เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
นิด้าโพล ชี้ประชาชน 33% ค้านหั่นงบ ‘Thai PBS’ หวั่นการเมืองแทรกแซง-เสียอิสระ
News นิด้าโพล ชี้ประชาชน 33% ค้านหั่นงบ ‘Thai PBS’ หวั่นการเมืองแทรกแซง-เสียอิสระ
กทม. อัปเดตจ่ายเยียวยาน้ำท่วม ทะลุ 4.2 พันล้าน ‘เขตลาดกระบัง’ แชมป์ยื่นขอเหลือช่วยสูงสุด
News กทม. อัปเดตจ่ายเยียวยาน้ำท่วม ทะลุ 4.2 พันล้าน ‘เขตลาดกระบัง’ แชมป์ยื่นขอเหลือช่วยสูงสุด
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ตอนสีดา
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ตอนสีดา
เช็กตารางรถไฟ! รฟท. เปิด ‘ที่หยุดรถพืชสวนโลกอุดรธานี’ ขนคนเที่ยวงานยักษ์
News เช็กตารางรถไฟ! รฟท. เปิด ‘ที่หยุดรถพืชสวนโลกอุดรธานี’ ขนคนเที่ยวงานยักษ์
บิ๊กคอร์ป เติมฝัน H.O.W.ปักธงบ้านใหม่ ‘คิงบริดจ์ ทาวเวอร์’
SD บิ๊กคอร์ป เติมฝัน H.O.W.ปักธงบ้านใหม่ ‘คิงบริดจ์ ทาวเวอร์’
ผ่าโมเดล B2 เชียงใหม่ แฟรนไชส์บัดเจตโฮเทลเมืองรองทั่วไทย
เศรษฐกิจภูมิภาค ผ่าโมเดล B2 เชียงใหม่ แฟรนไชส์บัดเจตโฮเทลเมืองรองทั่วไทย
‘ไตรเตชะ’ จับจังหวะอสังหาฯ ซื้อที่ดินถูก-รุกคอนโด-เปิดทำเลใหม่ 
Real Estate ‘ไตรเตชะ’ จับจังหวะอสังหาฯ ซื้อที่ดินถูก-รุกคอนโด-เปิดทำเลใหม่ 
ปิดฉาก COP17 เร่งแผนปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ เอกวาดอร์เจ้าภาพ COP18
SD ปิดฉาก COP17 เร่งแผนปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ เอกวาดอร์เจ้าภาพ COP18
เซอร์ไพรส์วงการเพลง THE TOYS แต่งงานกับแฟนสาว
Biz Movement เซอร์ไพรส์วงการเพลง THE TOYS แต่งงานกับแฟนสาว
พระราชินี ทรงเปิดเรือนจำแห่งที่ 29 โครงการกำลังใจในพระดำริ
ข่าวในพระราชสำนัก พระราชินี ทรงเปิดเรือนจำแห่งที่ 29 โครงการกำลังใจในพระดำริ
ดูทั้งหมด

ธนารักษ์ปั้นรายได้หมื่นล. ปล่อยเช่า 7-11 จ่ายตามเรต

24 พ.ย. 2562 | 18:42น.

กรมธนารักษ์เดินหน้าบี้ค่าเช่าเชิงพาณิชย์ ร่อนหนังสือแจ้ง 5 หน่วยงานใน กทม.มาขออนุญาตจัดสรรพื้นที่เปิด “ร้านสะดวกซื้อ-ร้านกาแฟ-สาขาแบงก์” จ่ายค่าเช่าให้ถูกต้อง จัดทีมสแกนพื้นที่ทั่วประเทศ เร่งเคลียร์เมกะโปรเจ็กต์ค้างท่อ หวังปั๊มรายได้เข้ารัฐปี 2563 ทะลุ 1 หมื่นล้านบาท

