เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
นิด้าโพล ชี้ประชาชน 33% ค้านหั่นงบ ‘Thai PBS’ หวั่นการเมืองแทรกแซง-เสียอิสระ
News นิด้าโพล ชี้ประชาชน 33% ค้านหั่นงบ ‘Thai PBS’ หวั่นการเมืองแทรกแซง-เสียอิสระ
กทม. อัปเดตจ่ายเยียวยาน้ำท่วม ทะลุ 4.2 พันล้าน ‘เขตลาดกระบัง’ แชมป์ยื่นขอเหลือช่วยสูงสุด
News กทม. อัปเดตจ่ายเยียวยาน้ำท่วม ทะลุ 4.2 พันล้าน ‘เขตลาดกระบัง’ แชมป์ยื่นขอเหลือช่วยสูงสุด
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ตอนสีดา
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ตอนสีดา
เช็กตารางรถไฟ! รฟท. เปิด ‘ที่หยุดรถพืชสวนโลกอุดรธานี’ ขนคนเที่ยวงานยักษ์
News เช็กตารางรถไฟ! รฟท. เปิด ‘ที่หยุดรถพืชสวนโลกอุดรธานี’ ขนคนเที่ยวงานยักษ์
บิ๊กคอร์ป เติมฝัน H.O.W.ปักธงบ้านใหม่ ‘คิงบริดจ์ ทาวเวอร์’
SD บิ๊กคอร์ป เติมฝัน H.O.W.ปักธงบ้านใหม่ ‘คิงบริดจ์ ทาวเวอร์’
ผ่าโมเดล B2 เชียงใหม่ แฟรนไชส์บัดเจตโฮเทลเมืองรองทั่วไทย
เศรษฐกิจภูมิภาค ผ่าโมเดล B2 เชียงใหม่ แฟรนไชส์บัดเจตโฮเทลเมืองรองทั่วไทย
‘ไตรเตชะ’ จับจังหวะอสังหาฯ ซื้อที่ดินถูก-รุกคอนโด-เปิดทำเลใหม่ 
Real Estate ‘ไตรเตชะ’ จับจังหวะอสังหาฯ ซื้อที่ดินถูก-รุกคอนโด-เปิดทำเลใหม่ 
ปิดฉาก COP17 เร่งแผนปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ เอกวาดอร์เจ้าภาพ COP18
SD ปิดฉาก COP17 เร่งแผนปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ เอกวาดอร์เจ้าภาพ COP18
เซอร์ไพรส์วงการเพลง THE TOYS แต่งงานกับแฟนสาว
Biz Movement เซอร์ไพรส์วงการเพลง THE TOYS แต่งงานกับแฟนสาว
พระราชินี ทรงเปิดเรือนจำแห่งที่ 29 โครงการกำลังใจในพระดำริ
ข่าวในพระราชสำนัก พระราชินี ทรงเปิดเรือนจำแห่งที่ 29 โครงการกำลังใจในพระดำริ
ดูทั้งหมด

เอื้อรายใหม่-ต่างชาติ ? งานหินเปิดเสรี “ดาวเทียม”

25 ต.ค. 2562 | 16:05น.

ใกล้คลอดเข้ามาทุกทีกับการออกประกาศ 3 หลักเกณฑ์ของ “กสทช.” คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ที่จะเป็นการนับหนึ่ง “เปิดเสรี” ธุรกิจดาวเทียมในประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรม โดยขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนของการรับฟังความเห็นสาธารณะ (ร่าง) ประกาศ กสทช. เรื่อง แผนการบริหารสิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียม (ร่าง) ประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้ใช้สิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียม และ (ร่าง) ประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้ใช้ช่องสัญญาณดาวเทียมต่างชาติในการให้บริการในประเทศ

ประเดิม 50.5E

“พล.อ.ท.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ” รองเลขาธิการ กสทช. เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ร่างประกาศทั้ง 3 ฉบับจะประกาศบังคับใช้ได้ภายในสิ้นปีนี้ และในปี 2563 กสทช.เตรียมจะจัดสรรใบอนุญาตดาวเทียม โดยเฉพาะการให้สิทธิใช้วงโคจรดาวเทียมตำแหน่งที่ 50.5 องศาตะวันออก ซึ่งเป็นตำแหน่งวงโคจรที่พร้อมใช้งานได้ทันที

