เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สายมูห้ามพลาดสักการะ 3 องค์เทพเสริมสิริมงคล เทศกาลเจ“J-Licious” ไอคอนสยาม
Biz Movement สายมูห้ามพลาดสักการะ 3 องค์เทพเสริมสิริมงคล เทศกาลเจ“J-Licious” ไอคอนสยาม
กทม. จับมือตำรวจ-ขนส่ง ลุยยก ‘รถจมน้ำ-รถหนีน้ำ’  ทะลุ 1,000 คัน คืนผิวจราจรหลังน้ำลด
News กทม. จับมือตำรวจ-ขนส่ง ลุยยก ‘รถจมน้ำ-รถหนีน้ำ’ ทะลุ 1,000 คัน คืนผิวจราจรหลังน้ำลด
ACFM 2026 ปิดดีลคอนเทนต์ไทย 767 ล้าน จับคู่ธุรกิจ 396 นัด สูงกว่าเป้า
Economic ACFM 2026 ปิดดีลคอนเทนต์ไทย 767 ล้าน จับคู่ธุรกิจ 396 นัด สูงกว่าเป้า
IMF ชี้เสี่ยง AI ปรับฐาน กระทบเงินทุนโลก ย้ำไทยเร่งสร้างภูมิคุ้มกัน
Finance IMF ชี้เสี่ยง AI ปรับฐาน กระทบเงินทุนโลก ย้ำไทยเร่งสร้างภูมิคุ้มกัน
‘จากภาษีสู่คลังดิจิทัล’ 4 ประเทศเชื่อมระบบภาษี-การคลัง เพิ่มประสิทธิภาพบริหารเงินรัฐ
Finance ‘จากภาษีสู่คลังดิจิทัล’ 4 ประเทศเชื่อมระบบภาษี-การคลัง เพิ่มประสิทธิภาพบริหารเงินรัฐ
ราคาทองวันนี้ (13 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 50 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 67,300 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (13 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 50 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 67,300 บาท
‘อนุทิน’ มั่นใจเพื่อไทยโหวตรัฐบาล ญัตติไม่ไว้วางใจดูแล้วไม่เข้าท่า
Politics ‘อนุทิน’ มั่นใจเพื่อไทยโหวตรัฐบาล ญัตติไม่ไว้วางใจดูแล้วไม่เข้าท่า
กทม. ดึง 17 ‘เขตบัดดี้’ เร่งจ่ายเงินเยียวยาน้ำท่วม เอกสารครบอนุมัติใน 2 วัน
News กทม. ดึง 17 ‘เขตบัดดี้’ เร่งจ่ายเงินเยียวยาน้ำท่วม เอกสารครบอนุมัติใน 2 วัน
เครือข่ายภูมิอากาศอาเซียนเสนอ 10 ข้อ ต่อที่ประชุม IMF-World Bank
SD เครือข่ายภูมิอากาศอาเซียนเสนอ 10 ข้อ ต่อที่ประชุม IMF-World Bank
อนุทิน ปัดตอบปม ทักษิณ ยื่นขอนิรโทษกรรม อ้างไม่ได้ยินเรื่องนี้
Politics อนุทิน ปัดตอบปม ทักษิณ ยื่นขอนิรโทษกรรม อ้างไม่ได้ยินเรื่องนี้
ดูทั้งหมด

“VaaKEye” ระบบสกัดอาชญากรรมสุดล้ำ

20 ส.ค. 2562 | 11:08น.
คอลัมน์ Startup ปัญหาทำเงิน

โดย มัชฌิมา จันทร์สว่างภูวนะ

ตอนดูหนังเรื่อง Minority Report คงไม่มีใครคิดว่า อีก 17 ปีจะมีเทคโนโลยีที่ทำให้รู้ตัวคนร้ายก่อนจะลงมือทำผิดได้จริง ๆ

สตาร์ตอัพในวันนี้มาจากญี่ปุ่น ชื่อ VaaK พัฒนาระบบ AI ชื่อ VaakEye ที่ช่วยจับขโมยตามห้างได้ก่อนจะลงมือก่อเหตุ โดยเชื่อมกับทีวีวงจรปิดภายในร้าน ทำหน้าที่เหมือน “ดวงตา” คอยสอดส่องและวิเคราะห์พฤติกรรม การแต่งตัว การแสดงออกทางสีหน้า ไปจนถึงภาษากายของคนที่เข้ามาในร้าน

หากพบใครมีพิรุธ เช่น ดูลุกลี้ลุกลน ล่อกแล่ก ผิดสังเกต ระบบจะแจ้งเตือนไปยังมือถือของพนักงานให้เข้าไปสอบถามว่าต้องการความช่วยเหลืออะไรหรือไม่ ซึ่งจะทำให้คนที่คิดจะขโมยของต้องเลิกล้มความตั้งใจไปโดยปริยาย เป็นการป้องกันอาชญากรรมได้ล่วงหน้าแบบแนบเนียน