นายยุทธนา หยิมการุณ อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้กรมธนารักษ์ได้ส่งหนังสือถึงส่วนราชการ 5 แห่งในเขตกรุงเทพมหานคร ที่ได้นำที่ราชพัสดุที่อยู่ในความครอบครองไปจัดหาประโยชน์ โดยจัดสรรพื้นที่เพื่อเปิดร้านสะดวกซื้อ อาทิ 7-Eleven, แฟมิลี่มาร์ท และมินิมาร์ทอื่น ๆ ร้านกาแฟ อาทิ อเมซอน แบล็คแคนยอน และอื่น ๆ รวมถึงเป็นที่ตั้งสาขาย่อยของธนาคารต่าง ๆ ซึ่งพบว่า ยังไม่ได้จ่ายค่าเช่าที่ราชพัสดุอย่างถูกต้องตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดหาประโยชน์ในที่ราชพัสดุ พ.ศ. 2552 และระเบียบสำนักนายกฯว่าด้วยการจัดสวัสดิการ พ.ศ. 2547 ให้เข้ามาดำเนินการให้ถูกต้อง

ทั้งนี้ กรมธนารักษ์มีนโยบายที่จะต้องบริหารจัดการการใช้ที่ราชพัสดุให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ภาครัฐ ปัจจุบันที่ราชพัสดุทั้งประเทศ 12.9 ล้านไร่ 96% อยู่ในความครอบครองของส่วนราชการ มีเพียงไม่เกิน 4% ที่กรมธนารักษ์บริหารจัดการอยู่ ขณะนี้กรมได้สำรวจการใช้งานของส่วนราชการทั้งหมดว่ามีการใช้งานอย่างถูกวัตถุประสงค์หรือไม่ หากใช้ประโยชน์ในราชการ ก็ไม่ต้องเสียค่าเช่า แต่หากนำไปใช้หาประโยชน์ในทางเชิงพาณิชย์ ก็ต้องมาขออนุญาตกรมธนารักษ์ พร้อมทำสัญญาเช่า เพื่อจ่ายค่าตอบแทนเข้ารัฐด้วย

โดยก่อนหน้านี้ กรมธนารักษ์เคยออกหนังสือเวียนแจ้งทุกส่วนราชการทราบว่า หากหน่วยงานใดมีการดำเนินการลักษณะดังกล่าวให้เข้ามาทำความตกลงกับกรมไปแล้วครั้งหนึ่ง พร้อมกับมีทีมสำรวจลงไปในพื้นที่ทั้งส่วนกลางและภูมิภาคควบคู่กันไปด้วย จากการสำรวจก็พบว่า มี 5 ส่วนราชการในเขตกรุงเทพฯที่ดำเนินการไม่ถูกต้อง จึงทำหนังสือตรงไปถึงหน่วยงานดังกล่าวอีกครั้ง ขณะที่ในต่างจังหวัดยังอยู่ระหว่างรอทีมสำรวจส่งข้อมูลเข้ามา

“เราไม่ได้ห้ามว่าไม่ให้นำไปหาประโยชน์ แต่ต้องการให้ทำให้ถูกต้อง เข้าระบบ โดยมาติดต่อขอเช่าจากกรมธนารักษ์ ซึ่งอัตราค่าเช่าก็มีเรตอยู่ มีหลักเกณฑ์ชัดเจน อย่างเปิดร้านกาแฟก็เสียค่าเช่าเดือนละ 8,000 บาท ซึ่งเงินส่วนนี้ก็ไม่ได้มากมาย แต่หากรวม ๆ กันทั้งหมดก็น่าจะมีรายได้เข้ารัฐมาพอสมควร” นายยุทธนากล่าว

ปั้นรายได้ทะลุ 1 หมื่นล้าน

นายยุทธนากล่าวว่า ขณะเดียวกัน ยังมีการตั้งทีมเจ้าหน้าที่ไปสำรวจการใช้ประโยชน์ที่ราชพัสดุของส่วนราชการต่าง ๆ ว่ามีการใช้ประโยชน์เต็มที่หรือไม่ หรือปล่อยไว้เป็นที่รกร้างว่างเปล่า หากเป็นเช่นนั้นกรมธนารักษ์ก็จะดำเนินการขอคืน เพื่อนำมาจัดหาประโยชน์สร้างรายได้ให้ประเทศ เช่น หากเป็นที่ดินแปลงสวย ๆ ก็จะเปิดประมูลให้เอกชนเข้าไปลงทุน เป็นต้น อันจะก่อให้เกิดประโยชน์ในทางเศรษฐกิจด้วย

