ค่าเงินบาทเปิดแข็งค่าที่ 30.66 บาท/ดอลลาร์
ค่าเงินบาทเปิดแข็งค่าที่ 30.66 บาท/ดอลลาร์ ธนาคารกรุงไทยคาดการณ์กรอบค่าเงินบาทอยู่ที่ 30.60 – 30.70 บาทต่อดอลลาร์ ชี้ทิศทางสัปดาห์นี้ค่าเงินบาทยังแข็งค่าตามเงินทุนไหลเข้า-สงครามการค้าผ่อนคลาย จับตาตัวเลข “เศรษฐกิจ-การจ้างงาน” สหรัฐ
ค่าเงินบาทเปิดเช้าวันนี้ (1 ก.ค.62) ที่ระดับ 30.66 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าจากช่วงปิดสิ้นสัปดาห์ก่อนที่ระดับ 30.67 บาทต่อดอลลาร์
โดยนายจิติพล พฤกษาเมธานันท์ นักวิเคราะห์ตลาดเงินตลาดทุน ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า แนวโน้มค่าเงินบาทสัปดาห์นี้ เชื่อว่าจะมีทิศทางแข็งค่าได้ ตามเงินทุนไหลเข้าและสงครามการค้าที่ผ่อนคลาย แต่จำเป็นต้องติดตามตัวเลขเศรษฐกิจโดยเฉพาะตลาดแรงงานสหรัฐ ซึ่งถ้าชะลอตัวลง อาจส่งผลให้ตลาดกลับมากังวลและขายทำกำไรสินทรัพย์เสี่ยงรอบใหม่และเงินบาทจะมีโอกาสอ่อนค่ากลับได้
อย่างไรก็ดี ทางธนาคารกรุงไทย เชื่อว่าแนวโน้มหลักจะเป็นทิศทางดอกเบี้ยของสหรัฐ และการเลือกประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) คนใหม่ ซึ่งทั้งสองปัจจัยมีโอกาสที่จะกดดันให้ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าได้ต่อไปได้ในระยะยาว
สำหรับกรอบเงินบาทวันนี้อยู่ที่ 30.60 – 30.70 บาทต่อดอลลาร์
ส่วนกรอบเงินบาทสัปดาห์นี้คาดว่าจะอยู่ที่ 30.40 – 31.90 บาทต่อดอลลาร์
นายจิติพลกล่าวด้วยว่า ภาพรวมเศรษฐกิจทั่วโลกสัปดาห์นี้ (1-5 ก.ค.) มีความเคลื่อนไหวที่น่าจับตาหลายเรื่อง โดยในส่วนของเศรษฐกิจไทย คาดว่าอัตราเงินเฟ้อ (CPI) เดือนมิถุนายนที่จะรายงานในวันนี้ จะมีแนวโน้มชะลอตัวลงแตะระดับ 1.1% จากปัจจัยราคาสินค้าพลังงานที่ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน
ด้านดัชนีความเชื่อมั่นของภาคการผลิตญี่ปุ่น (Tankan Large Manufacturing Index) ลดลงจากระดับ 12จุด สู่ระดับ 7จุด หลังจากพิษสงครามการค้า ส่วนฝั่งจีน มองว่าดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคอุตสาหกรรมการผลิต (Caixin Mfg. PMI) จะหลุดลงแตะระดับ 50จุด แสดงให้เห็นว่าภาคการผลิตในจีนไม่ฟื้นตัว แม้ว่าทางการจีนจะพยายามกระตุ้นเศรษฐกิจ
ส่วนในวันอังคาร คาดว่าธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) จะมีมติ “ลด” อัตราดอกเบี้ยนโยบาย (Cash Rate) 0.25% สู่ระดับ 1.00% เพื่อกระตุ้นตลาดแรงงาน
สำหรับฝั่งยุโรป ในวันจันทร์ มองว่าดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคอุตสาหกรรมการผลิต (Manufacturing PMI) ของยูโรโซนจะร่วงลงมาที่ 47.8จุด ในวันพุธคาดว่าธนาคารกลางสวีเดน (Riksbank) จะมีมติ “คง” อัตราดอกเบี้ยนโยบาย (Repo Rate) ไว้ที่ระดับ -0.25% และมองว่า Riksbank จะจบดอกเบี้ยขาขึ้นไว้ก่อนเพราะความเสี่ยงจากสงครามการค้า
และในฝั่งสหรัฐฯ วันจันทร์ คาดว่าดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคอุตสาหกรรมการผลิต (ISM Mfg. PMI) จะลดลงจากระดับ 52.1จุด แตะระดับ 51จุด ชี้ว่าภาคการผลิตสหรัฐฯชะลอตัวลงต่อเนื่อง วันศุกร์ มองว่ายอดการจ้างงานนอกภาคเกษตรกรรม (Non-farm Payrolls) จะเพิ่มขึ้น 1 แสนตำแหน่ง ส่งผลให้การว่างงานในสหรัฐทรงตัวได้ที่ระดับ 3.6%
นอกเหนือจากรายงานข้อมูลเศรษฐกิจดังกล่าว ยังต้องติดตามผลการประชุมโอเปกพลัส (OPEC+) ระหว่าง 1-2 ก.ค. โดยคาดว่าที่ประชุม OPEC+ จะสามารถบรรลุข้อตกลงขยายเวลาลดกำลังการผลิตน้ำมันไปอีกอย่างน้อย 9 เดือน