VaaK สร้างชื่อให้ตัวเองเมื่อปีที่แล้ว ตอนทดสอบระบบในร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่ง และสามารถระบุตัวลูกค้าที่มีพฤติกรรมน่าสงสัยออกมาได้ล่วงหน้า เมื่อรอสักพักลูกค้าก็ลงมือก่อเหตุจริง ๆ จนกลายเป็นข่าวดังไปทั่วประเทศว่า ระบบป้องกันอาชญากรรมแห่งโลกอนาคตได้ถือกำเนิดขึ้นแล้ว

แน่นอนว่าวงการค้าปลีกต้องตื่นเต้นกับข่าวนี้ เพราะปีหนึ่ง ๆ ต้องสูญรายได้กว่า 3.4 หมื่นล้านเหรียญ จากเหตุลักขโมย ถึงจะคิดเป็นแค่ 2% ของรายได้ทั้งหมด แต่เพราะเป็นธุรกิจที่มีมาร์จิ้นน้อย หากลดความเสียหายส่วนนี้ได้ก็ย่อมส่งผลดี จึงไม่แปลกที่ห้างทั่วโลกจะลงทุนปีละ 4 พันล้านเหรียญ เพื่อจ้างคนมาคอยตรวจจับหัวขโมย แต่ว่าไม่ค่อยได้ผลนัก

เทคโนโลยีของ VaaK จึงดูมีภาษีขึ้นมา ยิ่งเมื่อดูตัวเลขการลงทุนด้านเทคโนโลยีของอุตสาหกรรมค้าปลีกที่คาดว่าจะทะลุ 2 แสนล้านเหรียญในปีนี้ ก็ไม่ต้องกลัวว่าห้างจะเขียมกับเรื่องเทคโนโลยี แถมจะว่าไป การติดตั้ง VaaKEye ก็ไม่ต้องลงทุนมาก เพราะทุกห้างมีกล้องวงจรปิดอยู่แล้ว จ่ายแค่ค่าซอฟต์แวร์จาก VaaK

VaaK ก่อตั้งในปี 2017 ได้เงินทุนก้อนแรก 5 แสนเหรียญ จาก SoftBank Group Corp มาพัฒนาระบบ ปัจจุบันติดตั้ง VaakEye ในร้านสะดวกซื้อกว่า 50 สาขาในโตเกียว และสามารถลดการลักขโมยได้ถึง 77%

ความตั้งใจของ “เรียว ทานากะ” ผู้ก่อตั้ง คือ ทำให้ VaakEye เป็นระบบป้องกันการก่อการร้ายและอาชญากรรมอื่น ๆ มากกว่าแค่การลักขโมยตามห้าง เป้าหมายคือขยายการติดตั้งระบบให้ครอบคลุมห้างร้านต่าง ๆ

ตลอดจนตามสถานีรถไฟและสนามบินหลักทั่วญี่ปุ่น รวมทั้งเปิดตลาดต่างประเทศ ซึ่งตอนนี้กำลังเจรจากับหน่วยงานของรัฐในสิงคโปร์ อเมริกา และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

“VaaK” เตรียมระดมทุนรอบแรกในเดือนนี้ (สิงหาคม) และคาดว่าจะได้เงินไม่ต่ำกว่า 18 ล้านเหรียญ เพื่อมาขยายกิจการตามเป้าที่วางไว้ โดยทานากะบอกว่า หากบริษัทสามารถขยายกิจการไปต่างประเทศได้ ทางกองทุนยักษ์ใหญ่อย่าง Vi-sion Fund ของ SoftBank แสดงความสนใจจะเข้าร่วมลงทุนด้วยในปีหน้า

นอกจากนี้ เขามองว่า VaaKEye ยังสามารถต่อยอดให้กลายเป็นเครื่องมือส่งเสริมการขายและมาร์เก็ตติ้งได้ด้วย โดยตอนนี้บริษัทพัฒนาระบบการจ่ายเงินด้วยตัวเองสำหรับใช้ในห้าง ที่นอกจากเพิ่มความสะดวกให้ลูกค้าไม่ต้องยืนต่อคิวที่แคชเชียร์ ยังบันทึกข้อมูล (ระบบเชื่อมต่อกับกล้องวงจรปิด) ต่าง ๆ รวมถึงพฤติกรรมการช็อปปิ้งของลูกค้า เพื่อให้ร้านนำไปปรับปรุงบริการรวมทั้งการจัดชั้นวางสินค้าให้เหมาะสมต่อไป

“ทานากะ” ตั้งเป้าจะติดตั้ง VaakEye ให้ได้ 1 แสนโลเกชั่นทั่วประเทศใน 3 ปี และนำบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ให้ได้ภายในปี 2022

ปัจจุบัน VaaK มีสำนักงานใหญ่ในโตเกียว มีพนักงาน 50 คน และแพลนจะเปิดบริษัทย่อยในสิงคโปร์ และซานฟรานซิสโก ภายในสิ้นปีนี้