เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

“สรรพากร” จี้ธุรกิจเร่งลงทะเบียนบัญชีเดียวโค้งสุดท้าย

27 มิ.ย. 2562 | 17:49น.

โค้งสุดท้ายมาตรการลงทะเบียนทำบัญชีเดียว สรรพากรจี้ผู้ประกอบการเร่งลงทะเบียน หลังล่าสุดพบยังลงทะเบียนแค่ 6.7 หมื่นราย พร้อมเตรียมชงรัฐบาลใหม่ดันภาษีอี-บิสซิเนส

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวว่า สำหรับการเปิดให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีลงทะเบียนขอใช้สิทธิตามพระราชบัญญัติยกเว้นเบี้ยปรับ เงินเพิ่มภาษีอากร และความรับผิดทางอาญา พ.ศ. 2562 ซึ่งจะสิ้นสุดในวันที่ 1 ก.ค. ขณะนี้มีผู้ประกอบการมาลงทะเบียนแล้วประมาณ 67,000 ราย โดยขณะนี้ยังเหลือระยะเวลาอีก 5 วัน จึงอยากให้ผู้ประกอบการที่เสียภาษีไม่ถูกต้องในอดีต มาเสียภาษีให้ถูกต้อง หลังจากวันที่ 1 ก.ค.นี้ กรมสรรพากรจะใช้มาตรการเข้มงวด ผู้ประกอบการที่ทำงบการเงินเสียภาษีไม่ถูกต้อง จะถูกดำเนินการเอาผิดทางกฎหมาย

ขณะเดียวกันกรมสรรพากรเตรียมเสนอรัฐบาลใหม่เดินหน้าร่าง พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร ที่กำหนดให้มีการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากผู้ประกอบการธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ (อี-บิสซิเนส) ในต่างประเทศ โดยกำหนดให้ผู้ให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์และดิจิทัลแพลตฟอร์มในต่างประเทศ ที่มีรายได้จากการให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์ในประเทศไทยให้มาลงทะเบียนเสียภาษีมูลค่าเพิ่มกับกรมสรรพากร โดยขณะนี้กฎหมายดังกล่าวได้ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกาเป็นที่เรียบร้อย หากรัฐบาลใหม่ยืนยัน ก็สามารถส่งให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบ ส่งเรื่องต่อให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาเป็นกฎหมายบังคับใช้ต่อไป

“ส่วนความคืบหน้าขณะนี้ในเรื่องของหลักการเรียบร้อยเหลือเพียงการพิจารณารายมาตราเท่านั้น โดยการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากผู้ประกอบการที่จดทะเบียนต่างประเทศ แต่เปิดให้บริการในประเทศ อย่างเช่นการดาวน์โหลดหนัง ดาวน์โหลดเพลง ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่มาให้บริการในไทย โดยกรมสรรพากรไม่สามารถเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มได้ เมื่อมีกฏหมายภาษีอี-บิสซิเนส เกิดขึ้น ผู้ประกอบการที่จะทะเบียนในต่างประเทศที่มีรายได้ในไทยต้องมาลงทะเบียนเสียภาษีกับกรมสรรพากรด้วย ซึ่งจะช่วยให้รายได้ของกรมฯเพิ่มขึ้นด้วย โดยรูปแบบการเก็บภาษีดังกล่าวพบว่าในหลายประเทศได้มีการกฏหมายใหม่ขึ้น และใช้ได้ผลอย่างประเทศออสเตรเลียและเกาหลีเป็นต้น” นายเอกนิติกล่าว