“ใจอยากให้มีบริษัทดาวเทียมอย่างไทยคมเพิ่มขึ้นอีกเจ้าสองเจ้า และไทยได้ใช้ประโยชน์จากดาวเทียมต่างชาติ แต่ธุรกิจไทยก็ต้องอยู่ได้ด้วย ถือเป็นโจทย์สำคัญที่ กสทช.จะต้องบาลานซ์ให้ได้ทั้งการเปิดเสรีธุรกิจดาวเทียมตามนโยบาย เพราะหากไม่เปิดเลยจะทำให้ตลาดไม่มีโอกาสใหม่ ๆ จากผู้บริการรายอื่นเข้ามา ซึ่งเชื่อว่าบริษัทไทยในปัจจุบันมีศักยภาพพอที่จะเข้าสู่ธุรกิจนี้ ทั้งด้วยเทคโนโลยีดาวเทียมที่มีราคาถูกลง และเทรนด์ดาวเทียมวงโคจรต่ำ”

ใหม่เกิดยาก-รายเก่าอยู่ลำบาก

ด้านแหล่งข่าวภายใน บมจ.ไทยคม เปิดเผยว่า เกณฑ์ของ กสทช.ไม่ได้เอื้อให้เกิดผู้ประกอบการดาวเทียมรายใหม่เข้าสู่ตลาด เพราะมีภาระต้นทุนค่าธรรมเนียมต่าง ๆ สูงกว่าประเทศอื่น ทั้งยังสูงกว่าการ “เช่าใช้” ดาวเทียมต่างชาติ ซึ่งสามารถทำได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย หากประกาศใช้ร่างนี้

“กสทช.ระบุเองว่า ประเทศอื่นเก็บค่าธรรมเนียมจากผู้ประกอบการเบ็ดเสร็จแค่ 1% แต่ไทยจะมีค่าสลอตวงโคจร 0.25%+ค่าธรรมเนียมไลเซนส์ที่ 4% และอื่น ๆ ที่ต้องจ่ายเพิ่มอย่างเงินสมทบเข้ากองทุน USO อีก ฉะนั้นอย่าว่าแต่รายใหม่จะเกิดได้เลย รายเก่าก็อยู่ยาก”

ในมุมของผู้ประกอบการรายใหม่ หากจะยิงดาวเทียมใหม่ ต้องวางหลักประกันดำเนินการ 5% ของต้นทุนการสร้างดาวเทียมและการนำดาวเทียมขึ้นสู่วงโคจร และยังต้องมีค่าใช้จ่ายในการประสานงานกับสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ITU) ค่าประสานคลื่นความถี่ ขณะที่หากทำธุรกิจด้วยการเช่าใช้ช่องสัญญาณดาวเทียมของต่างชาติไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายส่วนนี้

“มองว่า รายใหม่ในตลาดดาวเทียมที่จะเกิดขึ้นก็คือ รายเดิมที่เคยให้บริการด้วยการใช้ดาวเทียมต่างชาติอยู่แล้ว อย่างมิว สเปซ, IPM ก็จะสามารถทำธุรกิจได้อย่างถูกกฎหมาย แต่คงไม่น่าจะเห็นรายใหม่ของไทยที่ยิงดาวเทียมเอง”

ตำแหน่งดี “ไทยคม” ครองแล้ว

ขณะที่แหล่งข่าวบริษัทโทรคมนาคมรายหนึ่งเปิดเผยว่า เกณฑ์ของ กสทช. ทำให้การยิงดาวเทียมดวงใหม่ภายใต้สิทธิวงโคจรของไทย เป็นเรื่องที่ยุ่งยากกว่าการใช้ดาวเทียมต่างประเทศ ทั้งยังเป็นอุปสรรคกับผู้ประกอบการรายใหม่

“ในวงการดาวเทียมเป็นที่รู้กันว่า ในไฟลิ่งที่ประเทศไทยมีอยู่ ตำแหน่งวงโคจรที่ 78.5 องศาตะวันออก คือตำแหน่งที่ดีที่สุด ไทยคมถึงมีอยู่ 3 ดวง ส่วนตำแหน่งวงโคจรอื่น ๆ น่าสนใจไม่มากนัก ถ้าอันไหนที่มีโอกาสทางธุรกิจ ไทยคมก็ยิงดาวเทียมขึ้นไปแล้ว”

