บาทแข็งค่า หลังสถานการณ์ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในไทยดีขึ้น
ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันที่ 22 เมษายน 2563 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (22/4) ที่ระดับ 32.51/53 บาท/ดอลลาร์สหัฐ ทรงตัวจากระดับปิดตลาดในวันอังคาร (21/4) ที่ระดับ 32.48/50 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ตาม ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐปรับตัวแข็งค่าขึ้นในคืนที่ผ่านมา เนื่องจากนักลงทุนยังคงเข้าซื้อดอลลาร์สหรัฐ ในฐานะสกุลเงินปลอดภัยและมีสภาพคล่องมากที่สุด หลังจากราคาสัญญาน้ำมันลดลงอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าสัญญาซื้อขายน้ำมันดิบล่วงหน้า WTI เดือนพฤษภาคมจะครบกำหนดไปแล้วในวันอังคาร (21/4) จนส่งผลให้ราคาสัญญาซื้อขายน้ำมันดิบล่วงหน้า WTI เดือนมิถุนายนได้ปรับลดรุนแรงจนต้องมีการหยุดการซื้อขายถึง 3 ครั้ง ราคาสัญญาซื้อขายน้ำมันดิบล่วงหน้านี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาจากอุปสงค์และอุปทานน้ำมันที่ไม่สมดุลรวมไปถึงการจัดเก็บน้ำมันดิบที่ยังมีข้อจำกัด
สำหรับโครงการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์แพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ของสหรัฐนั้น ด้านวุฒิสภาสหรัฐ มีมติเป็นเอกฉันท์ผ่านร่างมาตรการเยียวยาวงเงิน 4.84 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อช่วยเหลือธุรกิจขนาดเล็กและโรงพยาบาลที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 รวมทั้งสนับสนุนการตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19 ขณะนี้ร่างมาตรการดังกล่าวได้ถูกส่งไปยังสภาผู้แทนราษฎรแล้ว โดยคาดว่าสภาผู้แทนฯจะให้อนุมัติภายในวันพฤหัสบดีนี้ (23/4)
ในระหว่างวันค่าเงินบาทกลับมาแข็งค่าหลังเผยจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในประเทศไทยลดลงโดย นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) เผยพบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อรายใหม่ 15 ราย ทำให้มีจำนวนผู้ป่วยสะสมรวมทั้งสิ้น 2,826 คน จากสถิติวันนี้ พบผู้ป่วย 15 ราย ลดลงจากวานนี้ที่ 19 ราย และในวันก่อนที่พบ 27 ราย พร้อมทั้งรัฐบาลเตรียมประกาศปลดมาตรการปิดเมืองในบางจังหวัด ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 32.35-32.53 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 32.35/37 บาท/ดอลลารร์สหรัฐ
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร ค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันนี้ (22/4) ที่ระดับ 1.0856/60 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (21/4) ที่ระดับ 1.0835/37 ดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินยูโรแข็งค่าขึ้นหลังรายงานดัชนีความอ่อนไหวทางเศรษฐกิจโดย ZEW ในยูโรโซน และเยอรมนี ประจำเดือนมีนาคมเผยขยายตัวมากกว่าที่คาดการณ์ไว้หลังจากรัฐบาลเยอรมนีเริ่มอนุญาตให้ร้านค้าขนาดเล็กเริ่มกลับมาเปิดทำการได้ตามปกติ โดยรายงานดัชนีเผยอยู่ที่ระดับ 25.2 จุด และ 28.2 จุด ตามลำดับ
ในระห่างวันค่าเงินยูโรยังเคลื่อนไหวในทิศทางแข็งค่า หลังรัฐบาลเยอรมนีได้ประกาศแผนการผ่อนคลายมาตรการปิดกั้นเมือง โดยล่าสุดอนุญาตให้โรงเรียนประถมสามารถเปิดชั้นเรียนได้ในวันที่ 11 พฤษภาคมนี้ อย่างไรก็ตามนักลงทุนยังคงติดตามแผนการช่วยเหลือของประเทศสมาชิกยูโรโซนโดยคณะกรรมาธิการยุโรปจะมีการประชุมในช่วงสัปดาห์นี้, การหารือเกี่ยวกับข้อตกลงการแยกตัวออกจากยูโรโซนของสหราชอาณาจักร (Brexit) และผลการประชุมในการกำหนดนโยบายการเงินของประเทศอิตาลี โดยคาดว่าจะมีมาตรการลดดอกเบี้ยอีกครั้ง ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.0845-1.0870 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.0855/58 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน ค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (22/4) ที่ระดับ 107.78/80 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (21/4) ที่ระดับ 107.35/38 เยน/ดอลลาร์ ค่าเงินเยนในช่วงต้นสัปดาห์แข็งค่าขึ้นเนื่องจากนักลงทุนเข้าถือสินทรัพย์ปลอดภัยบางส่วน หลังราคาสัญญาน้ำมันลดลงอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ดีการแข็งค่าเป็นไปอย่างจำกัดเพราะนักลงทุนเริ่มคลายความกังวลจากจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ลดลงและมาตรการช่วยเหลือเศรษฐกิจจากหลายประเทศ โดยจำนวนผู้เสียชีวิตจากโรคปอดอักเสบที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ทั่วโลกเพิ่มขึ้นเป็น 177,587 ราย ขณะที่จำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสดังกล่าวอยู่ที่ 2,584,790 ราย ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 107.52-107.87 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 107.63/65 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ
ดัชนีสำคัญทางเศรษฐกิจในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตของญี่ปุ่น เดือนเมษายน (23/4), ตัวเลขยอดค้าปลีกของสหราชอาณาจักรเดือนมีนาคม (23/4), ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตของเยอรมนี เดือนเมษายน (23/4), ตัวเลขยอดขายบ้านใหม่ของสหรัฐเดือนมีนาคม (23/4), ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตของยูโรโซน เดือนเมษายน (23/4), ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตของสหรัฐ เดือนเมษายน (23/4), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐ (23/4), ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคจากมหาวิทยาลัยมิชิแกนของสหรัฐ เดือนเมษายน (24/4), ยอดคำสั่งซื้อสินค้าคงทนของสหรัฐ เดือนมีนาคม (24/4)
สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ +0.10/+0.20 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยง ภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ +2.70/+4.10 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