่าเงินบาทเฉลี่ยในปี 2561 ที่อยู่ที่ 31 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งตั้งแต่ต้นปี 2562 จนถึงวันที่ 26 เม.ย. ค่าเงินบาทเฉลี่ยอยู่ที่ 31.67 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ หรือแข็งค่าขึ้น 2% จากค่าเฉลี่ยทั้งปี 2561

“ถ้ามองเป็นดัชนีค่าเงินบาทเทียบกับค่าเงินของ 15 ประเทศคู่ค้า ค่าเงินบาทน่าจะแข็งค่าขึ้น 2.7% จากปีก่อน โดยเรามองปัจจัยที่มีผลกระทบต่อค่าเงินบาท ได้แก่ การคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐ ทำให้ส่วนต่างกับดอกเบี้ยนโยบายของไทยไม่เพิ่มขึ้น ซึ่งเราก็คาดว่าดอกเบี้ยนโยบายของไทยทั้งปีทรงตัวที่ 1.75% เท่ากับปัจจุบัน ขณะที่การเกินดุลบัญชีเดินสะพัดค่อนข้างมาก และ สถานการณ์เงินทุนเคลื่อนย้ายที่จะมีผลกระทบกับค่าเงินบาท โดยปัจจัยเสี่ยงก็ต้องดูสงครามการค้า นโยบายเศรษฐกิจสหรัฐและนโยบายการเงิน และความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์และการเมือง” นายพิสิทธิ์กล่าว
3) ราคาน้ำมันดิบดูไบ ที่ถือว่าเปลี่ยนแปลงค่อนข้างมาก จากเดิมคาดเฉลี่ยทั้งปีอยู่ที่ 63 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เป็น 68 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล โดยปัจจัยสำคัญมาจากการคว่ำบาตรอิหร่านของสหรัฐ ขณะที่สถานการณ์ราคาน้ำมันตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันอยู่ที่เฉลี่ย 65 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล โดยราคาปัจจุบันอยู่ที่ 73 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล
“สงครามการค้าของจีนและสหรัฐ และ การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก จะเป็นปัจจัยที่อาจจะมากระทบกับราคาน้ำมันดิบดูไบในช่วงต่อจากนี้ไป” นายพิสิทธิ์กล่าว
4) จำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศ คาดว่าจะอยู่ที่ 40 ล้านคน หรือขยายตัวจากปีก่อน 4.5% เท่ากับที่เคยคาดการณ์ครั้งก่อน ซึ่งช่วง ม.ค.-มี.ค. จำนวนนักท่องเที่ยวเข้ามาสูงกว่าคาดเล็กน้อย จึงเชื่อว่าช่วงที่เหลือจะเป็นไปตามเป้า ขณะที่รายได้จากการท่องเที่ยวคาดว่าจะอยู่ที่ 2.13 ล้านล้านบาท โดยครึ่งปีหลังคาดว่าจะเริ่มเห็นการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวจีน
และ 5) รายจ่ายภาคสาธารณะ คาดว่าปีงบประมาณ 2562 จะเบิกจ่ายได้ที่ 90.8% หรือ 2.98 ล้านล้านบาท จากทั้งหมด 3.76 ล้านล้านบาท โดยคาดว่างบฯ ประจำจะเบิกจ่ายได้ 99% และงบฯ ลงทุน 61%