ประเด็นคือ หากดาวเทียมเดิมยังมีอายุการใช้งานอยู่ ก็มีความเป็นไปได้สูงมากว่า รายใหม่อาจจะยิงดาวเทียมขึ้นไปไม่ได้ เพราะตามกฎ ITU ต้องได้รับความยินยอมจากรายเก่าที่ใช้ตำแหน่งวงโคจรเดียวกันก่อน ส่วนตำแหน่งโคจรที่ว่างอยู่ ก็ไม่ได้มีโอกาสธุรกิจที่คุ้มค่ามากพอ การจะมีผู้ประกอบการรายใหม่จึงเป็นเรื่องยาก ไม่รวมเรื่องต้นทุนธุรกิจที่ทำให้แข่งขันยากด้วย

เงินค้ำประกันสูงอาจถอดใจ

“สุวิทย์ พฤกษ์วัฒนานนท์” ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท มิว สเปซ คอร์ป จำกัด บริษัทสตาร์ตอัพที่มีเป้าหมายจะยิงดาวเทียมสัญชาติไทยสู่วงโคจร เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า การมีหลักเกณฑ์กำกับดูแลสำหรับการยิงดาวเทียมดวงใหม่ บริหารดวงเดิม และการใช้ดาวเทียมต่างชาติ เป็นเรื่องดีต่ออุตสาหกรรม ซึ่งมิว สเปซ ได้รอมากว่า 2 ปีแล้ว หากประกาศใช้ก็จะทำให้เดินหน้าธุรกิจดาวเทียมได้ทันที

“วิสัยทัศน์ของมิว สเปซ คือต้องการมีดาวเทียมเป็นของตัวเอง แต่เงื่อนไขการวางเงินมัดจำของ กสทช. ที่ระบุให้ต้องวาง 5% ของมูลค่าโครงการ ซึ่งหากตีประเมินโครงการดาวเทียมอยู่ที่ 5,000 ล้านบาท ก็เท่ากับว่า ต้องวางประกัน 250 ล้านบาท ซึ่งถือว่าสูง และยังไม่ชัดเจนด้วยว่า หากประสานงานกับ ITU ไม่ผ่านแล้วจะได้เงินคืนหรือไม่อย่างไร เงื่อนไขนี้ถือเป็นอุปสรรคสำคัญในการเข้าสู่ตลาดของโอเปอเรเตอร์รายใหม่ ซึ่งถ้าหาก กสทช.ยังคงเงื่อนไข 5% ไว้ เราอาจจะไม่ทำดาวเทียมของตัวเอง

เพราะการเช่าใช้ดาวเทียมของต่างชาติมีต้นทุนที่ถูกกว่า และหาก กสทช.ไม่ระบุให้ชัดเจนว่า ผู้จะใช้ดาวเทียมต่างชาติมาให้บริการในไทยได้ต้องเป็นบริษัทสัญชาติไทยเท่านั้น ก็จะได้เห็นยักษ์ใหญ่ดาวเทียมต่างชาติเข้ามาตั้งสาขาในไทยมากกว่ารายใหม่จริง ๆ ฉะนั้น การจะเปิดเสรี มีผู้ประกอบการใหม่เข้ามาในตลาดได้หรือไม่อยู่ที่ กสทช.จะมีกฎที่เอื้อหรือไม่”

“แคท” เป็นอีกตัวเลือกได้

ด้าน “อัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย” ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า กระทรวงสนับสนุนการเปิดเสรีดาวเทียม แต่ต้องอยู่บนจุดยืนที่ต้องมีผู้ประกอบการไทยมากกว่าต่างชาติ บริษัทที่ให้บริการก็ต้องมีผู้ถือหุ้นไทยในสัดส่วนที่มากกว่า และภาครัฐต้องสามารถกำกับดูแลได้ ไม่ใช่เป็นการเปิดเสรีเพื่อให้บริษัทต่างชาติเข้ามาทำธุรกิจในไทยได้อย่างอิสรเสรี

“ดาวเทียมถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ ภาคธุรกิจไทยควรมีโอกาสเข้าสู่ธุรกิจนี้ ไม่ใช่มีแค่รายเดียวในตลาด อย่างน้อยแคท (บมจ.กสท โทรคมนาคม) ก็น่าจะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งได้ และเชื่อว่ายังมีบริษัทไทยอีกมากที่มีศักยภาพที่จะทำธุรกิจนี้ได้ โดยเฉพาะการให้บริการด้วยดาวเทียมวงโคจรต่ำอย่างของ SpaceX”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กสทช. ดาวเทียม