“ประยุทธ์” สั่ง ครม.ช่วยชี้แจงศึกซักฟอก โวประชาธิปไตยดีขึ้น 38 ลำดับ
“บิ๊กตู่” ลั่นเป็นรัฐบาลจากการเลือกตั้ง ประชาธิปไตยดีขึ้น 38 ลำดับ อย่าบอกว่าไม่ ย้ำ รอศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยงบ 63 รัฐบาลเตรียมทางออกไว้แล้ว พร้อมรับคนไทยกลับจากอู่ฮั่น ขอให้เชื่อมั่นฝีมือรัฐบาล
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมความพร้อมรับมือในการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ว่า เป็นเรื่องที่ออกมาทางสื่อสารมวลชนในลักษณะการคาดเดาต่างๆ ส่วนตัวคิดว่าในเรื่องนี้ทุกคนก็พร้อมที่แจง และได้สั่งการในที่ประชุม ครม.ไปแล้ว ให้รัฐมนตรีได้ช่วยกันชี้แจง เรื่องนี้มันเป็นเรื่องของคำถามในเชิงอภิปราย เสร็จแล้วคนที่ถามก็ไม่ได้ฟังคำตอบมักออกจากที่ประชุมไป คนถามคนพูดก็ออกไป ส่วนคนอธิบายก็อธิบายไป ข้อสำคัญคือประชาชนที่รับฟังอยู่ที่บ้านจะต้องรับฟังด้วยการตั้งสติให้ดีว่าอะไรมันใช่ อะไรคือสิ่งที่จริงหรือไม่จริง ที่ผ่านมารัฐบาลก็ทำอย่างเต็มที่แล้วในทุกๆ เรื่อง
@ โวประชาธิปไตยดีขึ้น 38 ลำดับ
“วันนี้เราต้องยอมรับว่าเราเข้าสู่กระบวนการประชาธิปไตยเต็มรูปแบบแล้ว เราเป็นประเทศที่มีการเลือกตั้ง สื่อต่างประเทศก็ยอมรับปรับลำดับความเป็นประชาธิปไตยของประเทศไทยขึ้นมาถึง 38 ลำดับ เพราะฉะนั้นจะมาบอกว่าผมไม่ได้รับการยอมรับได้อย่างไร วันนี้เราเป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ถือว่าเลื่อนลำดับขึ้นมากที่สุดในโลก การตรวจสอบผ่านสภาและองค์กรอิสระต่างๆ ซึ่งเป็นไปตามขั้นตอน ซึ่งผมก็ปฏิบัติตามมาโดยตลอด และผมก็คิดว่าผมไม่เคยหาวิธีที่จะหลบเลี่ยงจึงขอให้ประชาชนมีความเชื่อมั่นกับผมและรัฐบาลต่อไป” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
@ รอศาลวินิจฉัย พ.ร.บ.งบ 63
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีถึงกรณีที่ฝ่ายค้านเสนอให้นำร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 เข้าสู่การพิจารณาของสภา เพื่อลงมติใหม่อีกครั้งว่า คงต้องรอคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญก่อน ซึ่งรัฐบาลได้ศึกษาหาแนวทางเรื่องนี้ไว้บ้างแล้ว ซึ่งข้อกังวลที่เกิดขึ้นในปัจจุบันเป็นเรื่องของสภานิติบัญญัติและศาล ที่จะต้องหาทางออกให้ประเทศร่วมกัน อย่างไรก็ตาม มั่นใจว่าทุกฝ่ายจะร่วมมือกัน ร่วมกันคิด ร่วมกันทำ ช่วยกันหาทางออกในสถานการณ์ที่กำลังวิกฤตในขณะนี้ ทั้งเรื่องของการใช้จ่ายงบประมาณและส่งผลกระทบต่างๆ ให้ได้มากที่สุด ก็หวังว่าทุกฝ่ายจะตั้งใจที่จะทำให้ประเทศของเราและประชาชนเดือดร้อนน้อยที่สุดในภาวะที่มีปัญหารุมเร้ามากมายในปัจจุบัน
@ รับมือโรคระบาดเข้มอันดับ 6 ของโลก
