ฟลัดเวย์ตะวันออก เบี่ยงเส้นทางน้ำลงทะเล ลดเสี่ยงท่วมใหญ่ซ้ำรอยปี 54
คลองระบายน้ำหลากชัยนาท-ป่าสัก เป็น 1 ใน 9 โครงการแผนบรรเทาอุทกภัยลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่างเพื่อตัดความเสี่ยงในการมีปริมาณน้ำมากจนล้นลำน้ำ และอาจเกิดปัญหาน้ำท่วมพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญของประเทศ ลดโอกาสซ้ำรอยมหาอุทกภัยปี 2554 ที่สร้างความเสียหายกว่า 1.42 ล้านล้านบาท
เส้นทางน้ำสายน้ำ คลองแห่งนี้จะเป็นจุดดัก-ตัดปริมาณน้ำเจ้าพระยา ไม่ให้มีมากเกิน จะเป็นคลองระบายน้ำสายใหม่ ในฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อช่วยลดปริมาณน้ำที่จะไหลลงแม่น้ำเจ้าพระยาในจุดเหนือเขื่อนเจ้าพระยา-ชัยนาท

นายเฉลิมเกียรติ คงวิเชียรวัฒน์ รองอธิบดีกรมชลประทานฝ่ายวิชาการ เปิดเผยถึงโครงการนี้ว่า ในปี 2561 กรมชลประทาน โดยสำนักออกแบบวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม ได้ว่าจ้างกิจการร่วมค้าออกแบบคลองชัยนาท-ป่าสัก สำรวจออกแบบโครงการคลองระบายน้ำหลากชัยนาท-ป่าสัก จังหวัดชัยนาทช่วงแรกระยะที่ 1 เพื่อปรับปรุงคลองชัยนาท-ป่าสักเดิม ให้มีศักยภาพเพิ่มขึ้น ในกรณีที่มีปริมาณน้ำเกินศักยภาพของแม่น้ำคือเมื่ออัตราการไหลผ่านสถานีวัดน้ำ C2 หรือสถานีนครสวรรค์ไหลเกิน 3,500 ลูกบากศ์เมตร (ลบ.ม.) ต่อวินาที และที่เขื่อนเจ้าพระยาไม่เกิน 2,800 ลบ.ม.ต่อวินาที ซึ่งจะเป็นระดับที่มีผลกระทบต่อจังหวัดลุ่มเจ้าพระยา
“โดยคลองจะตัดยอดน้ำที่ประตูระบายน้ำมโนรมย์ ก่อนที่จะถึงเขื่อนเจ้าพระยา-ชัยนาท เป้าหมายของโครงการนี้ เมื่อครบตลอดสายคือ คลองชัยนาท-ป่าสัก และป่าสัก-อ่าวไทย จะสามารถระบายน้ำออกสู่ทะเลได้ไม่น้อยกว่า 1,000 ลบ.ม.ต่อวินาที คุมปริมาณน้ำไม่ให้ไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาเกินกว่า 2,800 ลบ.ม.ต่อวินาที ซึ่งเป็นระดับปลอดภัยกับพื้นที่ท้ายเขื่อนทั้งหมด”

