เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
ดูทั้งหมด

แบงก์ซมพิษ “โควิด” กำไรดิ่ง วิกฤตนี้ “เจ็บหนัก-ซึมลึก-ฟื้นช้า”

27 เม.ย. 2563 | 17:56น.

ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ธุรกิจส่วนใหญ่ต่างต้องเผชิญความยากลำบากในการสร้างผลกำไร โดยเฉพาะธุรกิจธนาคารพาณิชย์ที่ต้องประคับประคองลูกค้าให้รอดพ้นวิกฤตนี้ไปให้ได้ด้วย แน่นอนว่าผลกำไรย่อมตกลงไป ล่าสุดธนาคารพาณิชย์ 10 แห่ง ได้ประกาศผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2563 กันออกมาแล้ว ส่วนใหญ่ก็เป็นไปตามคาด

ภาพรวม 10 แบงก์กำไรวูบ 18%

โดยภาพรวม 10 แบงก์ มีกำไรสุทธิรวมกันอยู่ที่ 44,120 ล้านบาท ลดลงไป 18.38% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ซึ่งในกลุ่ม 4 แบงก์ใหญ่ พบว่า ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) กำไรลดลงมากสุดถึง 34.48% ธนาคารกรุงไทย (KTB) ลดลง 16.70% ธนาคารกรุงเทพ (BBL) ลดลง 15.03% มีเพียงธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) ที่กำไรเพิ่มขึ้น 1.03% ส่วนแบงก์อันดับ 5 อย่างธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) ก็กำไรลดลงมากถึง 44.78% เลยทีเดียว

แบงก์เล็ก NIM ขยับขึ้นยกแผง

ทั้งนี้ หากพิจารณาในเรื่องอัตราส่วนต่างดอกเบี้ย (NIM) ที่สะท้อนถึงความสามารถในการหารายได้ของแต่ละแบงก์ ในไตรมาสแรกปีนี้เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนจะพบว่า แบงก์ส่วนใหญ่ NIM เพิ่มขึ้น อันดับแรก ธนาคารเกียรตินาคิน (KKP) เพิ่มมากสุด จาก 4.90% เป็น 5.70% ธนาคารทิสโก้ (TISCO) เพิ่มจาก 4.10% เป็น 4.70% ไทยพาณิชย์เพิ่มจาก 3.20% มาอยู่ที่ 3.54% ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ (LH BANK) เพิ่มจาก 2.35% เป็น 2.62% และธนาคารทหารไทย (TMB) ที่เพิ่มจาก 2.89% เป็น 3.12% อย่างไรก็ดี มีแบงก์ใหญ่แค่ไทยพาณิชย์รายเดียวที่ติดโผ 5 อันดับแรก ส่วนกรุงไทย NIM ลดลง จาก 3.71% เป็น 3.17%

เร่งตั้งสำรองรับมือ NPL ขาขึ้น

โดยในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ยิ่งเจอวิกฤตโควิด-19 เข้าไปอีก แนวโน้มหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ย่อมเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว และแม้ล่าสุด คณะกรรมการกำกับดูแลการประกอบวิชาชีพบัญชี (กกบ.) ได้มีมาตรการผ่อนปรนมาตรฐานบัญชี TFRS9 ชั่วคราว แต่ในไตรมาสแรกที่ผ่านมา แบงก์ส่วนใหญ่ก็ตั้งสำรองตาม TFRS9 กันไปแล้ว

ขณะที่สถานการณ์ NPL ในไตรมาสแรก ภาพรวมอยู่ที่ 496,136 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 36,159 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 7.86% จากสิ้นปี 2562 โดยถ้าไม่นับทีเอ็มบีที่ NPL เพิ่มขึ้นค่อนข้างมาก จากการรวมพอร์ตกับธนาคารธนชาต ก็มีกรุงศรีฯที่ NPL เพิ่ม 6,222 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 15.05% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และตั้งสำรองไป 9,510 ล้านบาท และธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย (CIMBT) ที่ NPL เพิ่มขึ้นถึง 19.50% แต่คิดเป็นมูลค่าอยู่ที่ 2,204 ล้านบาท ไม่ได้สูงมากนัก และตั้งสำรองไป 616 ล้านบาท

ส่วนแบงก์ใหญ่อย่างกรุงไทย NPL เพิ่มขึ้นถึง 9,718 ล้านบาท จากสิ้นปี 2562 มาอยู่ที่ 112,377 ล้านบาท หรือเพิ่ม 9.47% และตั้งสำรองไป 8,524 ล้านบาท ขณะที่กสิกรไทยก็มี NPL เพิ่มขึ้น 7,075 ล้านบาท มาอยู่ที่ 91,113 ล้านบาท หรือเพิ่ม 8.42% และตั้งสำรองสูงถึง 11,827 ล้านบาท ฟากแบงก์กรุงเทพ NPL ก็เพิ่มขึ้น 6,091 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 7.7% จากสิ้นปีก่อน และตั้งสำรองที่ 5,087 ล้านบาท ส่วนไทยพาณิชย์ NPL ลดลง 1.88% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน แต่ก็ตั้งสำรองไปถึง 9,726 ล้านบาท

