กขค.ระดมสมองถก7บอร์ด สกัดธุรกิจข้ามชาติเอาเปรียบ
สนง.แข่งขันฯชงของบฯ 400 ล้านบาท เร่งสร้างองค์ความรู้ เตรียมจัดสัมมนาใหญ่ 1-4 ต.ค.นี้ บูรณาการ 7 บอร์ดวางโครงข่ายสร้างบรรทัดฐานการแข่งขัน-รับมือธุรกรรมข้ามชาติผูกขาดขัดมาตรา 58 หวังปรับระดับดัชนีความสามารถแข่งขัน GCI index
ศ.ดร.สกนธ์ วรัญญูวัฒนา ประธานกรรมการแข่งขันทางการค้า (กขค.) เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการแข่งขันทางการค้า (สขค.) เตรียมเสนอแผนงบประมาณประจำปี 2563 วงเงิน 400 ล้านบาท ใกล้เคียงกับปี 2562 โดยงบประมาณส่วนนี้จะเน้นหนักในการบริหารองค์กรและจัดอบรมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้กฎหมาย พ.ร.บ.แข่งขันทางการค้า 2560
นายกฤษฎา เปี่ยมพงศ์สานต์ กรรมการ กขค.ในด้านต่างประเทศ เปิดเผยว่า ปัจจุบันธุรกิจข้ามชาติที่เข้ามาประกอบธุรกิจในประเทศไทย และกำหนดนโยบายที่จะมีผลกับธุรกิจในประเทศไทยถือเป็นเรื่องมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น เช่น เคสการควบรวม Uber กับ Grab ในสิงคโปร์ก็ส่งผลต่อการวางนโยบายในการให้บริการในธุรกิจนี้ทั่วโลกรวมถึงไทยด้วย ซึ่งตามกฎหมาย พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้าปี 2560 กำหนดให้มีมาตรา 58 กำกับดูแลเรื่องนี้ มีสาระสำคัญว่าด้วยการห้ามไม่ให้ผู้ประกอบการในประเทศทำสัญญากับผู้ประกอบการในต่างประเทศอย่างไม่มีเหตุผลสมควร และทำให้เกิดการผูกขาด ส่งผลกระทบร้ายแรงต่อเศรษฐกิจและผู้บริโภค
“การควบรวมนี้จะมีผลต่อการประกอบธุรกิจของบริษัทนี้ในประเทศอื่น ๆ จึงต้องมีการวางบรรทัดฐาน ฮาร์โมไนซ์กติกากัน เพื่อไม่ให้บริษัทข้ามชาติอาศัยช่องโหว่นี้ในการเอารัดเอาเปรียบ ประกอบกับในต่างประเทศให้ความสำคัญเรื่องการแข่งขันทางการค้ามาก เห็นได้จาก World Economic Forum จัดทำดัชนีขีดความสามารถในการแข่งขันระดับโลก 4.0 หรือ GCI 4.0 เรื่องการแข่งขันภายในประเทศ หรือ เรียกว่า product market ซึ่งปี 2017 ไทยอยู่ในอันดับประมาณที่ 92 จากทั้งหมด 146 ประเทศ การดูแลเรื่องนี้จะมีส่วนช่วยยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยด้วย”
แนวทางสำคัญ กขค.จะมุ่งส่งเสริมองค์ความรู้ โดยในวันที่ 1-4 ตุลาคมนี้จะจัดประชุมร่วมกับคณะกรรมการที่ดูแลธุรกิจเฉพาะ (regulator) 7 คณะ โดยเชิญองค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (OECD) มาแลกเปลี่ยนข้อมูล รวมถึงจะเปิดตัวการศึกษาพฤติกรรมการแข่งขันด้านธุรกิจโลจิสติกส์ที่ทำร่วมกับสมาชิกอาเซียนด้วย
สำหรับ regulator 7 คณะ ประกอบด้วยธนาคารแห่งประเทศไทย คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) คณะกรรมการกำกับสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)