สำหรับโครงการระยะที่ 1 จะเริ่มที่คลองระบายน้ำชัยนาท-ป่าสัก วงเงินก่อสร้างโครงการ 36,400 ล้านบาท
( 2561-2565) เพื่อพัฒนาคลองระบายน้ำหลากชัยนาท – ป่าสัก ความยาว 134 กิโลเมตร จะมีประตูระบายน้ำตลอดเส้นทางเก็บน้ำได้ 54 ล้านลูกบากศ์เมตร (ลบ.ม.)
การออกแบบช่วงแรกของระยะที่ 1 จะก่อสร้างคลองเพียง 46.5 กิโลเมตร ตั้งงบสำรวจออกแบบปี 2561 ออกแบบเป็น 2 คลอง คือ ปรับปรุงคลองส่งน้ำอนุศาสนนันท์ ระบายน้ำสูงสุด 120 ลบ.ม.ต่อวินาที พร้อมอาคารประกอบ และคลองระบายน้ำชัยนาท-ป่าสัก ระบายน้ำสูงสุด 930 ลบ.ม.ต่อวินาที โครงการครอบคลุม 2 จังหวัด คือ จ.ชัยนาท ใน 2 อำเภอ คือ อ.เมืองชัยนาท และ อ.มโนรมย์ และนครสวรรค์ คือ อ.ตาคลี และอีก 3 ตำบล ในพื้นที่แต่ละประตูระบายน้ำจะมีการพัฒนาเป็นจุดพักผ่อน และทำเส้นทางจักรยานเป็นโครงข่าย
“โครงการนี้ตลอดเส้นจะมี 2 ระยะ ในระยะแรก 134 กม. แต่ศึกษาออกแบบได้ก่อน 46.5 กม. จากนั้นจะของบศึกษาออกแบบในส่วนที่เหลือของ 134 กม. จากคณะรัฐมนตรี ประมาณ 98 ล้านบาท เมื่อก่อสร้างทั้ง 134 กม.แล้วเสร็จ จะช่วยลดพื้นที่น้ำท่วมที่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่การเกษตรและที่อยู่อาศัยประมาณ 3.48 ล้านไร่ อย่างไรก็ตามโครงการนี้ต้องออกทะเลจึงจะครบทั้งเส้น ดังนั้น ระยะที่ 2 คือการขุดคลองป่าสัก-อ่าวไทย ระยะทาง 135 กม. อยู่ระหว่างการเตรียมการสำรวจออกแบบต่อไปในอนาคต เมื่อครบตลอดเส้นคือชัยนาท-ป่าสัก และ ป่าสัก-อ่าวไทย ความยาวจะประมาณ 300 กม.” นายเฉลิมเกียรติกล่าว

โดยก่อนหน้าโครงการนี้ เคยมีการพูดถึงการพัฒนาโครงการให้สามารถเป็นเส้นทางขนส่งทางเรือในลำน้ำเจ้าพระยาที่จะตัดออกมาอ่าวไทยได้เลย แต่เมื่อศึกษารายละเอียดพบว่าไม่คุ้มทุน เนื่องจากคลองมีประตูระบายน้ำจำนวนมาก และปัจจุบันระบบขนส่งและระบบโลจิสติกส์ขยายตัวมาก อาจมีเรือมาใช้บริการน้อยและไม่คุ้มค่ากับการลงทุน จึงได้ตัดการศึกษาเรื่องนี้ออกไป
อย่างไรก็ตามโครงการช่วงแรกของระยะที่ 1 ยังมีประเด็นด้านสังคมที่ต้องแก้ไข คือชุมชนที่รุกที่ชลประทานประมาณ 278 ราย เป็นบ้านพักอาศัย 193 ราย ที่ต้องย้ายออกจากเขตโครงการ แต่เนื่องจากที่ดินดังกล่าวเป็นที่ดินเวนคืนของหลวงมาแล้ว ไม่อาจจ่ายเงินซ้ำซ้อนได้ ดังนั้นขณะนี้กรมชลฯอยู่ระหว่างหารือกับกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ที่จะหามาตรการช่วยเหลือประชาชนกลุ่มนี้
ทั้งนี้ โครงการแผนบรรเทาอุทกภัยลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่างได้มีการหยิบมาพูดถึงก่อนหน้าปี 2554 และนำมาศึกษาอย่างเป็นทางการในปี 2555 โดยใช้กรณีมหาอุทกภัยปี 2554 เป็นหลัก และต่อมากรมชลประทาน มาศึกษาแนวทางการขุดคลองเหนือประตูระบายน้ำมโนรมย์ ซึ่งเป็นจุดที่เหนือจากเขื่อนเจ้าพระยา-ชัยนาท เพื่อให้คลองเส้นนี้ตัดยอดน้ำก่อนเจ้าเขื่อนเจ้าพระยาได้ด้วย โดยก่อนหน้านั้นตั้งเป้าจะระบายน้ำออกทะเลได้ประมาณ 500 ลบ.ม.ต่อวินาที และใน ปี 2561 มาศึกษาที่การตัดยอดน้ำให้ได้ 1,000 ลบ.ม.ต่อวินาที