อีก 3 ไตรมาส กำไรดิ่งต่อเนื่อง

“ธัญญลักษณ์ วัชระชัยสุรพล” รองกรรมการผู้จัดการ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ชี้ว่า ไตรมาสแรก ผลประกอบการแบงก์ยังเห็นผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 ไม่ชัด แต่กำไรน่าจะไปลดลงชัดเจนในไตรมาส 2 หรือลดลงมากกว่า 50% เนื่องจากรายได้ค่าธรรมเนียมหายไปหลายรายการ รายได้ดอกเบี้ยจากสินเชื่อลดลง และมีเรื่องการพักชำระหนี้เข้ามา ทั้งนี้ ปีนี้ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประมาณการกำไรของระบบธนาคารพาณิชย์แค่หลักหมื่นล้านบาท จากปี 2562 อยู่ที่ราว 2.5 แสนล้านบาท หรือปรับลดลงไปมากกว่า 50%

“ยังไม่สามารถบอกได้ว่า ไตรมาส 2 จะมีผลกระทบแรงสุด ลงลึกที่สุดหรือไม่ เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ยังไม่นิ่ง รวมถึง NPL ก็ยังไม่นิ่ง และคิดว่าไตรมาส 3-4 ตัวเลขยังคงปรับขึ้นอยู่ ส่งผลให้การตั้งสำรองยังอยู่ในระดับสูง ทั้งนี้ 3 ตัวแปรสำคัญ ได้แก่ ไวรัสโควิด-19, หนี้ NPL และการตั้งสำรอง ยังคงกดดันการฟื้นตัวของกำไรและผลประกอบการของธนาคาร และสามารถเห็นตัวเลขไตรมาส 3-4 ลงลึกได้อีก ซึ่งการฟื้นตัวไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ภายในปีนี้” นางสาวธัญญลักษณ์กล่าว

ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า โจทย์ใหญ่ของแบงก์ยังคงอยู่กับการช่วยเหลือลูกค้า และปัญหา NPL ที่ยังไม่จบ โดย NPL ยังขึ้น การตั้งสำรองก็ยังสูง ซึ่งที่ผ่านมาก็ถือว่าธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เข้ามาช่วยค่อนข้างมาก ไม่เช่นนั้นจะเห็น NPL และการตั้งสำรองที่สูงกว่านี้มาก

แบงก์อ่วม “เจ็บลึก-ฟื้นช้า”

ฟาก “เจษฎา เตชะหัสดิน” นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) วิเคราะห์ว่า ผลประกอบการแบงก์ออกมา “ดูดีเกินจริง” เมื่อเทียบกับพื้นฐาน โดยเฉพาะดอกเบี้ยรับสูงเกินจริง ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจาก TFRS9 เช่น ดอกเบี้ยบ้าน ดอกเบี้ยเก็บจาก NPL และการลดเงินนำส่งเข้ากองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (FIDF) ลง 0.23% ทำให้ต้นทุนเงินฝากลดลง 0.23%

“การปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลง 0.40% ของธนาคาร ซึ่งจะมีผลในไตรมาส 2 แต่การลด FIDF อยู่ในช่วงปลายเดือน 3 ทำให้ผลกระทบในไตรมาส 1 ไม่สะท้อนมาก” นายเจษฎากล่าว

ส่วนแนวโน้มในไตรมาส 2 “เจษฎา” มองว่า ตัวเลข NPL และการตั้งสำรองจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ความต้องการสินเชื่อและการเติบโตสินเชื่อจะดีขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากตลาดตราสารหนี้มีปัญหา ทำให้มีการหันมากู้แบงก์มากขึ้น ประกอบกับแบงก์มีสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (ซอฟต์โลน) ที่จะมาช่วยลูกค้า ทำให้ภาพสินเชื่อไตรมาส 2 จะขยายตัว เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 แต่รายได้ดอกเบี้ยจะปรับลดลง จากการปรับลดดอกเบี้ย 0.40%

“ไวรัสรอบนี้บาดแผลของกลุ่มแบงก์ลึกกว่ากลุ่มอื่น ๆ แม้ว่าเหตุการณ์จะกลับมาเป็นปกติ แต่เชื่อว่าต้องใช้เวลา โดยธุรกิจส่วนใหญ่จะกลับมา run normal ได้อย่างน้อย 6-9 เดือน จึงสามารถจ่ายเงินให้ซัพพลายเออร์ และคนงานได้ก่อน แล้วถึงจะมาจ่ายแบงก์ได้ ทำให้รอบนี้ แบงก์น่าจะฟื้นตัวช้ากว่ากลุ่มอื่น” นายเจษฎากล่าว

นับว่ายังดีที่วันนี้ธุรกิจแบงก์ยังมีความแข็งแกร่ง พอรองรับวิกฤตที่เกิดขึ้นได้ แต่ระยะข้างหน้า ยิ่งสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ลากยาวออกไปมากเท่าใด ความเสี่ยงก็เพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ธนาคาร