เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (11 ก.ย. 69) ร่วงลง 900 บาท รูปพรรณขายออก 68,450 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (11 ก.ย. 69) ร่วงลง 900 บาท รูปพรรณขายออก 68,450 บาท
EVEANDBOY จ่อเข้า SET ยื่น IPO 170 ล้านหุ้น ระดมทุนเร่งขยายสาขา แตะ 68 แห่งในปี 2570
Finance EVEANDBOY จ่อเข้า SET ยื่น IPO 170 ล้านหุ้น ระดมทุนเร่งขยายสาขา แตะ 68 แห่งในปี 2570
ส.อ.ท. หนุนปรับโครงสร้างภาษีรถยนต์ ใช้ดึงลงทุน-ผลิตในประเทศเชื่อมซัพพลายเชนถึง SMEs
Economic ส.อ.ท. หนุนปรับโครงสร้างภาษีรถยนต์ ใช้ดึงลงทุน-ผลิตในประเทศเชื่อมซัพพลายเชนถึง SMEs
ไฮสปีดไทย-จีนยังวุ่น รับเหมาขอขยายสัญญา-เพิ่มงบก่อสร้าง
Real Estate ไฮสปีดไทย-จีนยังวุ่น รับเหมาขอขยายสัญญา-เพิ่มงบก่อสร้าง
แสนสิริปั้น ‘คอมมิวนิตี้ดอนเมือง’ 175 ไร่  ฮับโซนเหนือ-แลนด์มาร์กใหม่การอยู่อาศัย 
Real Estate แสนสิริปั้น ‘คอมมิวนิตี้ดอนเมือง’ 175 ไร่  ฮับโซนเหนือ-แลนด์มาร์กใหม่การอยู่อาศัย 
เตือนส่งออกไทยรับกฎฮาลาลอินโดนีเซีย 18 ต.ค.นี้ เร่งต่อ MRA ลดอุปสรรคการค้า
Economic เตือนส่งออกไทยรับกฎฮาลาลอินโดนีเซีย 18 ต.ค.นี้ เร่งต่อ MRA ลดอุปสรรคการค้า
ส.ป.ก.เปิดผลตรวจ “ฐานเจ้าป่าแคมป์” บุรีรัมย์ ยันยังไม่ออก ส.ป.ก.4-01
Economic ส.ป.ก.เปิดผลตรวจ “ฐานเจ้าป่าแคมป์” บุรีรัมย์ ยันยังไม่ออก ส.ป.ก.4-01
“สุริยะ” สั่งชลประทานเฝ้าระวังฝนหนักทั่วประเทศ จับตาน้ำหลาก-ลุ่มต่ำ เจ้าพระยายังรับน้ำได้
Economic “สุริยะ” สั่งชลประทานเฝ้าระวังฝนหนักทั่วประเทศ จับตาน้ำหลาก-ลุ่มต่ำ เจ้าพระยายังรับน้ำได้
ทองร่วงหนักใกล้หลุด 4,300 เหรียญ ‘ECB’ ขึ้นดอกเบี้ย-ตัวเลข PPI สหรัฐเร่งขึ้น จับตา CPI คืนนี้
Finance ทองร่วงหนักใกล้หลุด 4,300 เหรียญ ‘ECB’ ขึ้นดอกเบี้ย-ตัวเลข PPI สหรัฐเร่งขึ้น จับตา CPI คืนนี้
อุตฯ ชู ONE MIND ด้าน “คูโบต้า” ส่งตัว SH-K1 รถตัดอ้อย รับเทรนด์อ้อยสด-โลว์คาร์บอน
Economic อุตฯ ชู ONE MIND ด้าน “คูโบต้า” ส่งตัว SH-K1 รถตัดอ้อย รับเทรนด์อ้อยสด-โลว์คาร์บอน
ดูทั้งหมด

ค่าเงินสกุลเอเชียผันผวน หลังจีนเริ่มทำการซื้อขายวันแรก

03 ก.พ. 2563 | 17:39น.

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันจันทร์ที่ 3 กุมภาพันธ์ 2563 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (3/2) ที่ระดับ 31.16/18 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ทรงตัวจากระดับปิดตลาดในวันศุกร์ (31/1) ที่ระดับ 31.15/177 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าขึ้นหลังตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญในช่วงคืนที่ผ่านมา (31/1) เปิดเผยออกมาแข็งแกร่ง ได้แก่ ผลสำรวจของมหาวิทยาลัยมิชิแกนระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐ ดีดตัวสู่ระดับ 99.8 ในเดือนมกราคม สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะขยายตัวอยู่ที่ระดับ 99.1 โดยได้รับแรงหนุนจากตลาดแรงงานที่แข็งแกร่ง และการเพิ่มขึ้นของรายได้

อีกทั้งกระทรวงพาณิชย์สหรัฐ รายงานการใช้จ่ายของผู้บริโภคในสหรัฐ เพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือนธันวาคม สอดคล้องกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์และดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคลขยายตัวเพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือนธันวาคมเมื่อเทียบรายเดือน ซึ่งเป็นการขยายตัวสูงสุดนับตั้งแต่เดือนเมษายนปี 2562

อย่างไรก็ตาม ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อเขตชิคาโก หดตัวสู่ระดับ 42.9 ในเดือนมกราคม ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนธันวาคมปี 2558 ดัชนีนี้อยู่ต่ำกว่าระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ถึงภาวะหดตัว ซึ่งได้หดตัวเป็นเดือนที่ 7 โดยได้รับผลกระทบจากการลดลงของคำสั่งซื้อใหม่ อย่างไรก็ดีตลาดยังคงกังวลต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่

ในระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวผันผวน หลังตลาดการเงินในประเทศจีนเปิดทำการวันนี้ (3/2) เป็นวันแรกหลังจากหยุดช่วงเทศกาลตรุษจีน และทางธนาคารกลางจีนได้มีการอัดฉีดเงินเข้าระบบเพิ่มเติมพร้อมทั้งประกาศลดอัตราดอกเบี้ยซื้อคืนพันธบัตรระยะสั้น 7 วันลง 0.1% สู่ระดับ 2.4% เพื่อทำให้ค่าเงินหยวนมีเสถียรภาพมากยิ่งขึ้น

สำหรับปัจจัยในประเทศ นายดอน นาครทรรพ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้เผยว่า ธนาคารแห่งประเทศไทยประเมินเศรษฐกิจไทย (GDP) ปี 2563 มีโอกาสขยายตัวต่ำกว่าประมาณการที่ระดับ 2.7%-3.7% จากปัจจัยลบเข้ามากระทบ ได้แก่ การระบาดของไวรัสโคโรน่าที่กระทบภาคการท่องเที่ยว การบริโภคและการส่งออกบางส่วน ความล่าช้าของการเบิกจ่ายงบประมาณปี 2563 ที่มีผลต่อการใช้จ่ายภาครัฐ และการตัดสินใจลงทุนภาคเอกชน และภัยแล้ง

ซึ่งปัจจัยเหล่านี้จะถูกนำมาทบทวนเพื่อประมาณการอัตราการเติบโตเศรษฐกิจอีกครั้ง ในการประชุมนโยบายการเงิน (กนง.) ในวันพุธนี้ (5/2) ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 31.0-31.25 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 31.10/12 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรในวันนี้ (3/2) ค่าเงินยูโรเปิดตลาดที่ระดับ 1.1082/85 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ปรับตัวแข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (31/1) ที่ระดับ 1.1026/28 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ค่าเงินยูโรแข็งค่าหลังสหราชอาณาจักรแยกตัวออกจากยูโรโซน (Brexit) เป็นไปอย่างราบรื่นในวันศุกร์ (31/1) ที่ผ่านมาโดยหลังจากนี้ช่วงเวลา 11 เดือนจะเป็นช่วงที่สหราชอาณาจักรต้องบรรลุข้อตกลงการค้า ฉบับใหม่ทั้งกับยูโรโซนและประเทศอื่น ๆ ทั่วโลก เพราะฉะนั้นยังคงมีความไม่แน่นอนเกิดขึ้นได้ตลอดทั้งปีนี้ อย่างไรก็ดีการเจรจาครั้งแรกระหว่างสหราชอาณาจักรและยูโรโซนจะเริ่มต้นขึ้นในวันที่ 3 มีนาคมนี้

ในส่วนของตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญที่เปิดเผยในช่วงคืนที่ผ่านมา (31/1) เผยออกมาหดตัวเล็กน้อย ได้แก่ ตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของยูโรโซน โดยสำนักงานสถิติแห่งสหภาพยุโรป (ยูโรสแตท) ขยายตัว 0.1% ในไตรมาส 4 เมื่อเทียบรายไตรมาส ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 0.2% โดยการชะลอตัวของเศรษฐกิจยูโรโซนได้รับผลกระทบจากการหดตัวของเศรษฐกิจฝรั่งเศสและอิตาลี ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1062-.1095 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1065/67 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนในวันนี้ (3/2) เปิดตลาดที่ระดับ 108.55/59 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (31/1) ที่ระดับ 108.96/98 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ นักลงทุนมีความวิตกกังวลว่าเชื้อไวรัสโคโรนากำลังแพร่ระบาดไปยังหลายประเทศ และจะส่งผลเสียต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวมจึงเข้าถือเงินเยนในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ล่าสุดคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติของจีน (NHC) แถลงว่า จำนวนผู้เสียชีวิตจากโรคปอดอักเสบที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในจีน เพิ่มขึ้นเป็น 362 ราย ขณะที่จำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสดังกล่าวอยู่ที่ 17,390 ราย โดยค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 108.31-108.68 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 108.56/59 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ดัชนีสำคัญทางเศรษฐกิจในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีภาคการผลิตของสหรัฐ โดย ISM เดือนมกราคม (3/1), ดัชนีภาคการผลิตของยูโรโซนเดือนมกราคม (3/1), ดัชนีภาคการผลิตของสหราชอาณาจักรเดือนมกราคม (3/1), ผลประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินของออสเตรเลีย (4/1), ยอดดุลการค้าของสหรัฐ เดือนธันวาคม (5/1), ดัชนีภาคบริการของสหรัฐ โดย ISM เดือนมกราคม (5/1), การจ้างงานภาคเอกชนของสหรัฐ โดย ADP เดือนมกราคม (5/1), ดัชนีภาคบริการของยูโรโซนเดือนมกราคม (5/1),

ผลการประชุมการกำหนดนโยบายการเงิน (กนง.) ของธนาคารแห่งประเทศไทย (5/1), ดัชนีราคาผู้บริโภคของประเทศไทยเดือนมกราคม (6/2), จำนวนการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐเดือนมกราคม (7/2), อัตราการว่างงานของสหรัฐเดือนมกราคม (7/2), สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -1.9/-1.7 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยง ภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ +2.8/+6.3 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ

 

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ค่าเงินบาท ไวรัสโคโรน่า