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่าถึงมาตรการการป้องกันไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ว่า มาตรการภายในประเทศ สอดคล้องการดำเนินการจากต้นทาง เพราะประเทศที่แพร่ระบาดในระยะแรกมา ต้องมาแก้ไขการแพร่ระบาดในประเทศไทย โดยมีการตั้ง คณะกรรมการอำนวยการเตรียมความพร้อมป้องกันและแก้ไขปัญหาโรคอุบัติใหม่แห่งชาติ มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข เป็นประธาน เรื่องการแก้ไขไวรัสโคโรน่า แต่ในฐานะที่เป็นมิตรกับจีน มั่นใจว่าทางการจีนจะควบคุมสถานการณ์เอาไว้ได้ ส่วนประเทศไทยมีประสบการณ์ในการควบคุมโรคอุบัติใหม่ทั้งซาร์ส ไข้หวัดนก และประเทศไทยอยู่ในอันดับ 6 ของการจัดอันดับโดย Global Health Security Index ในการควบคุมโรคระบาด อยู่ในอันดับที่เหนือกว่า สวีเดน เดนมาร์ก ฟินแลนด์ ขอให้มั่นใจการทำหน้าที่ของกระทรวงสาธารณสุขและรัฐบาล ได้ให้หน่วยความมั่นคง แพทย์ทหารไปช่วยด้านการทำงานของกระทรวงสาธารณสุข
@ ยันมีแผนรองรับคนกลับ
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า มาตรการการนำคนกลับ มีแผนรับกลับแล้ว พร้อมดำเนินการได้ทันที มีการสั่งการให้กระทรวงการต่างประเทศช่วยเหลือคนไทยอย่างไร โดยประสานกับทางการจีนเรื่องรับคนไทย ซึ่งมีข้อมูลของคนไทยที่ต้องการเดินทางกลับอยู่แล้ว ขณะที่กระทรวงกลาโหมเตรียมความพร้อมด้านเครื่องบิน ส่วนกระทรวงสาธารณสุขเตรียมเรื่องทีมแพทย์ เวชภัณฑ์ วันนี้ทีมแพทย์ไทยติดต่อคนไทยในอู่ฮั่นผ่านแอปฯ we chat พร้อมจะรับกลับทันที หากได้รับอนุญาตจากจีนแล้ว
@ ยังอัพราคายางถึง 65 ไม่ได้
พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวถึงกรณีเกษตรกรชาวสวนยางพาราภาคใต้ชุมนุมเรียกร้องรัฐบาล โดยเฉพาะพรรคประชาธิปัตย์และพรรคพลังประชารัฐ ทำตามสัญญาที่หาเสียงไว้ในเรื่องของราคากิโลกรัมละ 65 บาท ว่า เคยบอกไว้แล้วว่าอะไรที่เคยหาเสียงไม่ใช่ว่าจะได้ทั้งหมด แต่ต้องเป็นไปตามขั้นตอนการใช้จ่ายงบประมาณ ต้องมีประสิทธิภาพตามวงเงินที่เรามีอยู่ เพราะจะทำทุกนโยบายทั้งหมดทีเดียวเลยคงไม่ได้ ซึ่งวันนี้เราก็ได้อนุมัติเบี้ยคนพิการเพิ่มขึ้นจากเดิม 800 บาทเป็น 1 พันบาทต่อเดือน จะเห็นได้ว่าในช่วงตั้งแต่ปี 57-62 การเพิ่มจาก 800 บาทเป็น 1 พันบาทสำหรับเบี้ยคนพิการใช้เงินกว่า 4 พันกว่าล้านบาท การขึ้นแต่ละอย่างไม่ใช่เรื่องง่าย แม้ขึ้นมาแค่ 200 บาท ก็ต้องเข้าใจว่าเราต้องบริหารงบประมาณให้เหมาะสม ก็ขอประชาชนเข้าใจและให้ความร่วมมือ
“เรื่องของสวนยางพารา ปัญหาสำคัญคือปริมาณและความต้องการของตลาด รวมถึงปัญหาการปลูกพืชเชิงเดี่ยว ซึ่งวันนี้ในหลายพื้นที่มีการปรับเปลี่ยนการปลูกยางไปบ้างแล้ว มีการปลูกพืชอื่นเสริม ต้องช่วยกันแบบนี้ เพราะหากยังมีการผลิตที่ยังมากอยู่ก็ไม่มีทางที่ราคาจะสูงขึ้น เพราะสต๊อกยางมีมากขึ้น เราต้องส่งเสริมการใช้ยางในประเทศให้มากขึ้น ซึ่งตรงนี้เป็นพื้นฐานที่รัฐบาลจะแก้ปัญหาอย่างจริงจัง โดยเฉพาะเพื่อพี่น้องเกษตรกร แต่ก็ต้องยอมรับว่าการจะทำอะไรก็ตาม แม้แต่ทำการโซนนิ่งพื้นที่การเกษตรก็ยังดำเนินการไม่ได้มากนัก เพราะมีผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่และภูมิปัญญาของเกษตรกร ต้องใช้เวลาในการเปลี่ยนแปลงเรื่องพวกนี้อีกพอสมควรถึงจะแก้ปัญหาได้อย่างยั่งยืน แต่ผมก็ไม่ท้อ เพราะเข้าใจดีถึงความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกร แต่ก็ต้องเข้าใจว่าเราจะเดินหน้ากันไปอย่างไร ในการทำให้เกิดความยั่งยืน” นายกฯ กล่าว