เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“ศุภจี” เช็กสต๊อก CP All ยันสินค้าพอ ตั้ง War Room เร่งกระจายทั่วพื้นที่น้ำท่วม คุมเข้มราคาสินค้าจำเป็น
Economic “ศุภจี” เช็กสต๊อก CP All ยันสินค้าพอ ตั้ง War Room เร่งกระจายทั่วพื้นที่น้ำท่วม คุมเข้มราคาสินค้าจำเป็น
กทม.เปิดเยียวยาน้ำท่วม 2 ระบบ ยื่นออนไลน์แอพพ์ “ทางรัฐ–กทม.”
News กทม.เปิดเยียวยาน้ำท่วม 2 ระบบ ยื่นออนไลน์แอพพ์ “ทางรัฐ–กทม.”
เกษตรฯ เตรียมรับฝนหนัก 4-7 และ 9-12 ต.ค. แบ่ง 4 พื้นที่เสี่ยง ระดมเรือ-เครื่องสูบน้ำสแตนด์บาย 24 ชม.
Economic เกษตรฯ เตรียมรับฝนหนัก 4-7 และ 9-12 ต.ค. แบ่ง 4 พื้นที่เสี่ยง ระดมเรือ-เครื่องสูบน้ำสแตนด์บาย 24 ชม.
“ศุภจี” ส่งถุงยังชีพ 2,000 ชุดช่วยน้ำท่วมปราจีนบุรี เร่งคุมสินค้า–ราคา เตรียม “ธงฟ้า” ฟื้นฟูหลังน้ำลด
Economic “ศุภจี” ส่งถุงยังชีพ 2,000 ชุดช่วยน้ำท่วมปราจีนบุรี เร่งคุมสินค้า–ราคา เตรียม “ธงฟ้า” ฟื้นฟูหลังน้ำลด
กทม.เร่งสูบน้ำ “ฝั่งตะวันออก” โยกเครื่องช่วย“ลาดกระบัง” พร่องแก้มลิงรับฝนระลอกใหม่
News กทม.เร่งสูบน้ำ “ฝั่งตะวันออก” โยกเครื่องช่วย“ลาดกระบัง” พร่องแก้มลิงรับฝนระลอกใหม่
มิตซูบิชิ ปาเจโร เนียน นุ่ม แรง หรู
Automotive มิตซูบิชิ ปาเจโร เนียน นุ่ม แรง หรู
“แมคโดนัลด์” เปิดธุรกิจโฆษณา ต่อยอด 1.4 หมื่นสาขาสู่ช่องทางสื่อ
Business “แมคโดนัลด์” เปิดธุรกิจโฆษณา ต่อยอด 1.4 หมื่นสาขาสู่ช่องทางสื่อ
ยศชนัน งัดเทคโนโลยี-บิ๊กดาต้า รับมือวิกฤตน้ำเหนือ เล็งปรับโครงสร้างชุมชน
Politics ยศชนัน งัดเทคโนโลยี-บิ๊กดาต้า รับมือวิกฤตน้ำเหนือ เล็งปรับโครงสร้างชุมชน
เดิมพันใหม่ธุรกิจประกันไทยนายกสมาคมเปิดใจรับมือ ‘ภัยพิบัติ’
Finance เดิมพันใหม่ธุรกิจประกันไทยนายกสมาคมเปิดใจรับมือ ‘ภัยพิบัติ’
ปิดฉากนิมิบุตร-ศุภชลาศัย คืนที่ดินจุฬาปั้น ‘คลองหก’
Real Estate ปิดฉากนิมิบุตร-ศุภชลาศัย คืนที่ดินจุฬาปั้น ‘คลองหก’
ดูทั้งหมด

อุ้มคนจนกู้บ้านดอกเบี้ยถูก ธนารักษ์ดึงออมสิน-ธอส.หนุน

21 พ.ค. 2562 | 11:01น.
สินเชื่อบ้าน-มาตรการ

ธนารักษ์ห่วงคนจนกู้ซื้อบ้านคนไทยประชารัฐไม่ผ่าน ดึงออมสินปล่อยซอฟต์โลนให้ดีเวลอปเปอร์ หนุนปล่อยกู้ต่อผู้ซื้อ ชูผ่อนดาวน์ 3 ปีก่อนโอนเข้าแบงก์ เผยยอดผู้ขอกู้ “ธอส.-ออมสิน” กว่า 2 พันราย ผ่านเบื้องต้น 180 ราย เป็นโครงการประจวบฯ

