“ประยุทธ์”ตั้งกุนซือ196 คน หมอ-ทหาร-นักธุรกิจสู้มหาวิกฤตโควิด
ทันทีที่โรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (โควิด-19) แพร่ระบาด จนบัดนี้กว่า 4 เดือน “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรี-รมว.กลาโหม ได้จัดตั้งคณะกรรมการ และหน่วยงานพิเศษ เป็นคณะกรรมการเฉพาะกิจ-คณะกรรมการที่ปรึกษา รวมถึงคณะกรรมการกลั่นกรองเงินกู้ 1.9 ล้านล้าน จำนวน 23 ชุด 196 คน กู้วิกฤตสุขภาพ-วิกฤตเศรษฐกิจ
กำเนิด “ศบค.” ทหาร-ตำรวจ 35 คน
ประเดิมด้วยคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 76/2563 แต่งตั้ง “คณะกรรมการบริหารสถานการณ์โควิด-19” จำนวน 32 คน มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน รองนายกรัฐมนตรีทุกคน-รัฐมนตรีทุกกระทรวง รวมถึงเลขาธิการนายกรัฐมนตรี-ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี (พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค) ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นกรรมการ
รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง (นายประทีป กีรติเรขา) เป็นเลขานุการ อธิบดีอีก 2 กระทรวงร่วมด้วย
มีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบ 6 ด้าน ได้แก่ ด้านสาธารณสุข ด้านเวชภัณฑ์ป้องกัน ด้านข้อมูลการชี้แจงและการรับเรื่องร้องเรียน ด้านการต่างประเทศ ด้านมาตรการป้องกัน และด้านมาตรการให้ความช่วยเหลือเยียวยา
ก่อนจะยกระดับ “ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19” เป็น “หน่วยงานพิเศษ” ภายใต้คำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 5/2563 จำนวน 35 คน เพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ทั่วราชอาณาจักร ตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม 2563 โดยมี “พล.อ.ประยุทธ์” เป็นผู้อำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 มีตัวย่อว่า “ศบค.”
โดยเพิ่มเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เลขาธิการคณะรัฐมนตรี เป็นกรรมการ และข้าราชการทหาร ข้าราชการตำรวจ และข้าราชการพลเรือน เป็นเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์
ปลัดบริหารสถานการณ์ฉุกเฉิน 11 ชุด
ตามด้วยคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 6/2563 เพิ่มเติมคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 7/2563 และคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 16/2563 เรื่อง แต่งตั้งหัวหน้ารับผิดชอบและพนักงานเจ้าหน้าที่ในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน รวม 10 คน 11 ชุด ประกอบด้วย
ปลัดกระทรวงสาธารณสุข, กระทรวงมหาดไทย, กระทรวงพาณิชย์, การต่างประเทศ, กระทรวงดีอีเอส, ผู้บัญชาการทหารสูงสุด, ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี, ปลัดกระทรวงการคลัง
ปลัดกระทรวงคมนาคม, ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ร่วมบริหารจัดการสถานการณ์ รวมทั้งติดตามรายงานปัญหาที่เกิดขึ้นทั่วราชอาณาจักร
นักธุรกิจร่วมวง 16 คน
คำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 8/2563 เรื่อง แต่งตั้งคณะที่ปรึกษาด้านธุรกิจภาคเอกชนในศูนย์โควิด-19 จำนวน 16 คน เลขาธิการสภาพัฒน์เป็นประธาน มีอธิบดีกระทรวงเศรษฐกิจร่วมเป็นกรรมการ กับผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย, ตัวแทนสมาคมธุรกิจ-อุตสาหกรรม, สมาคมธนาคารและหอการค้า ตลาดทุน และผู้ทรงคุณวุฒิจากสมาคมที่เกี่ยวข้อง โดยมีนายดนุชา พิชยนันท์ รองเลขาธิการสภาพัฒน์ เป็นเลขานุการ
คำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 9/2563 เรื่องแต่งตั้ง “คณะกรรมการเฉพาะกิจ” เกี่ยวกับการบริหารจัดการพัสดุสำหรับการป้องกัน ควบคุม หรือรักษาโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า-2019 จำนวน 33 คน มีนายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ร่วมกับข้าราชการระดับอธิบดีในกระทรวงเศรษฐกิจ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา มีรองประธาน 22 ราย จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ตั้ง ผบ.สส.บัญชาการสุวรรณภูมิ-ดอนเมือง
คำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 10/2563 เรื่อง แต่งตั้งผู้บัญชาการเหตุการณ์ ท่าอากาศยานทั่วราชอาณาจักร ให้กองบัญชาการกองทัพไทย แต่งตั้งผู้บัญชาการเหตุการณ์ สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ และดอนเมือง ให้ผู้ว่าฯ/กอรมน.ในจังหวัดเป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ เพื่อกำกับดูแลการปฏิบัติงานของศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน (EOC) ณ ท่าอากาศยาน
คำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 18/2563 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการ “เฉพาะกิจด้านกฎหมาย” จำนวน 15 คน มีปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นประธาน เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา เป็นรองประธาน อธิบดีกรมบังคับคดี ผู้อำนวยการสำนักงานกิจการยุติธรรม กับอีก 9 ผู้แทน และ 2 เจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย
ชุมนุมแพทย์-ผู้เชี่ยวชาญ 13 ราย
คำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 21/2563 เรื่อง แต่งตั้งคณะที่ปรึกษาด้านผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมในศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (โควิด-19) จำนวน 13 คน มีศาสตราจารย์กิตติคุณนายแพทย์จรัส สุวรรณเวลา ประธาน และศาสตราจารย์กิตติคุณเทียนฉาย กีระนันทน์ รองประธานกรรมการประกอบด้วย ศาสตราจารย์นายแพทย์นิธิ มหานนท์ ศาสตราจารย์วุฒิสาร ตันไชย รองศาสตราจารย์สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์ รองศาสตราจารย์วรากรณ์ สามโกเศศ พลตรี นายแพทย์เหรียญทอง แน่นหนา นายบัณฑิต นิจถาวร นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล นายวีระ ธีระภัทรานนท์ นายสมชัย จิตสุชน และเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นกรรมการและเลขานุการ
ปลัด 12 กระทรวงคุมเยียวยาธุรกิจ
คำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 112/2563 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการกำกับดูแลด้านผู้ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เพื่อให้การจัดทำมาตรการช่วยเหลือและเยียวยาและบรรเทาผลกระทบให้กับประชาชนและผู้ประกอบการธุรกิจที่ได้รับผลกระทบ 12 คน มีปลัดกระทรวงการคลัง เป็นประธาน กับอีก 9 ปลัดกระทรวงเศรษฐกิจและสังคม และผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ร่วมเป็นกรรมการ
14 อรหันต์คุมเงินกู้ 1 ล้านล้าน
หลังคลอดพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน 1 ล้านล้านบาท ตั้งคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ 14 คน มีเลขาธิการสภาพัฒน์ เป็นประธานกรรมการ
กรรมการประกอบด้วย ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ปลัดกระทรวงการคลัง ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง และผู้ทรงคุณวุฒิอีก 5 คน รวมทั้งรองเลขาธิการสภาพัฒน์ ผู้แทนสำนักงบประมาณ และผู้แทนสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ
นอกจากนี้ อาศัยอำนาจ พ.ร.ก.การให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบวิสาหกิจ วงเงิน 5 แสนล้านบาท มี “คณะกรรมการกำกับการจ่ายเงินชดเชย” จำนวน 6 คนมีปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธาน ร่วมด้วยเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา รองผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ และผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง
สำหรับ พ.ร.ก.การรักษาเสถียรภาพของระบบการเงินและความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ วงเงิน 4 แสนล้านบาท จัดตั้ง “กองทุนเพื่อรักษาสภาพคล่องของการระดมทุนในตลาดตราสารหนี้” ให้มี “คณะกรรมการกำกับกองทุนเพื่อรักษาสภาพคล่องของการระดมทุนในตลาดตราสารหนี้” 8 คน มีปลัดกระทรวงการคลัง เป็นประธานกรรมการ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เป็นรองประธาน
กรรมการประกอบด้วย ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง และผู้ทรงคุณวุฒิ ที่มีความเชี่ยวชาญด้านตลาดทุน ด้านตลาดตราสารหนี้ หรือด้านกฎหมาย
ปิดท้าย “คณะกรรมการลงทุน” 6 คน ประกอบด้วย รองผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยคนที่หนึ่ง เป็นประธานกรรมการ ร่วมด้วยผู้แทนสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ ผู้แทนกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ และผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยแต่งตั้งจากผู้เชี่ยวชาญด้านตลาดทุน หรือด้านการเงินการธนาคาร
25 คนวางไกด์ไลน์คลายล็อกดาวน์
ล่าสุด วันที่ 13 พฤษภาคม 2563 นายกรัฐมนตรีมีคำสั่งที่ 22/2563 แต่งตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจพิจารณาการผ่อนคลายการบังคับใช้มาตรการในการป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (โควิด – 19) โดยมี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ในฐานะหัวหน้าสำนักงานประสานงานกลาง ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด -19 เป็นประธาน และมีรองผู้บัญชาการทหารบก (พลเอก ณัฐพล นาคพาณิชย์) เป็นรองประธาน ร่วมกับ รองเลขาธิารสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ที่เลขาธิการสภาพพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติมอบหมาย พร้อมด้วยกรรมการอีก 22 คน รวมเป็น 25 คน
สำหรับหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการเฉพาะกิจดังกล่าวมีหน้าที่ดังนี้
1. ประเมินสถานการณ์ วิเคราะห์ กลั่นกรอง รวบรวมความคิดเห็น ข้อเสนอแนะทางวิชาการ และข้อเสนอของภาคส่วนต่างๆ จัดทำแนวทางผ่อนคลายการบังคับใช้มาตรการในการป้องกันและยับยั้งการแพร่ ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (โควิด – 19) ในทุกห้วงระยะเวลา 14 วัน เสนอต่อนายกรัฐมนตรีเพื่อพิจารณา
2. จัดทำร่างข้อกำหนดเพื่อผ่อนคลายการบังคับใช้มาตรการ(ตาม1) รวมทั้งหลักเกณฑ์ และวิธีการปฏิบัติสำหรับกิจการหรือกิจกรรมที่ผ่อนคลาย
ยังไม่นับรวม คณะบริษัทที่ปรึกษาไทย-เทศ ประจำการบนตึกไทยคู่ฟ้าและนอกทำเนียบรัฐบาล ที่ส่งคำแนะนำตรงตัว ชงสคริปต์ส่งจดหมายถึง 20 เศรษฐี อีก 1 ชุด