ขณะเดียวกัน ยังมีโครงการพัฒนาที่ราชพัสดุขนาดใหญ่ที่ยังค้างอยู่ต้องผลักดัน โดยที่ผ่านมาอาจจะมีปัญหาอุปสรรคในแง่การประสานงานระหว่างหน่วยงาน อาทิ โครงการพัฒนาที่ราชพัสดุหมอชิต, โครงการพัฒนาท่าเรือสงขลา, โครงการพัฒนาท่าเรือภูเก็ต, การเปิดประมูลเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนที่ยังหาผู้ลงทุนไม่ได้อีก2 แห่ง คือ มุกดาหาร และหนองคาย, โครงการระบบส่งน้ำภาคตะวันออกของอีสท์วอเตอร์ ระยะที่ 3 ซึ่งส่วนนี้หากสำเร็จก็จะได้ค่าธรรมเนียมเช่าเข้ามาตก 400-500 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังต้องพิจารณาปรับอัตราค่าเช่าที่ราชพัสดุในส่วนของรัฐวิสาหกิจให้เหมาะสมมากขึ้นด้วย

“ที่ผ่านมา กรมธนารักษ์มีรายได้จากค่าเช่าที่ราชพัสดุส่งเข้ารัฐเฉลี่ยปีละ 7,500-8,500 ล้านบาท แต่ปีงบประมาณ 2563 นี้ ผมมีเป้าหมายว่าต้องทำให้ได้เกิน 10,000 ล้านบาท” นายยุทธนากล่าว

เปลี่ยนผู้บุกรุกเป็นผู้เช่า

นอกจากนี้ ยังเน้นเรื่องการจัดที่ราชพัสดุให้ประชาชนเช่าเป็นที่อยู่อาศัย และที่ทำการเกษตร ซึ่งปัจจุบันที่ราชพัสดุในความครอบครองของส่วนราชการหลาย ๆ แห่ง มีการปล่อยให้ถูกบุกรุก ทำให้ชาวบ้านที่บุกรุกเสียสิทธิที่จะได้รับความช่วยเหลือด้านต่าง ๆ จากรัฐบาล ที่ผ่านมา ยอมรับว่าดำเนินการไปได้ล่าช้า ปีละแค่ราว 3,000 ราย เนื่องจากกระบวนการตรวจวัดพิสูจน์สิทธิทำได้ล่าช้า หลังจากนี้จะต้องทำให้ได้กว่า 10,000 รายต่อปีขึ้นไป “ตอนนี้เรามีข้อมูลอยู่ว่ามีผู้บุกรุกทั่วประเทศอยู่กว่า 130,000 รายเราจะประสานกับส่วนราชการที่มีที่ราชพัสดุที่ถูกบุกรุก ให้ส่งมอบพื้นที่ให้แก่กรมธนารักษ์ เพื่อที่กรมจะเข้าไปจัดสรรประโยชน์ให้ชาวบ้านเช่า ในอัตราค่าเช่าที่ถูก อย่างที่อยู่อาศัยคิดแค่ ตารางวาละ 25 สตางค์ต่อเดือน ส่วนพื้นที่เกษตรไร่ละ 200 บาทต่อปี ชาวบ้านจะสามารถนำสัญญาเช่าไปขอสินเชื่อจากแบงก์ได้ เช่น กู้ปรับปรุงบ้าน หรือกู้เป็นเงินทุนประกอบอาชีพ โดยไม่ต้องไปพึ่งหนี้นอกระบบ เป็นต้น ทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น” นายยุทธนากล่าว

สำหรับพื้นที่บุกรุกที่กรมจะเข้าไปดำเนินการจัดให้เช่าในปีงบประมาณ 2563 นี้ อาทิ ที่ราชพัสดุในการครอบครองของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) บริเวณเขื่อนภูมิพลจังหวัดตาก (ต่อเนื่องถึงเชียงใหม่) ประมาณ 10,000 ไร่

สร้างเงินหมุนเวียนในชุมชน

นายยุทธนากล่าวอีกว่า นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง ได้มีนโยบายให้กรมธนารักษ์จัดทำโครงการเปลี่ยนชุมชนเป็นห้องประชุมในที่ราชพัสดุซึ่งจะเป็นการทำให้เกิดเงินหมุนเวียนในชุมชน เพราะมีการจัดตลาดนัดชุมชนให้คนในชุมชนนำสินค้ามาวางขายให้แก่ผู้มาร่วมประชุมและผู้ที่สัญจรผ่านไปมา โดยกรมจะเดินหน้าให้ครบทั้ง 77 จังหวัด ภายในปีงบประมาณ 2563