นายอำนวย ปรีมนวงศ์ อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ถึงความคืบหน้าโครงการบ้านคนไทยประชารัฐ ว่า ขณะนี้กรมธนารักษ์ได้ลงนามกับผู้ลงทุนไปแล้ว 5 พื้นที่ที่เป็นโครงการนำร่อง ได้แก่ จังหวัดชลบุรี ประจวบคีรีขันธ์ เชียงราย ขอนแก่น และเชียงใหม่ โดยจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีการดำเนินการก่อสร้างแล้ว ส่วนที่อื่น ๆ อยู่ระหว่างขออนุมัติรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) รวมถึงออกแบบ

ขณะที่การให้เงินกู้แก่ผู้ที่จองซื้อบ้านนั้น มีแนวคิดให้ธนาคารออมสินเข้ามาสนับสนุนเงินทุนอัตราดอกเบี้ยผ่อนปรน (ซอฟต์โลน) แก่ผู้ประกอบการ (ดีเวลอปเปอร์) ที่ลงทุนสร้างบ้านคนไทยประชารัฐ เพื่อให้ผู้ประกอบการปล่อยกู้แก่ผู้ซื้อเพื่อผ่อนดาวน์ก่อน 2-3 ปี จากนั้นจึงโอนมาเป็นลูกหนี้สถาบันการเงิน

“ตอนนี้กังวลว่า ผู้กู้โดยเฉพาะผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะกู้ไม่ผ่าน เนื่องจากเกณฑ์ ธปท. (ธนาคารแห่งประเทศไทย) กำหนดให้วางเงินดาวน์ (LTV) ที่เข้มขึ้น ดังนั้น หากให้ซอฟต์โลนผู้ประกอบการไปปล่อยกู้ลูกค้าก่อน เขาก็จะสามารถซื้อบ้านได้” นายอำนวยกล่าว

นางสาวอมรรัตน์ กล่ำพลบ ที่ปรึกษาด้านพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ กรมธนารักษ์ กล่าวว่า กรมธนารักษ์ได้ส่งรายชื่อผู้จองสิทธิบ้านคนไทยประชารัฐ ที่ต้องการขอกู้เงินจากธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ คือ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) และธนาคารออมสิน ไปให้พิจารณาอนุมัติสินเชื่อแล้วจำนวนรวม 2,210 ราย ใน 4 โครงการด้วยกัน คือ บ้านคนไทยประชารัฐ จังหวัดชลบุรี 162 ราย เชียงใหม่ 1,645 ราย เชียงราย 223 ราย และประจวบคีรีขันธ์ 180 ราย

“ในส่วนของประจวบฯ แบงก์พิจารณาคำขอสินเชื่อเบื้องต้นแล้ว 180 ราย โดยทุกรายผ่านการประเมินคุณสมบัติเบื้องต้น หรือ preapprove ไปแล้ว ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่แบงก์สามารถปล่อยกู้ซื้อบ้านในโครงการได้ ซึ่งเป็นผู้ที่อยู่ในกลุ่มตามที่เราจัดลำดับไว้ คือ 1.ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และ 2.ผู้มีรายได้ไม่เกิน 35,000 บาทต่อเดือน” นางสาวอมรรัตน์กล่าว

ทั้งนี้ หากมีผู้ที่กู้ไม่ผ่าน ทางกรมจะให้สิทธิแก่ผู้ประกอบการที่ทำโครงการตัดสินใจเอง ว่าจะรับผู้ที่กู้แบงก์ไม่ผ่านเป็นลูกค้าหรือไม่ ซึ่งอาจจะพิจารณาประเด็นอื่นประกอบ เช่น การเปลี่ยนไปกู้สหกรณ์ ยืมญาติ หรือมีช่องทางการเงินอื่น เพื่อนำมาใช้ซื้อบ้านก็ได้ เป็นต้น

สำหรับโครงการ “บ้านคนไทยประชารัฐ” เน้นลูกค้าเป้าหมาย 3 กลุ่ม ได้แก่

1) ผู้ที่ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

2) ผู้ที่มีรายได้ไม่เกิน 35,000 บาทต่อคนต่อเดือน และ 3) คนทั่วไป ให้ได้มีที่อยู่อาศัยของตนเองบนที่ดินราชพัสดุ

โดยกรมธนารักษ์ได้กำหนดรูปแบบการก่อสร้างที่อยู่อาศัยเป็นบ้านแฝด/บ้านแถว/อาคารชุดพักอาศัย มีพื้นที่ใช้สอยไม่น้อยกว่า 28 ตารางเมตร ในระดับราคา 350,000-700,000 บาทต่อหน่วย รวมทั้งกำหนดให้มีการจัดสรรพื้นที่ส่วนกลางไม่เกิน 30% ของพื้นที่โครงการ เพื่อรองรับกิจกรรมต่าง ๆ ที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมของท้องถิ่น และ/หรือเป็นประโยชน์ต่อโครงการ