เฟดประกาศคงอัตราดอกเบี้ยที่ระยะ 0.00-0.25% เตือนโควิด-19 สร้างความเสี่ยงระยะใกล้-กลาง
ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพฤหัสบดีที่ 30 เมษายน 2563 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (30/4) ที่ระดับ 32.41/43 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ทรงตัวจากระดับปิดตลาดในวันพุธ (29/4) ที่ระดับ 32.40/42 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ โดยค่าเงินดอลาร์ ทรงตัวหลังจากคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ประกาศคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 0.00-0.25% และยืนยันว่าเฟดจะยังคงตรึงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับดังกล่าวจนกว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะฟื้นตัวขึ้นและจนกว่าเงินเฟ้อกลับสู่เป้าหมายของเฟดที่ระดับ 2%
เฟดยังระบุว่าจะยังคงจับตาสถานการณ์ในขณะนี้ และให้คำมั่นที่จะใช้เครื่องมือทั้งหมดที่มีอยู่ในการสนับสนุนเศรษฐกิจสหรัฐเพื่อให้มีการจ้างงานอย่างเต็มศักยภาพ และรักษาเสถียรภาพของราคา นอกจากนี้เฟดเตือนว่าการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จะยังคงกดดันแนวโน้มในระยะใกล้ของสหรัฐและสร้างความเสี่ยงในระยะกลาง โดยนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ เฟด) ได้แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนหลังจากเสร็จสิ้นการประชุมนโยบายการเงินว่า ภาวะเศรษฐกิจของสหรัฐในขณะนี้มีความจำเป็นที่จะต้องได้รับมาตรการสนับสนุนจากทุกฝ่ายเพื่อให้เศรษฐกิจฟื้นตัวและสามารถต้านทานผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการแพร่ระบาดในครั้งนี้ได้ โดยในส่วนของเฟดนั้น เฟดจะดำเนินการในทุกวิถีทางที่เหมาะสม เพื่อช่วยให้ภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจของสหรัฐสามารถผ่านพ้นวิกฤตการณ์โควิด-19 หลังส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเศรษฐกิจ และมีแนวโน้มที่จะฉุดรั้งการจ้างงาน กิจกรรมทางเศรษฐกิจ และอัตราเงินเฟ้อให้ทรุดตัวลงอย่างหนักในระยะเวลาอันใกล้นี้
สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยตัวเลขประมาณการครั้งที่ 1 สำหรับผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ประจำไตรมาส 1/2563 โดยระบุว่า เศรษฐกิจสหรัฐหดตัวลง 4.8% ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะหดตัว 3.5% ซึ่งถือเป็นอัตราการหดตัวครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 11 ปี หลังจากขยายตัว 2.1% ในไตรมาส 4/2019 ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 32.31-32.42 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 32.33/34 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรในวันนี้ (30/4) ค่าเงินยูโรเปิดตลาดที่ระดับ 1.0860/62 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ทรงตัวจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (29/4) ที่ระดับ 1.0868/70 ดอลลาร์สหรับ/ยูโร โดยค่าเงินยูโรทรงตัวในขณะที่นักลงทุนรอดูผลการประชุมกำหนดนโยบายของธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ในวันนี้ (30/4) โดยมีแนวโน้มว่าอีซีบีอาจจะขยายมาตรการเข้าซื้อตราสารหนี้ออกไป และอีซีบีอาจจะดำเนินขั้นตอนอื่น ๆ เพื่อช่วยลดแรงกดดันในตลาดเครดิต หลังจากอีซีบีได้รับแรงกดดันให้หาวิธีสกัดกั้นไม่ให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลพุ่งสูงขึ้น หลังจากฟิทช์ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของอิตาลีลงสู่ขั้นต่ำสุดของเกรดน่าลงทุน โดยในช่วงนี้อีซีบีกำลังพิมพ์เงินใหม่ในอัตราที่สูงเป็นประวัติการณ์อยู่แล้วเพื่อใช้ในการเข้าเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลจำนวนมาก
สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจ สำนักงานสถิติแห่งชาติฝรั่งเศสเปิดเผยตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของฝรั่งเศสหดตัวลง 5.8% ในไตรมาสแรกของปีนี้ โดยเป็นการปรับตัวลงสองไตรมาสติดต่อกันแล้ว หลังจากหดตัว 0.1% ในไตรมาส 4 ของปีที่แล้ว ส่งผลให้ฝรั่งเศสเข้าสู่ภาวะถดถอยอย่างเป็นทางการ ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.0850-1.0891 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.0881/86 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนในวันนี้ (30/4) เปิดตลาดที่ระดับ 106.78/79 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวอ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (29/4) ที่ระดับ 106.45/48 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยค่าเงินเยนปรับตัวอ่อนค่าขานรับข่าวคืบหน้ายารักษาโควิด-19 หลังจากการที่บริษัท Gilead Sciences ของสหรัฐแถลงว่า ได้รับข้อมูลที่น่าพึงพอใจในการใช้ยา remdesivir ซึ่งเป็นยาแอนตี้ไวรัสของบริษัทในการรักษาผู้ป่วยโรคโควิด-19
สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจ กระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น เปิดเผยในรายงานเบื้องต้นว่า ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของญี่ปุ่นปรับตัวลดลง 3.7% ในเดือน มี.ค. เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า ส่วนดัชนีการขนส่งภาคอุตสาหกรรมปรับตัวลดลง 5.0% สู่ระดับ 94.0 และดัชนีสินค้าคงคลังปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.9% สู่ระดับ 106.4 โดยทางกระทรวงคาดการณ์ว่า ผลผลิตจะปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.4% ในเดือน เม.ย. และปรับตัวลดลง 1.4% ในเดือน พ.ค. เมื่อประเมินจากผลสำรวจความคิดเห็นของกลุ่มผู้ผลิต
นอกจากนี้สำนักงานคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นเปิดเผยความเชื่อมั่นของผู้บริโภคญี่ปุ่นร่วงลงแตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 21.6 ในเดือนเมษายน เนื่องจากเศรษฐกิจได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทั้งนี้ค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 106.39-106.85 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 106.65/67 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ
ดัชนีสำคัญทางเศรษฐกิจของสหรัฐในสัปดาห์นี้ ได้แก่ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์สหรัฐ (30/4) รายได้และการใช้จ่ายส่วนบุคคลเดือน มี.ค. (30/4) ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) เดือน มี.ค. (30/4) ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) เขตชิคาโกเดือน เม.ย. (30/4) ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตขั้นสุดท้ายเดือน เม.ย. จากมาร์กิต (1/5) ดัชนีภาคการผลิตเดือน เม.ย. จากสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) (1/5) และการใช้จ่ายด้านการก่อสร้างเดือน มี.ค. (1/5)
สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -0.1/0.1 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยง ภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -1.7/0.8 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